โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง นำโดยกลุ่มการเงิน กังวลแผนคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต

PostToday

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักลงทุนประเมินข้อมูลเงินเฟ้อเดือนธันวาคมซึ่งตัวเลขออกมาตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงของเจพีมอร์แกน รวมถึงนายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า ข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์ในการจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ระดับ 10% จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภค ความเห็นดังกล่าวได้จุดชนวนแรงขายหุ้นกลุ่มการเงินอีกครั้ง หลังจากตลาดเคยเผชิญแรงเทขายจากประเด็นเดียวกันก่อนหน้านี้ ภายหลังทรัมป์เสนอให้มีการบังคับใช้เพดานอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม

หุ้นของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดปรับตัวลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ฉุดดัชนีเอสแอนด์พี 500 ให้อ่อนตัวลง ส่วนหุ้นเจพีมอร์แกนก็ปรับลดลงเช่นกัน แม้ธนาคารจะรายงานกำไรไตรมาสล่าสุดสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจกลับปรับตัวลดลง

หุ้นธนาคารขนาดใหญ่อื่น ๆ ซึ่งมีกำหนดรายงานผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ปรับตัวลดลงเช่นกัน แม้นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารส่วนใหญ่จะมีผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปีที่แข็งแกร่งขึ้นก็ตาม

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 13.97 จุด หรือ 0.20% ปิดที่ 6,963.30 จุด

ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ลดลง 22.70 จุด หรือ 0.10% ปิดที่ 23,711.20 จุด

ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลง 394.97 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 49,195.23 จุด

ตลาดทองคำ ราคาทองคำปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันอังคาร หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐตอกย้ำความคาดหวังเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่ยังดำเนินอยู่ ส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาทองสปอตทรงตัวที่ 4,591.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดที่ 4,634.33 ดอลลาร์ระหว่างการซื้อขาย

ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ ปิดลดลง 0.3% ที่ระดับ 4,599.10 ดอลลาร์

ส่วนราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% โดยได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันดิบจากอิหร่าน ซึ่งกลบปัจจัยด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นจากเวเนซุเอลา

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.60 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 65.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ ปิดที่ 61.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.8%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...