โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหัศจรรย์งานศิลป์แห่งแผ่นดิน ผลงานชิ้นเอกจากช่างฝีมือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรียนรู้เบื้องหลัง สัมผัสคุณค่าของศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยอย่าง “โขน” ที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.อยุธยา

JS100 - Post&Share

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • JS100:จส.100
มหัศจรรย์งานศิลป์แห่งแผ่นดิน ผลงานชิ้นเอกจากช่างฝีมือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรียนรู้เบื้องหลัง สัมผัสคุณค่าของศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยอย่าง “โขน” ที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.อยุธยา

“พระนครศรีอยุธยา” จังหวัดที่มีอะไรให้ทำมากมาย เป็นที่หมายของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ การได้ถ่ายรูปกับบรรยากาศเมืองเก่า ชิมอาหารรสเลิศ ลิ้มลองขนมไทยที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ ซึมซับวัฒนธรรมไทย อีกทั้งเดี๋ยวนี้มีคาเฟ่สวยๆให้พักผ่อนหย่อนใจเต็มไปหมด เป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองได้ดีเลย และที่สำคัญ… พระนครศรีอยุธยา มีสถานที่รวบรวมงานศิลปะชั้นสูงของไทยที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสมบัติของชาติ หากคุณชื่นชอบงานศิลปะ บอกได้เลยว่าที่นี่เป็นที่ที่คุณไม่ควรพลาด มาชมมหัศจรรย์งานศิลป์กันที่ “ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด” ผลงานชิ้นเอกจากช่างฝีมือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ถูกรวบรวมไว้ที่นี่แล้ว

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 ทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ทรงก่อตั้ง จุดเริ่มต้นของมูลนิธินี้มาจากพระราชดำริในช่วงที่พระองค์เสด็จไปเยี่ยมราษฎรในชนบทพร้อมกับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพบว่าชาวบ้านจำนวนมากมีรายได้ไม่เพียงพอในฤดูว่างจากการทำนา พระองค์จึงมีพระราชดำริให้ ส่งเสริมให้ราษฎรใช้เวลาว่างผลิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เพื่อเป็นรายได้เสริม มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริที่สะท้อนให้เห็นถึง พระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะไม่เพียงช่วยให้ประชาชนมีรายได้ แต่ยังรักษารากเหง้าของศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ ปัจจุบันช่างฝีมือในโครงการ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มีทั้งหมด 23 สาขา ซึ่งเป็นแขนงศิลปหัตถกรรมไทยที่มูลนิธิฯ ส่งเสริม อนุรักษ์ และพัฒนาขึ้น เพื่อให้ราษฎรได้ฝึกฝนฝีมือ มีอาชีพ และรักษาภูมิปัญญาไทยไว้สืบไป

ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ได้มีการรวบรวมผลงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง จากฝีมือช่างของสถาบันฯ ซึ่งจัดแสดงภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ ทั้งงานปักไหม งานโลหะลงลาย งานแกะสลักไม้ งานเครื่องเงิน-ทอง มีการจัดแสดงชิ้นงานที่จัดเป็น “ศิลปวัตถุของแผ่นดิน” ซึ่งถือว่ามีคุณค่าทางวัฒนธรรมและศิลปะเป็นอย่างมาก งานหัตถกรรมไทยทุกชิ้นถูกสร้างสรรค์ด้วยความประณีตตัวอย่างเช่น
บุษบกมาลา เป็นหนึ่งในผลงานศิลปหัตถกรรมไทยที่รวมสุดยอดงานช่างแขนงต่าง ๆ ไว้มากที่สุดเช่น เครื่องเงิน เครื่องทอง คร่ำ ถมทอง ลงยา แกะสลักไม้ และประดับปีกแมลงทับ โดยช่างสถาบันสิริกิติ์ 285 คน ใช้เวลาสร้าง 1 ปี จำลองแบบจากพระที่นั่งบุษบกมาลา มหาจักรพรรดิพิมาน ในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง
ฉากจำหลักไม้เรื่อง “สังข์ทอง” และ “หิมพานต์” เป็นผลงานแกะสลักไม้สักขนาดใหญ่ สูงและยาวกว่า 6 เมตร สร้างโดยช่างฝีมือ 79 คน ใช้เวลากว่า 3 ปี แสดงฝีมือการแกะทั้งแบบนูนและลอยตัวอย่างประณีต ด้านหน้าเล่าเรื่อง สังข์ทอง มีตัวละครอย่างเจ้าเงาะและนางรจนาขนาดเท่าคนจริง ประดับปีกแมลงทับงดงาม ด้านหลังใช้โครงฉากเดียวกัน เล่าเรื่อง หิมพานต์ มีเขาไกรลาส เทพยดา สัตว์หิมพานต์ ครุฑ นาค และกินนร-กินรีลอยตัวประดับฐานซ้ายขวา
ฉากปักไหมน้อยเรื่อง "อิเหนา" สุดยอดผลงานหัตถศิลป์ด้านการปักผ้าของไทย บรรจุเรื่องราวจากวรรณคดีเรื่อง อิเหนา ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ใช้เทคนิคการ ปักไหมน้อย (การปักด้วยเส้นไหมขนาดเล็ก) อย่างประณีตและละเอียดอ่อน มีการ หนุนภาพ ให้มีความสูงต่ำ นูนต่ำ และมีความลึกตื้นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ภาพที่ปักออกมามีความ สมจริง และมีมิติเสมือนภาพสามมิติ (3D) ผลงานชิ้นนี้ สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือถึง 143 คน ใช้เวลาจัดทำยาวนานถึง 4 ปี
และยังมีผลงานชิ้นเอกอีกหลายงานให้ได้รับชม สำหรับประวัติความเป็นมาของผลงานแต่ละชิ้น ก็มีให้เรียนรู้ เพราะก่อนเข้าสู่บริเวณนิทรรศการ จะมีเครื่องบรรยายแจกให้ผู้เข้าชม เสียงบรรยายจะบอกเล่าเรื่องราวประวัติของผลงานชิ้นนั้น ภายในนิทรรศการไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอทั้งสิ้น แต่ผลงานชิ้นเอกระดับนี้ รับรองว่าได้เห็นของจริงเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ
สามารถชมบรรยากาศและตัวอย่างผลงานได้ที่ Facebook : Arts of the kingdom - ศิลป์แผ่นดิน
หลังจากชมผลงานศิลปะชิ้นเอกกันแล้ว มาต่อกันที่การเรียนรู้เบื้องหลัง สัมผัสคุณค่าศิลปะการแสดงชั้นสูงอย่าง “โขน” กันที่อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon) เป็นอาคารจัดแสดงภายในพื้นที่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ ศิลปะการแสดงโขน อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่า ภายในจัดแสดงข้อมูลตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของโขน พัฒนาการในแต่ละยุค สาธิตการแต่งกาย การแต่งหน้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับโขน รวมถึงการจำลองเบื้องหลังการแสดง เช่น การทำหัวโขน เครื่องประกอบฉาก และเครื่องแต่งองค์

ประติมากรรมนูนสูงที่สื่อถึงฉากการต่อสู้ในวรรณคดีเรื่อง รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงโขนตัวละครทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดบนผืนน้ำที่ถูกปั้นเป็นลวดลายคลื่นสีน้ำเงินเข้มและมีเกลียวคลื่นอย่างชัดเจน

ส่วนจัดแสดงขั้นตอนการสร้างหัวโขน ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ แสดงให้เห็นกระบวนการผลิตหัวโขนแบบดั้งเดิม ตั้งแต่โครงร่างจนถึงการตกแต่งลวดลา ยสะท้อนถึงความละเอียดประณีตและภูมิปัญญาช่างไทย ในการสร้างหัวโขน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของศิลปะการแสดงโขนไทย

ส่วนจัดแสดง “ศิราภรณ์โขน” จัดแสดงหัวโขนหลายแบบที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีตตามศิลปะช่างไทยโบราณ เช่น หัวหนุมานและยักษ์ประเภทต่าง ๆ แต่ละหัวตกแต่งด้วยลวดลายปิดทอง ประดับกระจก และลงสีฝีมือช่างอย่างละเอียดงดงาม แสดงถึงขั้นตอนการสร้างหัวโขนที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ ตั้งแต่การขึ้นรูปโครง การปั้น การลงสี จนถึงการประดับตกแต่ง

หุ่นจำลองแสดงตัวละครในการแสดงโขน ชุดแต่งกายโขนเต็มรูปแบบที่วิจิตรตระการตา ชุดโขนที่จัดแสดงมีความประณีต แสดงถึงงานฝีมือชั้นสูงในการปักผ้าด้วยดิ้น เลื่อม และวัสดุมีค่าตามแบบฉบับเครื่องแต่งกายโขนหลวง
ตัวละคร (จากซ้ายไปขวา)
ตัวพระ : แต่งกายด้วยชุดสีทองอร่าม สวมชฎายอดแหลม (อาจเป็นพระราม, พระลักษณ์ หรือตัวเอกอื่นๆ)
ตัวนาง : แต่งกายด้วยผ้านุ่งยกทองสีชมพู/แดง (อาจเป็นสีดา หรือตัวนางอื่นๆ)
ตัวยักษ์ : แต่งกายด้วยชุดสีทอง-แดง สวมหัวโขนยักษ์ (อาจเป็นทศกัณฐ์ หรือยักษ์สำคัญอื่นๆ)
ตัวลิง (หนุมาน) : แต่งกายด้วยชุดสีขาว-แดง สวมหัวโขนลิงสีขาว อ้าปาก (บ่งบอกว่าเป็นหนุมาน) กำลังอยู่ในท่าทางต่อสู้หรือรุกไล่

