แสลงเพื่อไทยอันดับ 3
สำนักงาน กกต. ประกาศว่า ในการออกเสียงประชามติวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันลงคะแนน พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งไม่มีลงคะแนนออกเสียงล่วงหน้า กรณีผู้มีสิทธิไม่สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงที่หน่วยออกเสียงที่มีชื่อตามทะเบียนบ้านได้ก็ยังสามารถไปลงคะแนนนอกเขตออกเสียงได้ โดยทาง กกต.จะเปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขต รวมถึงลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกราชอาณาจักรได้ตั้งแต่วันที่ 3-5 ม.ค. 2569 คำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”
กรณีลงทะเบียนฯ นอกเขต ลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/popout/ หรือสแกน QR code หรือแอปพลิเคชัน “Smart Vote”
พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่หาเสียงที่สวนลุมพินีไปออกกำลังกาย “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อม “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย “โฟม” พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค และคณะลงพื้นที่วิ่งออกกำลังกายและหาเสียง
ยศชนัน นำผู้สมัคร สส.กทม. วิ่งรอบสวนลุมพินีระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ระหว่างนั้นได้พบ “ผู้ว่าฯ ทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯ กทม. และโรเบิร์ต โกเดค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
ยศชนัน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณจะจับมือทางการเมือง ว่า การจับขั้วในตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญมากคือเรามองประชาชนเป็นที่ตั้ง เราพยายามที่จะเดินทางไปพูดคุยกับผู้คนว่ามีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหนเพื่อนำมาเป็นแนวนโยบายที่จะส่งไปถึงประชาชน หากพรรคการเมืองใดมีประเด็นนโยบายทางเดียวกันก็สามารถจับกันได้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้ปิดตายหากพรรคไหนนำนโยบายพรรคเพื่อไทยไปปฏิบัติก็สามารถจับมือกันได้
“มีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพยายามบอกว่าพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับ 3 เรายังไม่ค่อยจะเต็มใจตอบ เพราะเมื่อเราลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน”
ยศชนันให้สัมภาษณ์ต่อถึงนโยบายด้านสวนสาธารณะและสุขภาพ เขาเห็นว่าประเทศไทยใช้จ่ายไปกับเรื่องสุขภาพเยอะมาก ดังนั้น ต้องแก้ต้นทางคือทำให้คนสุขภาพดีจะไม่ต้องใช้จ่ายรักษา สวนสาธารณะจะเป็นจุดศูนย์รวมที่เวลามีคนมีความเครียดก็จะมารวมกัน การที่เราทำให้สวนสาธารณะในจังหวัดต่างๆ ดีจะเป็นศูนย์รวมและทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ พรรคเน้นส่งเสริมสตรีทฟู้ดโดยการหาที่ขายให้ทั่วประเทศ
ผู้ว่าฯ ทริป ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเรื่องการลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ถ้าจะลงอีกสมัย ก็ลงในนามส่วนตัว 4 ปีหลังจากนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงมาก หากจะลงสมัครต่อต้องมีชุดนโยบายที่สามารถต่อยอดได้อีก 4 ปี ซึ่งตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าตอนนี้เรามีคำตอบที่ดีสำหรับคนกรุงเทพฯ หรือไม่ หากมีเซตนโยบาย หรือเซตคำตอบที่ดีก็จะลงสมัครต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการระดมสมอง
“ถ้าลงสมัครอีก เป้าหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพของเมืองกรุง ซึ่งยังมีปัญหาในด้านประสิทธิภาพของเมือง แก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ยังมีอยู่ แก้ปัญหาการจราจรติดขัด เราจะนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้เมืองเป็นเมืองที่มีประสิทธิภาพ การแก้กฎหมายต้องคู่ขนานกับเทคโนโลยี และการให้บริการต้องดีขึ้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาสานงานต่อ หัวใจ คือ การแก้ปัญหาเมืองกรุง”
