โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MALEE กางโรดแมปปี 2571 รุก 4 ตลาดต่างประเทศ ดันสัดส่วนรายได้พุ่ง 55%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 09.19 น.

MALEE เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2568 กลุ่มน้ำมะพร้าวโต 16% ครองแชมป์ยอดขายในเกาหลีใต้ ชูยุทธศาสตร์ 'Global Wellbeing' ลดพึ่งพาตลาดในประเทศ ปักธงจีน-อินโดนีเซีย-ตะวันออกกลาง รับเทรนด์เครื่องดื่มนวัตกรรม ตั้งเป้ารายได้เฉลี่ยเติบโต 10-15% ต่อปี มุ่งปรับพอร์ตฟอลิโอเน้นสินค้ามาร์จิ้นสูงและ Functional Drink

17 ธันวาคม 2568 - นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. มาลี กรุ๊ป เปิดเผยว่าทิศทางธุรกิจของบริษัทนับจากปี 2569-2571 จะให้ความสำคัญกับการยกระดับแบรนด์สู่เวทีสากล โดยมีผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวแท้ 100% (Malee COCO) เป็นผลิตภัณฑ์เรือธง (Flagship Product) ควบคู่ไปกับการพัฒนากลุ่มเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์เฉพาะด้าน (Functional Drink) และโปรตีนจากพืช (Plant-based) เพื่อตอบสนองเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพเชิงป้องกันของผู้บริโภคทั่วโลก

ในรอบ 9 เดือนแรกของปี 2568 ผลิตภัณฑ์ Malee COCO สามารถสร้างอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายช่องทางการจำหน่ายและการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ที่แบรนด์สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ การใช้กลยุทธ์ Brand Ambassador ระดับภูมิภาคเพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดจีนและเอเชียแปซิฟิก ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ยอดขายในต่างประเทศมีเสถียรภาพ แม้สภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีความผันผวน ปัจจุบันรายได้จากต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 40% ของรายได้รวม ซึ่งบริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถผลักดันสัดส่วนดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นเป็น 55% ได้ภายในปี 2571

ยุทธศาสตร์รุก 4 ตลาดศักยภาพ: จีน-เกาหลี-อินโดฯ-ตะวันออกกลาง

MALEE ได้จำแนกแนวทางการเจาะตลาดต่างประเทศตามบริบททางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ ดังนี้:

  • จีน: มุ่งเน้นปริมาณการบริโภค (Mass Market) ที่เติบโตสูงในกลุ่มน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้พรีเมียม
  • เกาหลีใต้: เน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายกลุ่มสินค้าใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (Value-added) เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและใส่ใจด้านสุขภาพ
  • อินโดนีเซีย: ใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตและบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) รวมถึงการรับรองมาตรฐานฮาลาลเพื่อเข้าถึงประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
  • ตะวันออกกลาง: ขยายพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

ในมิติของการผลิต บริษัทใช้จุดแข็งจากการมีโรงงานทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนปรับโฉมสินค้าผ่านนวัตกรรม (NPD) อย่างต่อเนื่อง อาทิ เครื่องดื่มกลุ่มพรีไบโอติกส์และโพสไบโอติกส์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด (Competitive Edge)

สำหรับการดำเนินงานในอนาคต MALEE วางแผนขยายอาณาจักรการส่งออกให้ครอบคลุมทวีปใหม่ๆ ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยจะขยายตัวทั้งในส่วนของธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) และธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างฐานรายได้ที่ยั่งยืนและการเติบโตของกำไรในระยะยาวตามเป้าหมายที่วางไว้

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...