TOYOTA HILUX TRAVO-e ช่วงล่างเด่น ฟีลลิ่งดี
คอลัมน์ : เทสต์คาร์ ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง
หลังจากโตโยต้าเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้า 100%
ไฮลักซ์ ทราโว่-อี (TOYOTA HILUX TRAVO-e) ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ โตโยต้าทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าแล้ววันนี้
โตโยต้าชัดเจนตั้งแต่ต้นว่า กลุ่มเป้าหมายต้องการนำเสนอเพื่อเจาะกลุ่มหน่วยงานราชการ กลุ่มตลาดฟลีต การขนส่งเชิงพาณิชย์ การใช้งานในเหมือน ที่มีระยะทางวิ่งในเส้นทางที่ชัดเจน ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 500 คัน
ส่วนปีหน้าคาดว่าจะมียอดขายไม่น้อยกว่า 1,000 คัน
รถกระบะไฟฟ้า ไฮลักซ์ ทราโว่-อี คันนี้ผลิตจากโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศ อนาคตมีแผนส่งออกไปยังออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศในยุโรป
รถคันนี้มีให้เลือกตอนนี้เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นคือ รุ่น Double Cab 4TREX (4 ประตู)
ครั้งนี้ โตโยต้าเลือกเส้นทางจากสำนักงานใหญ่ ย่านบางนา มุ่งสู่ จ.ชลบุรี “ประชาชาติธุรกิจ” รับไม้ต่อช่วงที่สอง จากจุดพักรถ มอเตอร์เวย์ มุ่งหน้า อ.บางพระ ปรับตำแหน่งที่นั่งและอุปกรณ์ความปลอดภัยให้เหมาะกับสรีระ โดยรวม ๆ ภายในห้องโดยสารไม่แตกต่างจากทราโว่ เอาท์แลนเดอร์
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีปุ่มดันหลังไฟฟ้ามาให้ ส่วนเบาะนั่งด้านหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง ส่วนเบาะเเถวที่สองพับแบบ 60 : 40
พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า ESP มีปุ่มมัลติฟังก์ชั่น ปรับได้ 4 ทิศทาง คุมได้ง่ายกระชับมือ ส่วนตัวรู้สึกว่า เหมาะ-เบามือกว่า ทราโว่ เอาท์แลนเดอร์ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารครบครัน มาตรวัดจอแสดงผลขับขี่เป็นจอสีและจอกลางแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เช่นเดียวกับ ทราโว่ เอาท์แลนเดอร์ ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน มี USB Type C 5 จุด
คันเกียร์นั้นออกแบบมาในลักษณะกะทัดรัด คล้ายจอยสติ๊ก โตโยต้าใส่ฟังก์ชั่นการขับเคลื่อนตามสภาพเส้นทางต่าง ๆ โดยเลือกเปลี่ยนที่ปุ่มแบบมือหมุน ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกและง่าย
ขณะที่โหมดการขับของรถคันนี้ มีทั้ง ECO, NORMAL, SPORT พร้อม MTS
เสียดายไปนิด… ถ้าโตโยต้ามี Paddle Shift เข้ามาให้ น่าจะช่วยเสริมความลงตัว กับความเป็นรถกระบะไฟฟ้าได้มากขึ้น
สัมผัสแรกในจังหวะที่กดคันเร่งเบา ๆ ฟีลลิ่งการออกด้วยแรงบิดมหาศาล ในแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้าหายไป ตรงนี้ “ต้องชม” ทีมวิศวกร เลือกเซตอัพและออกแบบกระบะ ไฮลักซ์ ทราโว่-อี มาได้อย่างเนียน ๆ ด้วยระบบ มอเตอร์คู่ (Dual Motor) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ All-wheel Drive ให้กำลังรวมสูงสุด 196 แรงม้า (144 กิโลวัตต์) ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าแรงบิดสูงสุด 205 นิวตันเมตร และชุดมอเตอร์ไฟฟ้าหลังแรงบิดสูงสุด 269 นิวตันเมตร
