ลุ้น‘วินโดว์เดรสซิ่ง’ท้ายปี เงินประหยัดภาษีจ่อหมื่นล.
#หุ้นไทย#วินโดร์ว#ทันหุ้น – กูรู ประสานเสียง โค้งท้ายปีนี้ มี“วินโดว์ เดรสซิ่ง”แต่แรงซื้อแผ่ว-เข้ารายตัว เริ่มเห็นสัญญาณแล้ว“PTTGC– IVL–GULF-กลุ่ม CPF”ส่วนเม็ดเงินกองทุนประหยัดภาษี ’ลุ้นนาทีสุดท้าย คาดเข้าหุ้นไทยราว “หมื่นล้านบาท” พร้อมชูหุ้นเด่นรับไฮซีซันท่องเที่ยว “AOT -CENTEL-BA”
นายภูวดล ภูสอดเงิน นักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากการประเมิน Windows Dressing ปีนี้คาดว่าจะมาแบบ “เลือกเล่นรายตัว” ไม่ได้ลงทุนเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยเน้นหุ้นในกลุ่มที่ราคาลงมากองข้างล่างและมีน้ำหนักต่อตลาด (Market Cap) เพื่อดึงดัชนีได้ง่าย
@ลุ้นเงินประหยัดภาษี
ขณะที่แรงซื้อจากกองทุนเพื่อทำ Windows Dressing เริ่มเห็นสัญญาณในหุ้นบางตัว โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี เช่น PTTGC และ IVL ที่มองว่าแรงขายเริ่มหมดและยกตัวขึ้นได้ง่าย รวมถึงกลุ่ม โรงไฟฟ้า เช่น GULF และหุ้นกลุ่ม CPF ที่ซึมมานานก็เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา นอกจากนี้ยังมีแรงเก็งกำไรใน PTTEP ที่เริ่มเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา
สำหรับเงินจากกองทุนลดหย่อนภาษี (Thai ESG ) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะไหลเข้าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายมากที่สุด โดยประเมินเม็ดเงินรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 ล้านบาท แม้ส่วนใหญ่ประมาณ 80% อาจไหลไปที่ตราสารหนี้ แต่หากมีเม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นประมาณ 10,000 ล้านบาท อาจเพียงพอในการดันดัชนี SET ขึ้นได้ประมาณ 10 จุด ไปแตะระดับ 1,280 จุด ในช่วง 2-3 วันสุดท้ายของปี
@Window Dressing แผ่ว
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า เม็ดเงินจากกองทุนลดหย่อนภาษี (Thai ESG) ที่เคยคาดหวังกลับไม่มีแรงซื้อเท่าที่ควร เนื่องจากนักลงทุนมองว่าหุ้นในกลุ่ม ESG ยังขาดความน่าดึงดูด ส่งผลให้ผู้ที่ซื้อกองทุน Thai ESG ส่วนใหญ่ตัดสินใจโยกเงินไปลงทุนใน “ตราสารหนี้” แทนการซื้อหุ้น
ขณะที่ประเด็นการทำ Window Dressing เพื่อพยุงดัชนีช่วงปลายปีนั้น คาดว่าจะออกมา “เงียบ”เช่นกัน แม้อาจจะมีแรงซื้อเข้ามาบ้าง แต่อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้หุ้นดีดตัวขึ้นแรงประกอบกับช่วงปลายปีนักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายเพื่อเตรียมตัวไปพักผ่อน ทำให้มูลค่าการซื้อขายในตลาดเบาบางมาก โดยเห็นได้จากการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยพบว่าแรงซื้อขายในช่วงครึ่งเช้าบางวันมีมูลค่าการซื้อขายไม่ถึง 8,000 ล้านบาท
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)
กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า มูลค่าการซื้อขายกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะไม่คึกคักเท่ากับปีก่อน ซึ่งอาจจะพอลุ้นแรงซื้อในวันสุดท้ายของปีนี้ได้บ้าง แต่อาจไม่ใช่เม็ดเงินก้อนใหญ่อย่างที่คาดหวัง เนื่องจากปัญหาปากท้องของชนชั้นกลางซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่เสียภาษี ปัจจุบันมีรายได้แทบไม่พอกับการใช้จ่ายและการออม ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจในภาพรวมที่ชะลอตัวลง
@ท่องเที่ยว-การบิน ดาวเด่น
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย พบว่าเป้าหมายยังคงมองอยู่ที่ระดับ 1,275 – 1,280 จุด ซึ่งถือเป็นกรอบที่ค่อนข้างจำกัด โดยทิศทางในปีหน้าแม้ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) อาจจะมี Upside อยู่บ้าง แต่เมื่อดูจากตัวคูณ (Multiplier) ที่ยังให้เท่าเดิม เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อน ทำให้คาดการณ์ว่าดัชนี SET ในปีหน้าจะวนเวียนอยู่เพียงแค่ระดับ 1,300 จุดต้นๆเท่านั้น ทั้งนี้ปัจจัยด้านการเมือง มองว่าไม่ได้เป็นปัจจัยหนุนตลาดมานานแล้ว และยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์แนวชายแดน รวมถึงประเด็นทางกฎหมายของ ส.ส. บางกลุ่มที่อาจสร้างความไม่แน่นอน
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่สามารถขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยได้ จะอยู่ในกลุ่มภาคบริการและท่องเที่ยวโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เข้าสู่ช่วง High Season ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีหน้านักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีโอกาสเห็นตัวเลขสูงเทียบเท่าในอดีต นอกจากนี้ กลุ่มการบินยังได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ช่วยหนุนผลประกอบการได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้หุ้นที่แนะนำ ได้แก่ AOT รับผลดีโดยตรงจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและภาคบริการ, CENTEL หุ้นเด่นในกลุ่มโรงแรมที่รับอานิสงส์ช่วง High Season และ BA โดดเด่นที่สุดในกลุ่มการบิน