โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ สั่งอุดรอยรั่วทุนเทา คุมเข้มธุรกรรม “ทองคำ–สินทรัพย์ดิจิทัล” ยกระดับเกณฑ์รายงานเส้นเงิน

The Better

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 14.01 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 07.24 น. • THE BETTER
นายกรัฐมนตรีสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลการเงิน สางปัญหาทุนเทา–ฟอกเงิน เดินหน้าคุมเข้มธุรกรรมทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล ปรับลดวงเงินร้านค้าทองคำที่ต้องรายงาน พร้อมใช้ Travel Rul

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการจัดเก็บและเชื่อมโยงฐานข้อมูลธุรกรรมเข้าสู่ Data Hub เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการฟอกเงินและเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันตัวกลางทางการเงินบางประเภท เช่น การค้าทองคำ ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บข้อมูล จึงได้สั่งการให้ดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  • ธุรกรรมทองคำ มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลผู้ประกอบการค้าทองคำให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการพิจารณาปรับลดวงเงินธุรกรรมของร้านค้าทองคำที่ต้องรายงานต่อ ปปง. หรือกรมสรรพากร จากเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้เหมาะสมและอาจจัดทำเป็นขั้นบันไดตามระดับความเสี่ยง
  • การซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สั่งการให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลังที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กรณีการซื้อขายทองคำที่ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง โดยกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ชัดเจน เพื่อให้กรมสรรพากรสามารถจัดทำบัญชีพิเศษ และให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์นำส่งข้อมูลธุรกรรมแก่กรมสรรพากร พร้อมศึกษาการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับธุรกิจดังกล่าว ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • สินทรัพย์ดิจิทัล มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณานำหลักเกณฑ์ด้านข้อมูลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (Travel Rule) มาใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทุกรายจัดเก็บและสามารถตรวจสอบข้อมูลการโอนระหว่างกระเป๋าเงินดิจิทัลได้อย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดมาตรการจำกัดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของผู้ใช้งาน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการจัดเก็บข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้ครบถ้วน มีคุณภาพ และมีระบบป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้การตรวจสอบเส้นทางการเงินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินอย่างจริงจัง

“เชื่อว่ามาตรการที่ได้หารือกันในวันนี้จะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และสกัดกั้นอาชญากรรมทางการเงินทุกรูปแบบ ไม่เพียงเฉพาะระบบดิจิทัล แต่รวมถึงระบบดั้งเดิมหรืออนาล็อคด้วย ซึ่งจะสร้างประโยชน์อย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตานานาชาติ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...