โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” ท้า “เท้ง” พูดให้ชัดไม่แตะ ม.112 - ไม่รับปากโหวตใช้หนี้ ปชน.

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 07.53 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 ธ.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ ในรายการ ‘ติ่งใส่เดี่ยว’ โดยมี ในสมภพ รัตนวลี ผู้อํานวยการฝ่ายข่าวช่องเวิรค์พอยท์ 23

นายสมภพได้สัมภาษณ์หลายประเด็นร้อนทางการเมืองในประเทศ ประเด็นร้อนทางชายแดน และความพร้อมถึงการเลือกตั้งในปี 2569

นายอนุทิน ได้กล่าวถึง สโลแกนพรรค พูดแล้วทำพลัส ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคและตนเองได้ทำมาตลอดตั้งแต่เป็นรัฐมนตรี และการได้เป็นนายกรัฐมนตรีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน โดยระบุว่า ตั้งแต่ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรี ได้ทำงานตามที่พูดหลายอย่าง เช่น การปราบปรามยาเสพติด ปราบปราบแสกมเมอร์ก็ทำมาตลอด แต่ทำแล้วได้แถลงผลงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่นการตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เนตพื้นที่ชายแดน พอเสร็จสิ้นประชุมสภาความม่นคงแห่งชาติ หรือสมช. ก็ทำทันที ไม่ได้ช้า ที่บอกว่าช้า เป็นวาทกรรมทางการเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ส่วนการสร้างความเชื่อมั่น ตนก็ทำมาตลอด

ในการเป็นผู้นำ ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากอดีตนายกรัฐมนตรีมาตลอด แต่มันมีเรื่องการเมืองจึงมีอะไรติดขัด

ส่วนพูดแล้วทำพลัส นโยบายไหนดีก็ทำต่อ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้สามารถยกระดับเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงิน คำว่าพลัส ยังได้ อัฟสกิล เพิ่มมูลค่าไม่ใช่แค่แจกเงิน 2,000 บาท ให้คนใช้ 2,000 บาทแต่รัฐบาลได้ให้แอพพลิเคชั่นให้ผุ้ค้าสามารถขายของได้กว้างไกลมากขึ้น และโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ก็นำมาพลัสต่อด้วย

ส่วนการเปิดตัว นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นดรีมทีมพรรคภูมิใจไทย ในวันแถลงนโยบายที่ผ่านมา นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าหากพรรคภูมิใจไทย ได้รับการไว้วางใจจากประชาชน สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จะมีบุคคลทั้งสามท่าน ดํารงตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแน่นอน เพื่อกำกับกลุ่มงานแต่ละด้าน เช่น การเงินการคลัง การค้า การตลาด การต่างประเทศ ให้ไทยมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก

สิ่งที่ตนรู้สึกดีใจมาก รัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านมีความรู้ควาสามารถไม่ต้องทดลองงาน สามารถทำงานได้เลย แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐมนตรีในฝั่งการเมืองจะทำงานไม่ดี แต่ ใน 3 ด้านนี้จำเป็นต้องใช้มืออาชีพทำงานเพราะมีเวลาแค่ 3 เดือน ต้อง Quick big win หาคนทไงานได้เลน ซึ่งทั้ง 3 ท่านก็ได้พิสูจน์ตนเองแล้ว

ส่วนเหตุใดบุคคลทั้ง 3 ท่านไม่ได้ลงอยู่ในรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของการก้าวลงการเมืองของทั้ง 3 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านยังไม้คุ้นชิน ตนต้องร้องขอให้ดำรงหัวหน้าทีมแต่ละส่วน ขณะที่ตนยังทำหน้าที่ตรงนี้ เป็นนายกรัฐมนตรี ผลประโยชน์ทางการเมืองไม่เสีย เพราะบริบททางการเมืองได้เปลี่ยนไป สมัยก่อนพรรคภูมิใจไทยได้ 30-50 ที่นั่ง ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้รับความคาดหวังจากประชาชน แต่ตอนนี้มีประชาชนคาดหวังจำนวนมาก คาดหวังถึงระดับจะให้ใครมาเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งไหน ซึ่งตนต้องฟัง