หนุมานอมพลับพลา หนึ่งในฉากวิจิตรจากโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน ศึกมัยราพณ์ เล่าตอนที่หนุมานแปลงกายให้ใหญ่โต อมพลับพลาที่ประทับของพระรามไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มัยราพณ์ลักพาพระรามไปได้ ประติมากรรมหนุมานสูงใหญ่จนผู้แสดงเข้าไปอยู่ภายในได้ ดวงตาและมือขยับได้จริง ใช้เทคนิคพิเศษผสมผสานให้การแสดงตระการตาและสมจริงยิ่งขึ้น

หุ่นจำลองขนาดใหญ่ของหนุมานสำแดงเดช ตัวละครเอกในเรื่องรามเกียรติ์ อยู่ในปาง สำแดงอิทธิฤทธิ์ (4 พักตร์ 8 กร) มีกายสีขาว มีลวดลายกนกสีทองประดับตามร่างกายและเครื่องแต่งกาย สวมมงกุฎยอดแหลมสีขาวทอง มีเครื่องประดับและพัสตราภรณ์โขนที่วิจิตรงดงาม

ฉากจำลองเรือสำเภาส่วนประกอบฉากจากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอนหนึ่งของ รามเกียรติ์ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางทะเล เช่น ตอน “หนุมานเกี้ยวนางสุพรรณมัจฉา” หรือ “ศึกไมยราพณ์” แสดงให้เห็นความประณีตในงานศิลป์ด้านการสร้างฉากที่ผสมผสานความงามของศิลปะไทยกับเทคนิคการแสดงร่วมสมัย

ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ทั้งกระบวนการสร้างสรรค์และศิลปะเบื้องหลังการแสดงโขนอย่างครบวงจร ผ่านการจัดแสดงที่สวยงามและเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับทั้งนักเรียน นักศึกษา และและนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย
แต่… สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวอยุธยาแบบจัดเต็ม 2 วัน 1 คืน โป๊ยเซียนและจส.100 จัดให้! พาเที่ยวแบบเซียนๆ ครบ จบรอบด้านกับทริป “เที่ยวอย่างเซียน…สดชื่น ปลอดภัย ไปกับโป๊ยเซียน” ทริปนี้คุณจะได้เป็นเซียนสายชิม อิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษที่คัดสรรมาอย่างดีในบรรยากาศที่สบาย ได้เป็นเซียนสายแช้ะ ถ่ายรูปในสถานที่สวยๆ ไปอวดในโซเชียล ได้เป็นเซียนทำขนม ลองทำขนมไทย ได้เป็นเซียนสายศิลปวัฒนธรรม เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สัมผัสความงามของศิลปวัฒนธรรมไทยที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิดอย่างที่กล่าวไปข้างต้น พร้อมลุ้นของที่ระลึกสุดพิเศษในปาร์ตี้มื้อเย็นที่สนุกสุดเหวี่ยง ที่สำคัญ… คุณจะได้เป็นเซียนสายเที่ยว เที่ยวอย่างสดชื่นและปลอดภัย
ความพิเศษไม่ได้มีเพียงแค่นี้ ทริปนี้ยังมีคุณต้นคูน Koon O’clock หรือ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ ร่วมทริปไปด้วยกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะกรรมการและที่ปรึกษาของบริษัท โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์ จำกัด นอกจากบทบาทในการบริหารธุรกิจ คุณต้นคูนยังมีความสนใจในด้านภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม และเคยเป็นอาจารย์พิเศษด้านประวัติศาสตร์และภาษาไทย รวมถึงเป็นมัคคุเทศก์ตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์อีกด้วย พร้อมกับดีเจจากจส.100 อีก 2 ท่าน มาร่วมสร้างบรรยากาศและความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

"เที่ยวอย่างเซียน…สดชื่น ปลอดภัย ไปกับโป๊ยเซียน" เส้นทางกรุงเทพฯ-อยุธยา 2 วัน 1 คืน เดินทางวันที่ 7 - 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเดินทางแห่งความมหัศจรรย์และปลอดภัย ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็น "เซียน" ในแบบของคุณ!
ทริปนี้รับจำนวนจำกัด : รับเพียง 32 ท่าน หรือ 16 คู่เท่านั้น!
ราคาคู่ละ 5,900 บาท
ทริปนี้พาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง…? คลิก >> https://bit.ly/43oZaDv
สนใจร่วมทริป ลงทะเบียนได้เลยที่ : https://forms.gle/sNrLxQ5F18deSXcN8
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1137 (เสียค่าบริการ) หรือโทร *1808 (ฟรีทุกเครือข่าย)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...