โฆษกรัฐบาล ยันไม่นิ่งนอนใจ ช่วยปั๊ม ปตท.บ้านผือ ถูกระเบิดฝั่งกัมพูชา หลังยังไม่ได้รับเงินชดเชย
โฆษกรัฐบาล ยันไม่นิ่งนอนใจ ช่วยปั๊ม ปตท.บ้านผือ ถูกระเบิดฝั่งกัมพูชา หลังยังไม่ได้รับเงินชดเชย ไม่ได้ทอดทิ้ง แต่อยู่ระหว่างพิจารณา
เมื่อเวลา 19.55 น. วันที่ 20 พ.ย.68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ระบุว่ายังไร้เยียวยาจากรัฐบาล หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุความไม่สงบจากกองกำลังนอกประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 14 ราย และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและกิจการโดยรอบว่า
ปั๊มน้ำมันดังกล่าวยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐตามขั้นตอนทางราชการ แต่รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและเร่งประสานงานทุกภาคส่วน เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุ ทั้งซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการลดภาระทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่หน่วยงานในระดับจังหวัด ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานบริษัทประกันภัย ธนาคาร และภาคเอกชน ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า บริษัท ทิพยประกันภัย ได้มอบเงินช่วยเหลือเร่งด่วน 1,000,000 บาท ให้กับปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาบ้านผือ จ.ศรีสะเกษ เพื่อใช้ในการซ่อมแซม ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงสถานีบริการในวงเงินกว่า 3,000,000 บาท จนสามารถเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา
ด้านร้านสะดวกซื้อในบริเวณดังกล่าว บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท กรุงเทพประกันภัย ได้ดำเนินการซ่อมแซมร้านใหม่ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และสินค้า รวมมูลค่า 3,500,000 บาท และเปิดให้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ จังหวัดยังได้ประสานธนาคารกรุงไทย พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ รวมถึงประสานกรมสรรพากรเพื่อขอยกเว้นภาษีเงินได้ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเงินชดเชยจากภาครัฐ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ เริ่มจากการประเมินความเสียหายทั้งหมด ซึ่งมีการลงพื้นที่และดำเนินการแล้ว โดยหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเป็นตัวเงินจากภาครัฐของทางราชการ จะครอบคลุมเฉพาะประชาชน เป็นหลัก ส่วนความเสียหายในลักษณะเป็นสถานที่หรือทรัพย์สินของพื้นที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถจัดสรรเงินชดเชยได้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา จ.ศรีสะเกษ ได้มีหนังสือขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสนับสนุนเงินช่วยเหลือกรณีสถานีบริการน้ำมัน ที่ได้รับความเสียหาย ถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีการประเมินค่าเสียหายอย่างครอบคลุมตั้งแต่ความเสียหายของอาคารสิ่งก่อสร้างของสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ตลอดจนค่าขาดรายได้ (รายได้ที่สูญเสียจากการประกอบกิจการ ต่อรายได้ของปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และรายได้ที่สูญเสียจากค่าเช่าร้าน) มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพิจารณาตามความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ และต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งผลการพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น
"จะเห็นได้ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ประสานให้ทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลือแล้ว ส่วนเงินช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ผลการพิจารณายังอยู่ระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบ และประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" นายสิริพงศ์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โฆษกรัฐบาล ยันไม่นิ่งนอนใจ ช่วยปั๊ม ปตท.บ้านผือ ถูกระเบิดฝั่งกัมพูชา หลังยังไม่ได้รับเงินชดเชย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th