“โฆษกจอม” ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยพบพฤติกรรมบางประการที่บั่นทอนบรรยากาศการเลือกตั้ง อาทิ การทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัครและของพรรค ซึ่งไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะเกิดจากผู้รับจ้างติดป้ายหาเสียงหรือไม่ พรรคการเมืองย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ พบการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการคอมเมนต์หมายเลขพรรคเพื่อไทย โดยใช้หมายเลขพรรคอื่นมาใส่แทน มีความพยายามสร้างกระแสชี้นำล่วงหน้าว่าใครจะต้องจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับใครทั้งที่ประชาชนยังไม่ได้แสดงเจตจำนง
“จังหวัดนครนายกได้เกิดขบวนการขัดขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครได้ จากการที่พรรคได้ส่งรายชื่อผู้สมัครไปที่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดเพื่อเข้ากระบวนการไพรมารีโหวต แต่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดที่คาดว่าย้ายพรรคไปตาม สส. แล้ว ยังไม่ยอมถอนชื่อออกจากการเป็นตัวแทนพรรคประจำจังหวัดได้ทำไพรมารีโหวตครั้งแรกแล้วส่งรายชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากการรับสมัครที่คณะกรรมการสรรหาส่งชื่อไปให้ และไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคกลับมาที่พรรค
พรรคจึงได้ทำหนังสือยืนยันรายชื่อเดิมกลับไปให้ตัวแทนไปทำไพรมารีมาใหม่ แต่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดอ้างว่า นัดประชุมใหม่แล้วแต่ไม่มีสมาชิกเข้าประชุมทำให้พรรคไม่สามารถส่งผู้สมัครในจังหวัดนครนายกได้ทันเวลา”
การเลือกตั้ง จ.นครนายก ในเขต 1 เป็นที่สนใจการแข่งขันระหว่าง พล.ต.ต.สุรพล บุญมา พรรคภูมิใจไทย อดีต สส.เพื่อไทย แข่งกับนายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร จากพรรคกล้าธรรม เขต 2 คู่ขับเคี่ยวคือ นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัครพรรคกล้าธรรม อดีต สส.หลายสมัย แข่งกับนายเกรียงไกร กิตติธเนศวร พรรคภูมิใจไทย อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่ย้ายมาลงในนามพรรคภูมิใจไทย
สมคิด เชื้อคง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในหลายพื้นที่มีการเก็บบัตรประชาชนกันแล้ว เป็นการเตรียมการเพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งล่วงหน้า ขอให้ กกต. เฝ้าระวังการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผิดสังเกตด้วย เพราะมีการใช้วิชามารเยอะมาก หลายพื้นที่พบว่ามีคนไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมากจนผิดสังเกต พรรคการเมืองบางพรรคใช้เงินซื้อบัตรประชาชนเพื่อนำไปลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จากนั้นก็ขนคนไปเลือกตั้ง
“จ.อุบลราชธานี มีการแข่งขันกันที่รุนแรงมากแทบทุกเขต โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 7 เขต 9 และเขต 10 อุบลราชธานี เป็นการแข่งขันกันระหว่างนักการเมืองกับนายทุนในพื้นที่ หวังว่าประชาชนจะให้บทเรียนกับนายทุน”
“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา และให้สัมภาษณ์ว่า การเมืองแบบเดิมๆ มีการปรับขั้วย้ายค่าย แต่ไม่ใช่ตัวแทนของพรรค ปชน. แน่นอน อยากให้ประชาชนตัดสินใจดี ๆ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้านให้เลือกคนที่มีอุดมการณ์มั่นคงอยู่ข้างประชาชน การเมืองตรงไปตรงมา เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง
ถ้าเป็นการเมืองแบบเดิม ๆ ที่มีการซื้อตัว สส.ย้ายขั้วย้ายค่าย คนมีประวัติเบื้องหลังเช่นนี้ เราอาจเห็นนักการเมืองที่ไปนั่งอยู่ในสภา มีส่วนพัวพันกับเรื่องทุจริตและเรื่องประวัติที่ไม่ดีแต่ก็ยังคงอยู่ในอำนาจได้ต่อ ตอนนี้ผู้สมัคร ปชน.ทุกคนผ่านกระบวนการตรวจสอบก็คงไม่มีปัญหาใด ๆ อีก จะมุ่งมั่นหาเสียงเต็มที่ใน 5 สัปดาห์ที่เหลือ
ณัฐพงษ์ ยังย้ำถึงการแสดงจุดยืนว่า จะไม่โหวตให้พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกฯ รวมถึงตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมด้วย ซึ่งเราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการชี้ชะตาจะเอาการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสีเทา ปชน. ประกาศจุดยืนชัดเจนให้กาส้มล้มเทา ถ้ามั่นใจในจุดยืนของพรรค ปชน. ก็ให้กาพรรค ปชน.ให้ถล่มทลาย เราตั้งรัฐบาลได้แน่นอน