โตโยต้าออกแบบการวางแบตเตอรี่โดยติดตั้งบริเวณกึ่งกลางเฟรม ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพิ่มความมั่นคงและสมดุลของรถ ช่วยบาลานซ์รถได้ค่อนข้างดี ทั้งในจังหวะออกตัว การกดคันเร่ง และการขับขี่บนถนนด้วยความเร็ว ฟีลการขับและควบคุมช่วยให้รู้สึก “เป็นธรรมชาติ” มากกว่ารถไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป หรือแม้แต่กระบะอีวีที่มีวิ่งอยู่ในปัจจุบัน ถือว่าคันนี้มีแต้มต่อ
“สมูท” สุด
ขณะที่ช่วงล่าง จากที่จินตนาการว่าจะมีความตึงตัง ปรากฏว่าผิดคาดทั้งทางเรียบ และทางขรุขระเซตมาดี มีการให้ตัวซับแรงกระแทก ไม่กระเทือนเข้ามาในห้องโดยสาร ค่อนข้างกระเดียด รถยนต์นั่งที่ค่อนข้างเฟิร์ม
ส่วนหนึ่งเป็นโตโยต้า ได้เพิ่มจุดเชื่อมพื้นตัวถัง เพื่อเสริมความแข็งแรงของห้องโดยสาร ปรับปรุงการทรงตัว และเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ ใช้ยางรองตัวถังแบบ Shear Type ลดแรงสั่นสะเทือนเข้าสู่ห้องโดยสาร เรียกว่านุ่ม หนึบ เกาะถนน ด้านหลังแบบ De-Dion ลดน้ำหนักใต้สปริง นุ่มนวล เสริมสมรรถนะการควบคุม
แม้ว่าตัวรถจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจาก ไฮลักซ์ ทราโว่ เอาท์แลนเดอร์ ขึ้นมาอีกกว่า 500 กิโลกรัม ซึ่งหลัก ๆ เป็นผลมาจากแบตเตอรี่ ทำให้โดยรวมรถมีน้ำหนักถึง 2.5 ตัน สามารถบรรทุกได้ราว ๆ 700 กิโลกรัม
ต้องบอกว่า “ยิ่งขับ ยิ่งมั่นใจ” มาครบทั้งประสิทธิภาพ การควบคุม การทรงตัว ความนุ่มนวล ความสบายในการขับขี่ และโดยสาร
เพื่อโชว์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของช่วงล่าง การออกแบบการปกป้องแบตเตอรี่ ด้วยเทคโนโลยีปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วย Diamond Guard ช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแผ่นปิดเสริมความปลอดภัย ทั้งด้านหน้าและใต้ท้องรถ เพื่อปกป้องความเสียหาย ขณะที่แบตเตอรี่ออกแบบมาให้ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูป Diamond Shape ช่วยลดความเสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรมระหว่างการใช้งาน เสริมความปลอดภัยจากการกระแทกรอบทิศทางด้วยโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก
ในสนามจำลองรูปแบบการขับลุยน้ำที่ระดับความสูง 50 ซม. ขับผ่านหลุม บ่อ โคลน ปรากฏว่า ไฮลักซ์ ทราโว่-อี ลุยผ่านมาให้แบบชิล ๆ
ขณะที่แบตเตอรี่ ไฮลักซ์ ทราโว่-อี ใช้ลิเทียมไอออนขนาด 59.2 kWh รองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุดที่ 10 kW และแบบ DC สูงสุดถึง 125 kW
ถึงตรงนี้ต้องบอกว่ารถคันนี้ ยังเหมาะกับกลุ่มผู้ที่ใช้งานเพื่อการขนส่ง บรรทุกเชิงพาณิชย์ที่มีระยะทาง เส้นทางในการวิ่งที่ชัดเจน และแม้ว่าตลาดจะมีวอลุ่มไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับตลาดกระบะโดยรวม ด้วยราคาค่าตัว 1.491 ล้านบาท กับระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้า โตโยต้าเคลมไว้ที่ 315 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ก็น่าสนใจไม่น้อย
เพราะหากมองให้ครบทั้งอีโคซิสเต็ม ความพร้อมทั้งงานบริการหน้าบ้าน เซอร์วิสหลังบ้าน งานประกัน ที่เซตมาเรียกว่าแน่น
นาทีนี้มั่นใจได้ว่า เมื่อเจ้าตลาดเริ่มขยับ น่าจะได้เห็นองคาพยพที่สามารถขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น ชนิดที่ห้ามกะพริบตา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : TOYOTA HILUX TRAVO-e ช่วงล่างเด่น ฟีลลิ่งดี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net