“รังสิมันต์” โต้ “ไผ่ ลิกค์” ปมเงินผู้ช่วย สส. ยันพรรค ปชน. ไม่เคยใช้เงินภาษีจ่ายค่าสมาชิก
“รังสิมันต์” โต้ “ไผ่ ลิกค์” ปมเงินผู้ช่วย สส. ยันพรรค ปชน. ไม่เคยใช้เงินภาษีจ่ายค่าสมาชิก ชี้ เป็นการดิสเครดิตฝ่ายค้าน ย้ำ ระบบสมัครสมาชิกโปร่งใส-มาตรฐานสูง ถามกลับ การสมัครสมาชิก "พรรคกล้าธรรม" มีหัวคะแนนไปเกณฑ์รายชื่อมาหรือไม่ ลั่น ทุนสีเทากำลังยึดประเทศไทยทั่วทุกแห่ง
วันที่ 5 พ.ย. 68 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม(กธ.) และ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ออกมาโต้กันในเรื่องของการนำเงินผู้ช่วย สส.มาจ่ายค่าสมาชิกพรรค ว่า หากผู้กันตรงๆข้อมูลที่นายไผ่ เอามาไม่ได้เป็นข้อมูลใหม่อะไร แต่เป็นการพยายามโจมตีอยู่แล้วจากเพจเพจหนึ่ง ซึ่งมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นนาฬิกา ไซโก้ (SEIKO) กับ โรเล็กซ์(Rolex) ซึ่งเราไม่มีความกังวลอะไร เพราะมองว่าเป็นการพยายามดิสเครดิตในการทำงานของฝ่ายค้านอยู่แล้ว และยืนยันว่าการสมัครสมาชิกพรรค ต้องทำตาม 4 ข้อ คือถ้าหากอยากเป็นสมาชิกพรรคประชาชนต้องถ่ายรูปพร้อมกับถือบัตรประชาชนลงในระบบออนไลน์ หากสมัครเสร็จจะยังไม่ได้เป็นทันที แต่เราจะมีการนำเบอร์โทรที่มีการกรอกเข้ามาจะต้องยืนยันด้วยโอทีพี และจะมีการสุ่มตรวจ ซึ่งไม่อาจจะตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่มีการร้องเรียน ก็จะสุ่มตรวจทุกคน
โดยวันนี้ถ้าถามว่าที่ผ่านมาการสมัครสมาชิกพรรคมีปัญหาบ้างไหม ตนยอมรับว่ามันมี แล้วเรามีการตรวจสอบ และเราตรวจสอบเข้ม เรื่องการสมัครสมาชิกของเรามีมาตรฐานเราสูง
”อยากให้สื่อมวลชนลองถามวิธีการสมัครสมาชิกของพรรคกล้าธรรม สมัครกันอย่างไร มีหัวคะแนนไปเกณฑ์เอารายชื่อมาหรือไม่ ดังนั้นหากจะมาเปรียบเทียบคุณต้องทำมาตรฐานให้สูงระดับนี้ ประเภทที่บอกว่ามีคนไปเอาเงินภาษีประชาชน จากผู้ช่วยเพื่อไปจ่ายค่าสมาชิก เรายืนยันว่าการทำแบบนี้ทำไม่ได้และผิดกฎหมาย ทางพรรคประชาชนไม่เคยมีคำสั่ง หรือมีแนวนโยบายให้ทำแบบนี้ พร้อมที่จะเอาผิดถ้ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น“ นายรังสิต กล่าว
นายรังสิต กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคประชาชนมีคน พร้อมตรวจสอบเราเยอะ ทั้งหน่วยงานอิสระหรือองค์กรอิสระต่างๆ ดังนั้นเราไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ แต่ว่าทั้งหมดนี้อยากให้สื่อมวลชนกลับมาตั้งหลัก ว่าวันนี้มีความพยายามทำให้เรื่องสแกมเมอร์กลายเป็นเรื่องเฉพาะตัว เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง
ซึ่งยืนยันว่าตนไม่มีความโกรธเคือง ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกร และนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.จังหวัดสงขลา พรรคกล้าธรรม เป็นการส่วนตัว ซึ่งตนไม่ได้รู้จักทางด้านของนายเบน สมิธ หรือนายยิม เลียก เป็นการส่วนตัว ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ซึ่งการทำสิ่งนี้ทำให้ตนมีภาระเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องคดีความ ซึ่งบางคนก็เป็นห่วงถึงชีวิตความปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ตนไม่ได้เงินอะไรเพิ่มทั้งสิ้น
ซึ่งสิ่งที่เราทำหน้าที่ในตรงนี้ก็เป็นผลประโยชน์ของชาติ เมื่อเรามายืนอยู่ตรงนี้แล้วได้สิทธิมากกว่าคนอื่นแล้วเราก็พยามทำหน้าที่ให้มากที่สุดเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ตรงนี้ได้นานแค่ไหน
โดยภัยคุกคามประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดคือสิ่งที่เรียกว่าทุนสีเทาและทุนสีเทานี้กำลังจะยึดประเทศไทย ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องนี้ และจะกลายเป็นว่าเอาประเด็นยิปย่อยมาเบี่ยงประเด็นและทำให้กลายเป็นเรื่องของการตีกันของคนไม่กี่คน ตนมองว่าประเทศไทยจะจบ ซึ่งวันนี้เราต้องตระหนักได้แล้วว่าทุนสีเทากำลังยึดประเทศไทยทั่วทุกแห่งของภูมิภาค ไม่ใช่แค่กรุงเทพฯแต่ทุกจังหวัดซึ่งจะเห็นร่องรอยของทุนสีเทาทั้งสิ้น
ทั้งนี้นางรังสิมันต์ ยืนยันว่า นายไผ่ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการฟอกเงินหรือบัญชีมาเลย บัญชีม้าคือบัญชีที่จะต้องเอาคนอื่นควบคุมบัญชีไม่ใช่เจ้าของบัญชี โดยการฟอกเงิน เงินต้องเริ่มต้นด้วยเงินผิดกฎหมาย ไม่ใช่ถูกกฎหมาย พร้อมถามกลับว่าคุณไม่เข้าใจว่าเงินเดือนผู้ช่วย สส. เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าเราไม่เคยมีนโยบายให้ผู้ช่วยนอนอยู่เฉยๆหรือนั่งกระดิกเท้าไปวันๆ เพราะผู้ช่วยทุกคนต้องทำงานเพราะพรรคเราเป็นพรรคการเมืองที่มีทรัพยากรจำกัด ทุกคนมีภารกิจและงานที่ต้องทำงาน ดังนั้น ยืนยันว่าข้อกล่าวหานี้เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย