โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นราธิวาส-“ปางช้างสุไหงบาลา” ฮีลใจ! กับทัพช้างแสนรู้ “แลนด์มาร์ค”

77kaoded

เผยแพร่ 02 พ.ค. 2567 เวลา 02.21 น. • 77 ข่าวเด็ด

นราธิวาส-“ปางช้างสุไหงบาลา” ฮีลใจ! กับทัพช้างแสนรู้ "แลนด์มาร์ค" แห่งใหม่บนเนื้อที่ 20 ไร่ ที่ไม่ควรพลาด ดึงดูดชาวไทยและมาเลย์แน่นเอี๊ยด!!

"ช้างๆๆ น้องเคยเห็นช้างรึเปล่า?" เป็นบทเพลงฮิตติดปากที่ผู้ใหญ่มักจะร้องหยอกเอินเด็กๆ เป็นประจำในอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งเด็กๆมักจะกลัวช้างเพราะด้วยลำตัวและเท้าที่ใหญ่

และวันนี้ เราจะนำคุณผู้ชมลงใต้ ไปที่ "จังหวัดนราธิวาส" สุดปลายด้ามขวาน ไปดูความตื่นตาตื่นใจของคนในพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่ทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย หลังรู้ข่าวว่า มีสถานที่ที่ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนราธิวาส นั่นคือ…“ปางช้างสุไหงบาลา” บนเนื้อที่ 20 ไร่ ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียงกว่า 2 สัปดาห์เท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านได้มีโอกาสพาครอบครัวมา "ฮีลใจ" กันที่นี่

"ปักหมุด" ให้คุณไว้ที่ บ้านสุไหงบาลา หมู่ที่ 5 ตำบลมะนังตายอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สำหรับคนต่างพื้นที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับเส้นทางที่จะไป ง่ายๆเลย หากคุณมาจากตัวเมืองนราธิวาส ขับรถไปตามเส้นทางหลวงขาออกไปจังหวัดปัตตานี ประมาณกว่า 8 กิโลเมตร จะเห็นโรงเรียนบ้านปูตะอยู่ทางซ้ายมือ จะมีทางเข้าบ้านปูตะประมาณ 1.5 กิโลเมตร ขับข้ามสะพานซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างบ้านปูตะกับบ้านสุไหงบาลา ไม่กี่นาทีก็จะถึงจุดหมาย และอีกเส้นทางนึงคือ จากตัวเมืองนราธิวาส ขับตรงไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอระแงะ เมื่อถึง 4 แยกสัญญาณจราจร บ้านมะนังตายอ ให้เลี้ยวขวาตรงไปจะถึง 3 แยก ให้เลี้ยวขวาแล้วขับตรงมาเรื่อยๆ จะเจอ 3 แยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปอีกนิดนึง ก็จะถึงปางช้างละ เอาเป็นว่า! ใครไปไม่ถูก โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 086-0738191 เปิดปางตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

"ทีมข่าว" ได้เจอกับเจ้าของปางช้าง คือ นางสาว วรรณนาลัย ตระกูลสรณคมน์ เลยได้ข้อมูลมาค่อนข้างเยอะพอสมควร ว่า "ปางช้างสุไหงบาลา” แห่งนี้ เปิดเป็นแห่งแรกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในไม่ช้า นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบสไตล์ธรรมชาติ จะได้ขี่ช้างด้วยได้กินผลไม้ด้วย ในช่วงที่ผลไม้ออกผล ประมาณเดือนสิงหาคม-ตุลาคมของทุกปี จะมีทั้งทุเรียน ลองกอง เงาะ มังคุด ซึ่งทางปางช้างจะจัดโปรฯ "บุฟเฟ่ต์ผลไม้" กินกันใต้ต้นในสวนของปางช้าง ได้ฟิลไปอีกแบบทั้งช้างทั้งคน