ส่วนกระแสความนิยม ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส อาจจะได้รับการตอบรับจากสังคมเมืองกทม. คาดว่าจะอยากได้ที่นั่ง สส.เท่าไร นายอนุทินกล่าวว่า เราจะพยายามให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังมีสมาชิกใหม่เข้ามาจำนวนมาก ล้วนมีประสบการณ์ทางการเมืองมามาก ไม่ใช่ว่าให้มากรอกใบสมัครอย่างเดียว แต่ละคนมีความเชื่อมั่นมาแล้ว ตนได้ขอให้แต่ละคนมาช่วยงาน สิ่งที่พรรคสร้างนโยบายมาก็ตรงกับความต้องการมันมีอะไรที่ตรงกัน ไม่ใช่ใช้พลังดูดอย่างเดียว ยกตัวอย่าง นายสันติ พร้อมพัฒน์ บ้านใหญ่เพชรบูรณ์ คุณสนธยา คุณปลื้ม บ้านใหญ่ชลบุรี นายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นต้น คนเหล่านี้เป็นบุคคลทางด้านการเมือง เป็นอดีตรัฐมนตรีมีความสามารถเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

ส่วนความมั่นใจว่าได้สัดส่วนสส.ในสภาถึงสามารถจัดตั้งรัฐบาลเดียวหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนมั่นใจ มั่นใจ เพราะตนมาถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พรรคภูมิใจไทยได้กลางยุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาล ต้องทำได้ ไม่มีแต่

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาชน เพราะมีความพยายามในการแก้ มาตรา112 นั้น แต่พระประชาชนได้ออกมายืนยันว่าไม่เกี่ยวกันเพราะไม่มีนโยบายแก้มาตรา 112 นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน ตนบอกเฉยๆว่าเขาไม่ขอร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แล้วที่เจ็บช้ําจาก MOA แล้วไปสร้างวาทกรรมให้กับพรรคภูมิใจไทย ว่ามาหักหลัง แต่ MOA ได้บันทึกไว้ 4 ข้อ ไม่มีเรื่องสว.จะไปตัดอำนาจของ สว.ได้อย่างไร พอไม่ได้ตามที่ต้องการ แล้วใครตะโกนในสภาขอให้ยุบสภา ตนก็ยอมรับว่า หากพรรคประชาชนให้ตนมาเป็นนายก แล้วบอกให้ยุบสภาผมก็ทำตาม ผมผิดตรงไหน ผมหักหลังตรงไหน หากไม่ ยุบสภา และเตรียมกันในเรื่องการลงชื่อรัฐบาลก็ไม่รอด ส่วนที่สส.ของพรรคภูมิใจไทย โหวตไปในทางเดียวกับทาง สว. ก็เพราะว่า ต้องการให้ผ่านวาร 2 และ 3 อย่าใจร้อน ซึ่งยังมีโอกาส บางทีจะต้องใจเย็น ผมถึงบอกว่าประสบการณ์ก็สำคัญ ควรจะต้องใจเย็น วันนี้มาว่าพรรคภูมิใจไทยว่าอยากได้อำนาจรัฐมาก หากเลื่อนออกไปอีกหน่อย อย่างไรก็ตามก็ยุบสภาไม่เกินวันที่ 31 มกราคม ซึ่งถ้าหากอยากได้อำนาจรัฐมากวันเดียวก็ไม่ยุบสภา ซึ่งผมก็คืนอํานาจให้กับประชาชน ยังไม่รู้ว่าตนเองไปหักหลังตรงไหน

ส่วนที่จะสามารถร่วมงานกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ หากไม่มี เสนอนโยบายแก้มาตรา 112 นายอนุทินกล่าวว่า “ผมบอกแล้วว่าผมจะไม่ร่วมกับคนที่แตะ ม.112 จะแก้ตรงหรือจะแก้อ้อม หรือจะไปนิรโทษคนที่ดูถูกดูแคลนสถาบัน จะอายุมากหรือน้อย แล้วนำไปตกผลึก แล้วจะกลับมาแก้อีกครั้งหนึ่ง” ปัญหามันอยู่ตรงนี้

แต่ทั้งหลายทั้งมวลตนไม่ได้เป็นคนเริ่มเลย แต่ท่านยังคงมีอารมณ์ค้างอยู่ดีๆ ก็มาบอกว่าไม่โหวตอนุทิน ก็เป็นฝั่งตรงข้าม จะมองเป็นอย่างอื่นก็ไม่ได้ ซึ่งถ้าหากตนได้พรรคอันดับ 1 พรรคประชาชนก็ไม่โหวตให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือถ้าตอนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เขาก็ไม่โหวตให้ ซึ่งเขาบอกชัดเจนว่าไม่เอาภูมิใจไทย จนเล่นวาทกรรมสู้เขาไม่ได้ เอาความชัดเจนว่า ถ้าตนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยตนก็จะรับสภาพ แต่ตนจะไม่กำกับให้ใครมาทำอย่างนู้นอย่างนี้ และถ้าวันใดขัดใจกันคือสิ้นสุดการเป็นรัฐบาล ซึ่งก็พูดมาซ้ำๆ แต่ตนก็ไม่เคยกลัว เมื่อถึงเวลาตนก็คืนอำนาจให้กับประชาชน อย่างไรก็ตามภาคภูมิใจไทยได้เตรียมการเรื่องยุบสภา นับตั้งแต่ที่ถูกเชิญออกจากการเป็นรัฐบาลตั้งแต่เดือนมิถุนายน

