โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Treasurist Fund Port Pro แผนการลงทุนประจำสัปดาห์ที่ 24 – 28 พ.ย. 68

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 09.45 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 02.45 น.

กลุ่มสีฟ้า (ตัวช่วยชี้วัด)

  • เกือบสลบแต่ก็จบไม่แย่ และมีตลาดที่ทำ new all-time high
  • เป็นสัปดาห์ที่ตื่นเต้นสำหรับวงการลงทุน หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ตลาดกังวลว่า FOMC อาจจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย ในช่วงเวลาที่ตลาดอาจจะต้องการมากที่สุด
  • แต่แล้วประธาน New York Federal Reserve ซึ่งเป็นสาขาสำคัญของ Fed ก็ส่งสัญญาณว่า จริง ๆ แล้วอัตราดอกเบี้ยยังมีพื้นที่ให้ลงได้อีก ผลคือนักลงทุนปรับมุมมองทันที โอกาสที่จะประชุม FOMC ครั้งหน้าจะหั่นดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพิ่มจาก 39% ในวันพฤหัส ขึ้นมาเป็น 71% ในวันศุกร์
  • 10-Y US Gov Bond Yield ขยับลงตามด้วย จาก 4.15% ในวันศุกร์สัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 4.07% และด้าน USD Index ยังยืนเหนือระดับ 100 ได้ติดต่อกันตั้งแต่กลางสัปดาห์
  • THB/USD แม้จะแข็งค่าเล็กน้อยในช่วงล่าสุด แต่ภาพรวมยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า จากการไล่ระดับขึ้นมาจาก 31.56 ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2568
  • เทรเชอริสต์แนะนำไม่ปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (unhedged) มาตั้งแต่ 6 ต.ค. 68 ประหยัด hedging cost ไปได้ 2% - 4% ต่อปี

กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีเขียว (ซื้อได้ ถือต่อได้)

  • ต้อนรับหุ้นอินเดียเข้าสู่กลุ่มแนะนำให้ลงทุน หลังจากปั้นแนวโน้มมาได้พักใหญ่ และสามารถปิดสัปดาห์ไปได้ที่ระดับ new all-time high เหนือระดับ 26,000 จุด
  • หุ้นเทคโนโลยี และหุ้นสหรัฐฯ แม้ภาพรวมระดับสัปดาห์จะร่วงติดต่อกัน แต่วันศุกร์ปิดฟื้นตัวอย่างสวยงาม ตามข่าว NY Fed และแนวโน้มยังถือลงทุนต่อได้ตามสัดส่วนไม่เกินเพดานคำแนะนำ
  • หุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และเวียดนาม แม้จะย่อลง แต่แนวโน้มก็ยังถือลงทุนได้ และยังไม่ได้รับข่าวด้านบวกจากสหรัฐฯ เพราะปิดตลาดไปก่อนในช่วงค่ำวันศุกร์
  • เทรเชอริสต์ติดตามความเคลื่อนไหวการลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อย่างไม่ประมาท พร้อมช่วยทักแนะนำหากสถานการณ์เปลี่ยนไป และขอเน้นย้ำให้ผู้ลงทุนกระจายสินทรัพย์ตามสัดส่วนที่แนะนำ เพื่อความสมดุลของโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนเต็มที่ โดยไม่กระจุกความเสี่ยงมากเกินไป

กลุ่มแนวโน้มระยะกลางสีแดง (รอดู)

  • จำเป็นต้องพาหุ้นจีนออกมาพัก เพราะย่อแรงตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ต้องมอบมงให้อย่างสมเกียรติเพราะเป็นตลาดที่เทรเชอริสต์แนะนำให้ถือลงทุนมาตั้งแต่ กันยายน 2567 สร้างกำไรให้ผู้ลงทุนมาได้มากกว่า 30% ในเวลาปีกว่า ๆ
  • หุ้นธุรกิจบล็อกเชนก็ต้องออกมาพักก็เช่นกัน แม้จะเกี่ยวกันแค่ทางอ้อม แต่ราคาเหรียญคริปโตฯ ร่วงหนักต่อเนื่อง ก็ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องหงอยเหงาตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ต้องมอบมงให้ด้วย เพราะจากที่เทรเชอริสต์แนะนำให้เข้าลงทุนตั้งแต่พฤษภาคม 2568 สามารถสร้างกำไรให้ผู้ลงทุนที่เริ่มลงทุนตามจังหวะที่แนะนำ ได้มากกว่า 30% ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน

วิธีดูข้อมูลนี้ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

  • ดู "สรุป" และ"รายการ" เพื่อให้ได้ข้อมูลทันทีว่ารายการไหนมีแนวโน้มระยะกลางอยู่ในขาขึ้น ซึ่งอยู่ในช่วงที่ลงทุนได้ และดู “ลำดับวัฏจักรของแนวโน้ม” เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากระยะสั้นที่จะส่งผ่านมาถึงระยะกลาง และทำความเข้าใจรายละเอียดคำแนะนำในสถานะแนวโน้มต่าง ๆ .. โดยสีของกล่องแต่ละรายการจะอิงตามประเภทสินทรัพย์ หุ้น = สีฟ้า สินค้าโภคภัณฑ์ = สีทอง และ กองรีท (สินทรัพย์ทางเลือก) = สีเขียว

  • ดู“ตัวอย่างกองทุนน่าสนใจ” เพื่อนำไปศึกษาหนังสือชี้ชวน/Fund Fact Sheet ให้เพียงพอก่อนตัดสินใจลงทุนจริงต่อไป โดยทั้งหมดเป็นกองทุนที่ซื้อได้จริงกับ บลน. เทรเชอริสต์ com หรือจะเลือกลงทุนกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันก็ได้ตามชอบ

  • ดู"ต้นสัปดาห์ที่เริ่มแนวโน้มระยะกลาง" เพื่อให้เห็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม โดยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อแนวโน้มระยะกลางเพิ่งเปลี่ยนทิศทาง (Reversal) จากเขียวเป็นแดง-จากแดงเป็นเขียว เพราะแปลว่า ผู้ลงทุนควรรีบพิจารณา ซื้อ/ขาย ตั้งแต่ต้นแนวโน้ม

  • แต่ละรายการควรลงทุนมากน้อยเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินที่มี

  • ภาพรวมให้อิงตามการแบ่งสัดส่วนลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ (Asset Allocation) ตามผล Suitability Test ที่แต่ละท่านทำไว้เองล่าสุด เช่น ถ้าเป็นผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงสุด สามารถมีกองทุนหุ้นรวมกันได้ถึง 70% ของพอร์ตโดยรวม แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้ต่ำสุด สัดส่วนกองทุนหุ้นก็ไม่ควรเกิน 10% .. และหากตารางนี้ยังไม่แนะนำกองทุนประเภทใด สามารถลงทุนในประเภทกองทุนที่ระดับความเสี่ยงต่ำกว่าไปพลางก่อน เช่น หากยังไม่แนะนำกองทุนหุ้นใด ๆ เลย สามารถใช้โควต้าสัดส่วนกองทุนหุ้น ไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นได้ นับเป็นการลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนในภาวะที่หุ้นยังไม่สดใส

  • กรณีสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแนะนำให้ลงทุนได้หลายรายการพร้อมกัน สามารถแบ่งสัดส่วนคร่าว ๆ ได้ตามขนาดตลาด (Market Capitalization) ของรายการนั้น ๆ เช่น เนื่องจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นเวียดนาม หลายเท่าตัว ก็อาจจะแบ่งสัดส่วนกองทุนหุ้นญี่ปุ่นให้สูงกว่ากองทุนหุ้นเวียดนาม

  • หากแนวโน้มระยะกลางเป็นกรอบสีส้ม ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มมีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องรอการยืนยัน >> กรณีมีสัญญาณ Temp Up (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว) หากเน้นความเร็ว สามารถเริ่มเข้าซื้อได้ในสัดส่วน 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังรอดูไปก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีเขียวจึงเริ่มเข้าซื้อ
    >> กรณีมีสัญญาณ Temp Down (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง) หากเน้นความเร็ว สามารถขายลดปริมาณลงมาเหลือ 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังถือเต็ม 100% ไว้ตามเดิมก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีแดงจึงขายทั้งหมด

  • ชวนสังเกตความสัมพันธ์แบบแปรตามและแปรผกผันกันระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ช่วงที่ USD Bond Yield ขยับขึ้น จะเห็นว่า USD Index ก็จะขยับขึ้นตาม และหุ้นปรับตัวลง

