Webull เปิดเทรดหุ้นไทยแล้ว ชูค่าคอมถูกสุด-แจก DR เป้าหมายดึงนักลงทุนรุ่นใหม่กลับบ้าน ชี้หุ้นไทย Valuation น่าสน ปันผลสูง
บริษัทหลักทรัพย์ วีบลูล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เปิดตัวฟังก์ชันเทรด หุ้นไทย อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมรองรับการซื้อขาย ETF, DR, DW และ Warrant ในตลาดหุ้นไทย ชูจุดแข็งแพลตฟอร์มใช้งานง่าย เครื่องมือครบ ค่าคอมมิชชันถูกที่สุดในตลาด และเตรียมโปรโมชั่นต้อนรับกลับบ้านสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายชัดเจนคือการ "พาคนไทยกลับบ้าน" จากการลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับการลงทุนในตลาดต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยลงทุนในหุ้นไทย
โดยการตัดสินใจเปิดตัวหุ้นไทยมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ประการแรกคือเรื่องขนาด หลังจากเปิดตัวหุ้นสหรัฐฯ มานานกว่า 1 ปี ปัจจุบันมีผู้ใช้ลงทะเบียน 1 ล้านคน และมีบัญชีที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYC) แล้วประมาณ 3-4 แสนบัญชี ซึ่งถือว่าถึงจุดที่คุ้มค่าในการพัฒนาและขยายบริการสู่ตลาดไทย
ประการที่สอง คือการมองเห็นว่าหุ้นไทยกำลังอยู่ในจุดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารที่มีปันผลสูงถึง 5-8% และหลายตัวมีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Price ต่ำกว่า Book Value)
"ในขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกา อาจมองว่าค่อนข้างเต็มมูลค่าแล้ว แต่เมื่อหันมามองหุ้นไทย กลับพบว่าหุ้นหลายตัวมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น และหลายตัวให้ผลตอบแทนปันผลสูงถึง 5-8% ทำให้มองว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มอยู่ในจุดที่น่าสนใจ" นายชลเดชกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบัญชีอีก 500,000 บัญชีในปี 2569 ซึ่งจะทำให้ Webull กลายเป็นอันดับ 1 ในด้านจำนวนบัญชี และคาดว่านโยบาย TISA (บัญชีเพื่อลดหย่อนภาษีจากการซื้อหุ้น) ที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้าจะช่วยกระตุ้นการเก็บสะสมหุ้นไทยได้
สำหรับการเปิดบริการเทรดหุ้นไทยครั้งนี้ Webull เตรียมโปรโมชั่น 2 รายการ ได้แก่
1. เมื่อซื้อหุ้นไทย 1 รายการ (มูลค่าเท่าใดก็ได้) ภายในช่วงเวลาที่กำหนด จะได้รับ DR ฟรี 10 หน่วย จากหุ้นสหรัฐฯ 7 บริษัท รวมสูงสุด 70 หน่วย (มูลค่ารวม 200 บาท)
2. ผู้ลงทุนจะได้รับส่วนลดค่าคอมมิชชัน 30% สำหรับทั้งหุ้นไทย (ปกติ 0.04% เหลือ 0.028%) และหุ้นสหรัฐฯ (ปกติ 0.10% เหลือ 0.07%) เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยมีเงื่อนไขคือต้องวางเงิน 100,000 บาท และมีสินทรัพย์ในทั้งสองตลาดพร้อมกัน นอกจากนี้ นัดลงทุนยังสามารถโอนหุ้นจากโบรกเกอร์เดิมมาที่ Webull ได้ โดยจะมีการบันทึกต้นทุนเดิมไว้
“นโยบายค่าคอมมิชชันของ Webull ทั่วโลกคือการเสนอค่าคอมมิชชันที่ต่ำที่สุดในแต่ละประเทศ โดยจะกำหนดราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งที่ให้ราคาต่ำที่สุดอยู่เล็กน้อย ปัจจุบัน Webull เสนออัตราค่าคอมมิชชันที่ 0.04% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในตลาด” นายชลเดชกล่าว
ส่วนแผนการดำเนินงาน หลังจากเปิดเทรดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นไทยแล้ว ตลาดถัดไปที่จะพิจารณาคือฮ่องกง เนื่องจากมีผู้ใช้ประมาณ 20% สนใจหุ้นฮ่องกงอยู่แล้ว และ Webull มีสาขาในฮ่องกงที่สามารถเชื่อมต่อระบบได้ไม่ยาก นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายผลิตภัณฑ์ในอนาคต ได้แก่
พอร์ตอัตโนมัติและที่ปรึกษาการลงทุนใน ETF ซึ่งจะร่วมมือกับบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ระดับโลกรายหนึ่ง คาดเปิดให้บริการภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า ขณะเดียวกันบริษัทยังสนใจขยายบริการไปยังคริปโตเคอร์เรนซี โดยมีแผนจะขอใบอนุญาตเป็นโบรกเกอร์ ทั้งนี้ Webull ในสหรัฐฯ มีใบอนุญาตและให้บริการอยู่แล้ว