โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Gen Z ในสหรัฐฯ เปย์หนักรับคริสต์มาส 34% ยอมรับ “ใช้เงินเกินตัว” แต่จะห้ามใจอย่างไร

Thairath Money

อัพเดต 17 พ.ย. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 11.16 น.
ภาพไฮไลต์

“คริสต์มาส” และ “ปีใหม่” 2 เทศกาลสำคัญที่คนทั่วโลกตั้งตารอ เพราะเข้าใกล้สิ้นปี และช่วงแห่งการเริ่มต้นใหม่ เรื่องนี้ทำให้เงินในกระเป๋าของเราทำงานอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะธรรมเนียมการแลกของขวัญที่เป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อความสุข แต่ถ้าเราไม่วางแผนการใช้จ่าย ก็อาจนำมาซึ่งปัญหาทางการเงิน หรือมีหนี้สินติดตัวเราข้ามปีไปด้วย

Gen Z ในสหรัฐฯ ใช้จ่ายช่วงคริสต์มาส

ยุคของแพงใครๆ ก็ต้องคิดก่อนจ่าย แต่ไม่ใช่กับ Gen Z ในสหรัฐฯ ที่การ “ซื้อของขวัญ” เป็นค่าใช้จ่ายไม่อยากลดลงมากนัก จากผลสำรวจของ EduBirdie ที่ระบุว่า โดยพื้นฐาน Gen Z ใช้เงินมากกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,242 บาท) ในการซื้อของขวัญ

ขณะที่อีก 31% ระบุว่าพวกเขาตั้งใจจะใช้จ่ายมากกว่า 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,726 บาท) และ 12% ได้เตรียมเงินไว้มากกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับของขวัญคริสต์มาสในปี 2025 (ราว 16,210 บาท) ซึ่งนับว่าเป็นรายจ่ายที่ไม่น้อยเลย

ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้ชาว Gen Z ใช้จ่ายช่วงวันหยุดยาวมากขนาดนั้น? เหตุผลหลัก ๆ คือ ไม่อยากทำตัวเป็นคนขี้เหนียว เนื่องจาก34% ยอมรับว่าพวกเขาพร้อมจ่ายเงินซื้อของขวัญราคาสูงเพื่อสร้างความประทับใจ ทั้งนี้ Gen Z กว่า 33% ยอมใช้เงินออมตัวเอง อีก18% มีแผนจะรูดบัตรเครดิตและ 5% ตั้งใจที่จะกู้ยืมเงินเพื่อให้มีเงินพอใช้

จากของขวัญอาจกลายเป็นความกดดันจนทำให้ 35% ของชาว Gen Z กล่าวว่าพวกเขายอมไม่ไปร่วมงานสังสรรค์หรือปาร์ตี้ต่างๆ ในช่วงคริสต์มาส เนื่องจากความตึงเครียดทางการเงิน แต่อีก 36% ยอมรับว่าพวกเขายอมจ่ายบิลค่าใช้จ่ายล่าช้า เพื่อที่จะได้ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยในช่วงวันสำคัญนี้

อย่างไรก็ดี เมื่อมีคนที่ใช้เงินเกินตัว ก็มีคนที่สามารถบริหารการเงินของตัวเองได้ดีเช่นกัน เห็นได้จากข้อมูลจากผลสำรวจเดียวกันซึ่งระบุเอาไว้ว่า Gen Z ในสหรัฐฯ ราว 46% มีการกำหนดงบประมาณในการใช้จ่ายสำหรับ Black Friday ที่เหล่าร้านค้ามีการลดราคาสินค้าพิเศษ

เทศกาลแห่งความสุขอาจกลายเป็น “กับดักทางการเงิน” สำหรับบางคน อยู่ที่เราจะวางตัว และวางกระเป๋าเงินอย่างไร

ห้ามใจ “ไม่เปย์เกินตัว” ด้วยวิธีไหนดี?

การเป็นสายเปย์ของเราอาจสร้างความกดดันต่อการเงินและความรู้สึกของตัวเอง ดังนั้น เราจึงควรจะมีการวางแผนก่อนใช้จ่าย แต่เราจะทำยังไงให้การเป็นสายเปย์ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเองล่ะ?

1. ซื้อของทุกอย่างต้องมีเหตุผล… ที่จำเป็น

ในช่วงเทศกาลสิ้นปีนี้เราอาจเห็นร้านค้าจัดโปรโมชันล่อตาล่อใจแบบจัดหนัก ไม่ว่าจะเป็นสินค้า Limited Edition, ส่วนลดเกินครึ่งราคา หรือโปรผ่อน 0% นาน 10 เดือน ที่ทำให้เราคิดว่าสามารถเป็นเจ้าของสินค้าราคาแพงได้ง่าย ๆ

ทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือ “ตั้งสติก่อนควักกระเป๋า” ลองถามตัวเองก่อนว่าสินค้านั้นจำเป็นจริงไหม หรือซื้อมาแล้วช่วยต่อยอดหารายรับเข้ากระเป๋าเราได้หรือเปล่า แค่เปลี่ยนวิธีคิดจากของมันต้องมี มาสู่การซื้อเฉพาะจำเป็น เราก็อาจจะมีเงินเก็บเหลือมากขึ้นได้

2. หยุดการเข้าช่องทางการช้อปปิ้งทุกกรณี

ถ้ารู้ตัวว่าเราเป็นคนอดใจไม่ช้อปปิ้งได้ยาก อาจต้องเริ่มจากการพาตัวเองออกมาจากสิ่งล่อตาล่อใจก่อน เช่น เลิกดูไลฟ์สดขายของตกแต่งบ้านช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ เลิกกดเข้าแอปช้อปปิ้งช่วงมีโปรโมชันลดกระหน่ำสิ้นปี หรือลดการเดินห้างโดยไม่จำเป็น

เรามีตัวอย่างวิถี Gen Z ในสหรัฐฯ นิยมใช้เช่นกัน เช่น เพื่อระงับความอยากช้อปปิ้ง 16% ถึงกับเลือกที่จะถอนเงินสดออกจากบัญชีจนหมด, 7% ตัดใจลบแอปช้อปปิ้งทิ้ง และอีก 6% ยอมวางสมาร์ทโฟนให้ห่างตัวไปเลย

3. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

ถึงวิธีนี้เราจะได้ยินมาตลอด เรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่วิธีง่ายๆ นี้เองจะช่วยให้เราเห็นตัวเลขการใช้จ่ายแบบคร่าว ๆ ว่าในเดือนนี้ใช้จ่ายไปเท่าไหร่แล้ว และถ้าเห็นว่าเริ่มใช้เงินเกินตัวก็ควรเตือนตัวเองไว้ว่าถึงเวลาที่เราต้องประหยัดให้มากขึ้นแล้ว! ซึ่งนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการควบคุมรายจ่ายที่ถ้าเราทำอย่างต่อเนื่องนั้นจะช่วยให้เรามีเงินเพียงพอต่อการซื้อของที่ตั้งใจเอาไว้ได้โดยไม่ต้องก่อหนี้เลย

4. หยุดการรูดบัตรเครดิตแบบเด็ดขาด

บัตรเครดิตเปรียบเสมือนดาบสองคม ถ้าเราใช้ให้ดีก็จะมีประโยชน์ต่อตัวเจ้าของบัตรที่ได้รับส่วนลดซื้อสินค้าเพิ่มเติม แถมยังได้ของสมนาคุณต่าง ๆ อีกด้วย แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราใช้โดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และเผลอรูดจนเกินตัว ก็อาจนำมาซึ่งการเงินติดลบและมีหนี้ตามมา

หนึ่งในทางออกสำหรับคนที่รู้ตัวว่าควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองไม่ได้ เช่น เราอาจต้องยกเลิกบัตรเครดิตแล้วหันมาใช้เงินสดแทน เพื่อให้รู้ว่าวันนี้ตัวเองจ่ายไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะง่ายต่อการควบคุมการเงินของเรา

สิ่งเหล่านี้คือแนวทางบริหารการใช้เงินของเรา ถ้าทำได้ เราอาจมีเงินเก็บมากยิ่งขึ้น จนสามารถวางแผนเกษียณ หรือเก็บเงินไปเที่ยวตามที่ต้องการได้ในอนาคต

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32.42 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา : EduBirdie , MAKE by KBank,WISE

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Gen Z ในสหรัฐฯ เปย์หนักรับคริสต์มาส 34% ยอมรับ “ใช้เงินเกินตัว” แต่จะห้ามใจอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...