หลักการและคำอธิบายเพิ่มเติม

  • รูปแบบตัวเลขเชิงสังคมเศรษฐกิจ (Socioeconomics) ที่เป็น time series เช่น จำนวนประชากรของประเทศหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายปี ยอดขายของอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายไตรมาส มักไม่เปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม แต่เป็นแนวโน้ม (ขึ้นแล้วมักขึ้นต่อ ลงแล้วมักลงต่อ) .. รูปแบบ time series ของราคาหลักทรัพย์ต่าง ๆ ย้อนหลังหลายวัน-สัปดาห์-เดือน ที่เป็นผลมาจากเหตุปัจจัยเชิง Socioeconomics จึงมีแนวโน้มเช่นกัน .. จึงสามารถใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์มาช่วยประเมินความต่อเนื่องของแนวโน้มได้ กล่าวคือ ที่ขึ้นมา ตอนนี้ยังขึ้นอยู่ไหม ที่ลงมา ตอนนี้ยังลงอยู่ไหม และที่สำคัญคือ ตอนไหนที่กำลังเกิด reversal คือการเปลี่ยนจากลงเป็นขึ้น-ขึ้นเป็นลง
  • แนวโน้มระยะกลาง >> ดูภาพระยะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณช้ากว่าแนวโน้มระยะสั้น แต่ก็มักจะแม่นยำกว่า (ขึ้นแล้วขึ้นต่อ ลงแล้วลงต่อ) โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน 2-Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์ .. ซึ่งแนวโน้มระยะกลาง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปมาถี่เสมอไป อาจกินเวลาหลายเดือนหรือเป็นปีได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละช่วงเวลา
  • แนวโน้มระยะสั้น >> ภาพระยะหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณเร็วกว่าแนวโน้มระยะกลาง แต่อาจเปลี่ยนไปมาได้บ่อย โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
  • สำหรับ Treasurist Fund Port Tax เลือกใช้แนวโน้มระยะยาว >> ใช้เครื่องมือ MACD ใน Monthly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
  • ข้อมูลนี้ช่วยแสดงแนวโน้มปัจจุบันไปจนถึงอนาคตสั้น ๆ ได้ตาม "แรงเฉื่อย" ของแนวโน้ม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอีก 2 เดือน 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนไป ก็ต้องรีบปรับตัว
  • การตัดสินใจลงทุน/ชะลอลงทุนตามแนวโน้มของ Treasurist Fund Traffic Control หากวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (hindsight analysis) จะไม่สามารถชนะแบบซื้อแล้วถือยาว (buy-and-hold) ได้ .. แต่ในโลกความเป็นจริง การลงทุนคือ "การมองไปข้างหน้า" และ "ปรับตัวตามสถานการณ์" .. ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากในอนาคตเกิดสงครามโลกหรือโรคระบาดครั้งใหญ่ แนวโน้มการลงทุนโดยรวมย่อมเป็นขาลงอย่างรุนแรง โดยยังไม่เห็นอนาคต (เช่น ณ ต้นปี 2563 โลกยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 และยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤติครั้งนั้นจะบรรเทาลงเมื่อใด แต่พอมองย้อนหลัง ทุกอย่างก็ชัดเจนหมด เพราะเกิดแล้วจบแล้ว) ซึ่งการใช้คำแนะนำจาก Treasurist Fund Traffic Control ควรจะช่วยให้ผู้ลงทุนเลี่ยงผลขาดทุนที่รุนแรงได้อย่างทันท่วงที และช่วยให้ทราบจังหวะในการกลับเข้ามาลงทุนในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
  • กองทุนน่าสนใจ จะอิงตามดัชนีหุ้นหลักของรายการนั้น ๆ เช่น รายการหุ้นญี่ปุ่น ก็จะพิจารณาดัชนี NIKKEI 225 ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่น่าสนใจมานำเสนอ หุ้นเทคก็จะพิจารณาดัชนี NASDAQ ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นเทคที่น่าสนใจมานำเสนอ อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มระยะกลางยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ก็ยังไม่แนะนำกองทุนน่าสนใจ

สนใจซื้อขาย รับคำปรึกษาเรื่องการลงทุนกองทุนรวม ทำได้ง่าย ๆ ที่ treasurist.com

(เนื้อหานี้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...