โดยการนั่งช้างจะเวียนไปรอบๆสวนผลไม้ คิดราคานั่ง เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท อาหารช้างก็จะมีกล้วย, อ้อย, น้ำตาลแว่นและมะขามเปียกในราคาอย่างละ 30 บาทเท่านั้น รวมทั้งได้ถ่ายรูปและอาบน้ำให้ช้าง ป้อนอาหารให้เจ้าช้างอย่างอิ่มเอมใจ นอกจากนี้ที่ปางยังมีอาหารช้าง อาหารคนและเครื่องดื่มไว้จำหน่ายให้กับผู้ที่มาเยือนด้วยเช่นกัน ประมาณ "ช้างอิ่ม คนก็อิ่ม" ซึ่งช้างที่ปางแห่งนี้มีทั้งหมด 5 เชือก เป็นเพศเมีย 2 เชือกชื่อว่า "แมะเดาะห์" และ "แมะโดะห์" ส่วนเพศผู้ 3 เชือก ชื่อว่า "มะแด", "รอมฎอน" และ "จัมโบ้"

"ทีมข่าว" สอบถามเจ้าของปางช้าง ทำให้รู้ว่า เดิมทีตรงนี้เป็นสวนทุเรียนและลองกอง แต่ในอนาคตจะจัดให้นักท่องเที่ยวได้ขี่ช้างลงเล่นน้ำในคลอง ตั้งแคมป์ ปิ้งย่าง ตามแนวริมคลองได้ด้วย เป็นการต่อยอดให้คนในชุมชนสุไหงบาลาได้มีรายได้ ส่วนควาญช้างที่นี่ เราให้เด็กๆที่ไม่อยากเรียนหนังสือได้มีงานทำ จะได้ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งที่ไม่ดี

ท้ายสุด! นางสาว วรรณนาลัย ตระกูลสรณคมน์ เจ้าของปางช้างสุไหงบาลา ได้กล่าวเชิญชวนให้คนในสามจังหวัดชายแดนใต้มาเที่ยวที่ปางช้าง "อยากให้ทุกคนได้ขึ้นช้าง เป็นปางที่คิดราคาถูกที่สุดในประเทศ เยาวชนที่ยังปิดเทอมอยู่จะได้มาสัมผัสธรรมชาติ ขึ้นช้างแล้วเดินรอบสวน ให้อาหารช้าง ทุกอย่าง 30 บาทเพราะเราซื้อในชุมชน เป็นการช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีรายได้จากการซื้อกล้วยและอ้อย ส่วนชาวมาเลย์เค้าชอบอาบน้ำให้ช้าง ปกติที่ปางจะหยุดทุกวันศุกร์ แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจะมีวันหยุดคือศุกร์และเสาร์ ทำให้ปางต้องเปิดทุกวัน ซึ่งส่วนใหญ่ศุกร์เสาร์เป็นลูกค้าจากมาเลเซีย ทำให้รถทัวร์ของโกลกมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวมาเลย์

ที่จะมาเที่ยวที่ปางนี้ไม่น้อยเลย ตนเองได้ติดต่อกับเจ้าของช้างต่างๆในพื้นที่ ถ้าว่างจากการลากไม้หรือรับงานต่างๆ ก็จะให้ช้างมาอยู่ที่นี่เพื่อจะได้มีรายได้ ส่วนช้าง 5 เชือกเป็นของเราเอง เครือข่ายเรามีประมาณ 30 ตัว ใช้ในการทำพิธีต่างๆ เช่น พิธีเข้าสุนัต การแห่ช้างในงานแต่งงาน งานตาดีกา จะได้ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง คิดราคา 2,000-3,000 บาท สำหรับคนที่มีเงินจำกัด จะคิดแค่ 1,500 บาท สำหรับปางช้างอยากให้คนในพื้นที่ได้รับโอกาสขึ้นช้างก่อน ส่วนอนาคตค่อยว่ากัน ขณะนี้ชุมชนรอบๆปางมีรายได้ที่ต่อยอดมาจากปางช้าง อีกทั้งทางพ่อแม่เด็กๆ ขอบคุณที่เปิดปางช้าง ทำให้เด็กเปลี่ยนจากเล่นเกมมาเล่นกับช้างแทน โดยในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 80-100 คน บางวันถึง 200 คน มาเป็นครอบครัวบ้าง มีทั้งคนในพื้นที่ คนต่างพื้นที่และชาวมาเลเซีย" แล้วเจอกันที่ "ปางช้างสุไหงบาลา” น้าาาาาาาา !!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...