โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประธานหอการค้านานาชาติ แนะตั้งรับกติกาโลกเปลี่ยน “CBAM”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 01.34 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 01.34 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และภาวะโลกร้อนที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็นเงื่อนไขในการกำหนดมาตรการทางการค้า อย่างมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism หรือ CBAM) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 ปีก็จะถึงวันเริ่มเก็บภาษีอย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 นับว่าเป็นอุปสรรคที่มีความสำคัญต่ออนาคต การค้าระหว่างประเทศของไทย

ด้วยเหตุนี้ภารกิจสำคัญของ “นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์” ประธานคณะกรรมการบริหาร หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย (ICC Thailand) คนใหม่ ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงวาระการทำงานในช่วงเวลา 3 ปีจากนี้ ต้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของการค้าโลก และตัวแทนช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก

เครือข่ายกว่า 100 ประเทศ

หอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย

เพื่อเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่สนับสนุนภาคธุรกิจไทยให้สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎระเบียบการค้าและการลงทุนในเวทีโลก และเป็นตัวแทนของภาคเอกชนไทยในการเสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ปัจจุบันเรามีเครือข่ายสมาชิกอยู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก หากผู้ประกอบการไทยต้องการขยายตลาดไปยังต่างประเทศก็สามารถใช้เครือข่ายของ ICC ในประเทศนั้นได้ โดยทาง ICC ได้จัดตั้ง ICC Academy ขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถาบันที่พัฒนาความรู้ในด้านการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งอัพเดตกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศใหม่ ๆ

ทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาโปรแกรมที่มีชื่อว่า Digital Export Enablement Program หรือ DEEP เพื่อที่จะช่วย SMEs ในการหาและขยายตลาดต่างประเทศโดยใช้แพลตฟอร์มที่ร่วมกันพัฒนาขึ้น ซึ่ง ICC Thailand ก็ได้ทดลองจัดอบรมเมื่อปีที่ผ่านมา และได้เสียงตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการ SMEs กว่า 80 ราย

11 ภารกิจ ICC Thailand

การดำเนินภารกิจแรก คือ ด้านอนุญาโตตุลาการและการระงับข้อพิพาท ที่ปัจจุบันประเทศไทยได้ตั้งสถาบันอนุญาตโตตุลาการ (THAC) โดยสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันอนุญาโตตุลาการ (TAI) โดยสำนักงานศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม เพื่อสร้างชื่อเสียงในการพิจารณาคดี และด้านการธนาคาร ที่ตอนนี้เราพยายามผลักดันแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลแห่งชาติ (NDTP) ร่วมกับ APEC ระหว่างกลุ่ม 21 เขตการค้าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและเชื่อมโยงองค์กรภาครัฐและเอกชนของประเทศสมาชิกที่เป็นคู่ค้าให้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน

ต่อมา ด้านกฎหมายและการปฏิบัติทางการค้า เนื่องจากกฎหมายการค้าระหว่างประเทศมีจำนวนมหาศาล จึงเป็นหน้าที่สำคัญของ ICC Thailand ต้องให้ความรู้และอัพเดตกฎหมายใหม่ให้กับผู้ประกอบการอย่างสม่ำเสมอ

ด้านการแข่งขันทางการค้า อาทิ กฎหมายการควบคุมตลาด เพื่อสร้างการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม และด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและป้องกันการทุจริตขององค์กร ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของทุกประเทศทั่วโลกในการต่อต้านการทุจริต ทั้งระดับการตรวจสอบและนโยบาย

ส่วนอีกภารกิจ คือ ด้านศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้ามากขึ้น และใช้เวลาน้อย กรณีที่ผู้ค้าไม่มีประวัติทำผิดกฎหมายสามารถรับบัตรทองเพื่อไม่รับการตรวจจากศุลกากร เนื่องจากบางครั้งการตรวจใช้ระยะเวลานาน ทำให้อาจจะพลาดเรือสินค้าและโดนปรับจากฝั่งคู่ค้าได้

และด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าหากไม่เริ่มก็ไม่สามารถต่อยอดพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลแห่งชาติได้ เพราะเป็นการวางรากฐานดิจิทัล ขณะนี้ กกร.กำลังพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านการสแกน QR Code

“ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม นับเป็นเรื่องที่สุดท้ายแล้ว ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกต้องดูแล เพราะคือต้นทุนในการผลิต ฉะนั้นเราจะแข่งขันได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับต้นทุนต้องสู้ได้ เรื่องนี้เราต้องอบรมเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจ วันนี้เราไม่ได้บอกให้ไปดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว เพราะตอนนี้เกี่ยวข้องถึงต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ”

ทั้งยังมี ด้านผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตร นับเป็นจุดแข็งของประเทศไทย เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอาหาร เพื่อรักษาความมั่นคงด้านอาหารของโลก ซึ่งเราควรจะพัฒนาให้มากกว่าการส่งออกสินค้าเกษตร หรืออาหารแปรรูป แต่ควรก้าวไปถึงการส่งออกสารสกัด (Food Extract)

