โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์ใดครองความเป็นผู้นำในตลาด ‘นมพร้อมดื่มไทย’ ที่มีมูลค่ากว่า 3.6 หมื่นล้านบาท

Positioningmag

อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • Lupang

ตอนนี้ 'ตลาดนมพร้อมดื่ม' ในไทยกำลังเป็นประเด็นร้อนแรง เราจึงอยากพาดูว่า ตลาดนี้มีความน่าสนใจแค่ไหน?
โดย 'ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร' ได้สรุปข้อมูลจาก Drinking Milk Product in Thailand 2024 ของ ‘ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ (Euromonitor International) ไว้ว่า ตลาดนมพร้อมดื่มในไทยมีมูลค่า 36,814 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปี 2566 ที่มีมูลค่าอยู่ประมาณ 34,993 ล้านบาท
สำหรับแบรนด์ที่ครองมาร์เก็ตแชร์ 4 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1 เมจิ ครองมาร์เก็ตแชร์ 15.1%
อันดับ 2 โฟร์โมสต์ ครองมาร์เก็ตแชร์ 13.9%
อันดับ 3 ไทย-เดนมาร์ค ครองมาร์เก็ตแชร์ 13.1%
อันดับ 4 ตราหมี ครองมาร์เก็ตแชร์ 9.1%
แบรนด์อื่น ๆ ครองมาร์เก็ตแชร์ 48.8%
คาดการณ์ตลาดเติบโต
จากรายงานดังกล่าวยังได้คาดการณ์ไว้ว่า มูลค่าตลาดนมพร้อมดื่มในไทยยังมีแนวโน้มเติบโต
ปี 2568 จะมีมูลค่า 38,488 ล้านบาท
ปี 2569 มีมูลค่า 40,053 ล้านบาท
ปี 2570 มีมูลค่า 41,576 ล้านบาท
ปี 2571 มีมูลค่า 43,164 ล้านบาท
สำหรับความท้าทายที่ตลาดนมพร้อมดื่มในไทยต้องเผชิญ หลัก ๆ ก็คือ 'อัตราการเกิดของประชากรไทยที่ลดลง' อย่างไรก็ตามตลาดนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตในช่องทางค้าปลีก ซึ่งผู้ผลิตแต่ละรายจำเป็นต้องรักษาความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการนำนวัตกรรมและความแตกต่างมาใช้ดึงดูดผู้บริโภค โดยต้องตอบสนองทั้งกลุ่มเป้าหมายหลักอย่าง ‘กลุ่มเด็ก’ และ ‘กลุ่มผู้ใหญ่’ ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าเพิ่ม เช่น นมปราศจากแลคโตส, นมพร้อมดื่มเสริมวิตามินและโอเมก้า เป็นต้น
ที่มา
https://fic.nfi.or.th/market-intelligence-market-share-detail.php?smid=434

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...