ตอนนั้นตนยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี คิดแค่ว่ายุบสภา ได้เตรียมยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พอมีช่องทางให้ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็นำยุทธศาสตร์นั้นมาทำงาน ไม่ได้กั๊กไว้ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศก็ทำ ซึ่งตอนนี้ก็เห็นชัดเจนว่า เศรษฐกิจดีขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น สถานะประเทศไทยในเวทีโลกดีขึ้น ปัญหาชายแดนจากไทยที่เสียเปรียบเท่ากับได้เปรียบ ซึ่งที่ตนคิดไว้ตอนแรกคือระยะเวลาทำงาน 4 เดือน แต่นี่ผ่านเพียงแค่ 2 เดือน สามารถนำสถานะต่างๆกลับมาได้ โดยตนได้เห็นความพึงพอใจของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากพรรคประชาชนได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ หนึ่ง ภาคภูมิใจไทยจะโหวต เรื่องนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคประชาชนหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ยังมีม.112 ตอนมีความชัดเจน อย่างที่นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้บอกไว้ว่า ตนอย่าสร้างเรื่องหลอกลวงประชาชน ท่านก็พูดมาเลยว่าจะไม่แตะ ม.112 ซึ่งตนก็ไม่มีอะไรที่จะไปหลอกลวงประชาชน ตนไม่ได้สร้างเรื่อง ตนพูดมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคปี 2552 ภาคภูมิใจไทเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องม.112 เราไม่แตะ และ แถลงการณ์ในปี 2566 ว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายแก้ ม.112 ตนไม่ได้หรอก และทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ อนาคตก็ยังเป็นอยู่

ส่วนนโยบายการจ้างทหารอาสา 1 แสนตำแหน่ง ก็เป็นนโยบายที่ตนคิดไว้ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เห็นผลงานของกลุ่ม อส. มีศักยภาพ ซึ่งได้ทหารอาสา จะไม่มีเกณฑ์ทหาร จะให้ระบบเงินเดือน อัพสกิล ฝึกอาชีพ สอนทักษะ พร้อมรบ พอครบ 4 ปีต่อยอดเป็นทหารอาชีพได้ ได้กำลังพลด้วย จะไม่มีทหารรับใช้เพราะการกดดันทางสังคม เป็นการปรับรูปแบบความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่ถูกสถานการณ์บีบให้เปลี่ยน

ตอนนี้ได้รับรู้ถึงเหตุจำเป็นและบทบาทกองทัพ เราแค่หาจุดสมดุลที่ให้ประชาชนรับได้ ซึ่งมันชัดเจนว่ากองทัพต้องเข้มแข็ง หลายปีที่ผ่านมากองทัพถูกตัดงบประมาณซื้ออาวุธ ซึ่งจะต้องคิดใหม่ ต้องเป็นอาวุธที่ทันสมัย มีความจำเป็นใช้งาน มีคุณภาพ ในช่วงที่มีการปะทะกันบุคลากรกองทัพก็ทราบแล้วว่าจะพัฒนาอย่สงไรให้เข้มแข็งมากขึ้น มีของดี มีกำลังพลดี ถ้าตนเป็นรัฐบาลต้องทำให้มั่นใจว่าได้ของดี

ส่วนที่บอกว่าตนเองเป็นหนี้ประชาชน 2,400 บาท จนมีนักร้องเรียนร้องให้ทําการตรวจสอบ ซึ่งอาจจะผิดกฎหมาย นายอนุทินกล่าวว่า สิ่งที่พูดไปไม่ใช่สัญญาว่าจะให้ แต่เป็นนโยบาย ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปเป็ยรัฐบาลจะทำสิ่งเหล่านี้ ส่วน โครงการคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ตอนแรกให้สัญญากับประชาชนไปแล้ว แต่มายุบสภาเสียก่อน ก็จึงจำเป็นจะต้องคืนสัญญา ซึ่งวิธีการพูดก็คือเป็นหนี้ เหมือนติดค้างหนี้ในสิ่งที่ทำไม่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม จะไม่มีถุงอะไรไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านนักร้องเรียน ถ้าจะต้องสู้ก็สู้ตามกฎหมาย นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องมี แคนดิเดตเดตนายกรัฐมนตรีเพิ่มอีกหนึ่งคน คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ถ้ามีอุบัติเหตุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...