สุดท้าย คือ ด้านการประกันภัย และด้านการตลาดและโฆษณา เพื่อสอนให้สมาชิกและผู้ประกอบการเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการแบรนด์ ตอนนี้สินค้าไทยได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ แต่ตอนนี้เป้าหมายที่สำคัญ คือ ทำอย่างไรให้สินค้าไทยดีกว่าเดิม ดังกว่าเดิม

วาระร้อน CBAM

“ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ เลขาธิการ ICC สำนักงานใหญ่ ผมได้บอกไปว่า ผมอยากทำ Agenda ประเทศไทยด้วยเช่นกันในบางวาระ เช่น CBAM ซึ่งเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยต้องทำเข้มข้นกว่า เพราะเราส่งออกไปสหภาพยุโรป คิดเป็น 10% ของการส่งออกทั้งหมด หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากเราไม่รีบปรับตัวจะทำให้ต้นทุนของเราสูงมากยิ่งขึ้น และเสียเปรียบทางการแข่งขัน”

ปัญหาใหญ่ตอนนี้เรื่องเครดิตคาร์บอน เนื่องจากเรายังไม่ได้ทำมาตรฐานเดียวกับสหภาพยุโรป เช่น การชดเชยคาร์บอนเครดิต ปกติแล้ว 1 คาร์บอนเครดิต จะมีมูลค่าประมาณ 15 ยูโร หรือประมาณ 750 บาท แต่ประเทศไทย 1 คาร์บอนเครดิต

ปัจจุบันอยู่ที่ 50 บาท นั่นหมายความว่า เราชดเชยไม่พอ ทำให้เราต้องเสียค่าปรับคาร์บอนเพิ่มอีก เพราะมูลค่าคาร์บอนเครดิตไม่เท่ากัน ซึ่งประเทศไทยต้องรีบผลักดันเรื่องมาตรฐานการทำคาร์บอนเครดิตกับประเทศคู่ค้าให้ได้ มิฉะนั้นไม่เกิน 3 ปี ผู้ส่งออกไทยมีปัญหาเรื่องการส่งออกแน่นอน

ไม่ใช่แค่เฉพาะสหภาพยุโรป แต่จะลามไปทั่วทั้งโลก เพราะสหรัฐเองก็กำลังจัดทำร่างมาตรการ CBAM อยู่เช่นเดียวกันกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งกำลังเตรียมประกาศใช้ รวมถึงเมื่อครั้งที่ผมไปประชุมที่ฮ่องกง ก็ทราบข่าวมาว่า จีนเองก็กำลังทำร่างมาตรการ CBAM ด้วย นั่นหมายความว่า เราจะมีมาตรการ CBAM จากหลายประเทศที่ไม่เหมือนกันเลย

จึงเกิดคำถามว่า แล้วตกลงเราควรจะต้องตามมาตรฐานไหนกันแน่ ซึ่งเราจะพยายามผลักดันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดมาตรฐานสากลร่วมกันในระดับนานาชาติให้ทุกคนอิงมาตรฐานนี้ เช่นเดียวกับมาตรฐาน ISO

ปมภูมิรัฐศาสตร์กับการค้า

สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง มองว่ายังไม่น่ากังวลมาก เนื่องจากอิสราเอลและอิหร่านในขณะนี้เหยียบเบรกหยุดการยิงก่อน แต่ก็เป็นที่น่าตกใจอยู่ดีว่า อิหร่านประกาศเตือนก่อนยิงอิสราเอลล่วงหน้าเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น จากปกติแล้วต้องประกาศก่อน 48 ชั่วโมง ทำให้สถานการณ์โลกในปัจจุบัน อะไรก็เกิดขึ้นได้

“ไทยจึงควรหาทางเตรียมพร้อมรับมือให้ทัน เช่นเดียวกับสถานการณ์การค้าที่วันดีคืนดี ก็อาจจะประกาศเพิ่ม เช่น CBAM ซึ่งขณะนี้ใช้บังคับกับสินค้าบางกลุ่ม 6 รายการ ไทยก็ต้องเตรียมขยายขอบเขตอุตสาหกรรมจากเดิมไปสู่กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ในอนาคต”

นอกจากเรื่อง CBAM แล้ว วาระที่สำคัญของการค้าโลกอีกเรื่อง คือ ESG (Environment, Social และ Governance) เป็นแนวคิดในการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริต นับว่าเป็นภารกิจเร่งด่วนสำหรับผมกับวาระที่เหลืออีก 3 ปี ปฏิทิน รวมถึงเป็นวาระสำคัญที่ต่อให้ใครขึ้นมานั่งตำแหน่งประธาน ICC Thailand จะต้องสานต่อ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประธานหอการค้านานาชาติ แนะตั้งรับกติกาโลกเปลี่ยน “CBAM”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...