โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หลวงพ่อขี้หอม” จากพระผู้ใหญ่หนีราชภัย สู่ผู้นำการปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 19.20 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 19.11 น.
ภาพวาดพระธาตุพนมองค์เดิม ในบันทึกของฟรานซิส การ์นิเยร์ นายทหารเรือชาวฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2411

หลวงพ่อขี้หอม จากพระผู้ใหญ่หนีราชภัย สู่ผู้นำการปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม

หลวงพ่อขี้หอมคือ “เจ้าพ่อราชครูหลวงโพนสะเม็ก” เป็นชื่อที่ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกในงานพระราชพิธีบรรจุพระอุรังคธาตุ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ที่ตั้งของพระเจดีย์สำคัญแห่งถิ่นอีสาน “พระธาตุพนม”

แต่ชื่อเรียกทั่วไปที่ติดปากชาวบ้านจากตำนานและคำบอกเล่าต่าง ๆ คือ พระครูโพนสะเม็ก พระครูขี้หอม หรือญาครูขี้หอม

พระครูโพนสะเม็ก เป็นมหาเถระที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในอาณาจักรล้านช้างเมื่อราว 350 ปีก่อน ท่านเกิดในสมัยพระเจ้าแผ่นดินล้านช้างคือ พระหม่อมแก้ว (พ.ศ. 2170-2181) ช่วงรอยต่อระหว่างราชวงศ์สุโขทัยกับราชวงศ์ปราสาทองของกรุงศรีอยุธยา

ท่านอยู่ในยุคที่นครเวียงจันทน์และอาณาจักรล้านช้างประสบปัญหาภายในไม่หยุดหย่อน เพราะการแย่งชิงอำนาจของเหล่าเจ้านายชนชั้นสูง ห้วงเวลานั้นจึงมีการเคลื่อนย้ายของผู้คนจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงอพยพข้ามมาตั้งถิ่นฐานในฝั่งขวาหรือภาคอีสานจำนวนมาก โดยมีทั้งหลีกหนีความวุ่นวายจากความขัดแย้ง และหนีภัยการเมืองโดยตรง

พระครูโพนสะเม็ก หรือ “หลวงพ่อขี้หอม” ได้รับผลกระทบจากภัยการเมืองข้างต้นเช่นกัน ท่านจึงหาทางหลีกหนีความขัดแย้งในนครเวียงจันทน์

แต่ท่านไม่ได้ไปผู้เดียว เพราะมีชาวบ้านและเหล่าศิษยานุศิษย์นับพัน ๆ คนติดตามไปด้วย

การนำชาวล้านช้างติดตามไปด้วยของท่านพระครู กลายเป็นเรื่องเล่าขานกันในหมู่ชนชาวลาว เพราะท่านได้พาผู้คนอพยพจากนครเวียงจันทน์ไปไกลถึงแผ่นดินกัมพูชา ก่อนจะย้อนกลับมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในล้านช้างดังเดิม แต่เป็นบริเวณนครจำปาศักดิ์ ในพื้นที่ “ลาวใต้”

ระหว่างทาง ท่านยังสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ คือการบูรณปฏิสังขรณ์ “พระธาตุพนม” ที่ถูกปล่อยปละละเลยจากการดูแลจนทรุดโทรม ให้กลับมางดงามเรืองรองอีกครั้ง

การที่พระครูโพนสะเม็กสามารถนำผู้คนจำนวนมากมายได้นั้น สิ่งสำคัญมาจากความศรัทธาที่ญาติโยมมีต่อท่าน โดยเฉพาะคำเล่าลือว่าท่านมีอภิญญาหก สมาบัติแปด มีหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้ภาษานก เพ่งดูต้นไม้ก็บอกได้ว่ามีจำนวนใบเท่าใด ทำให้ไม่ว่าพระครูไปจำพรรษาอยู่ ณ ที่ใด ชาวล้านช้างก็มักติดตามไปด้วย

เมื่อสิ้นสมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช(พ.ศ. 2281-2333) ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์ของพระครูโพนสะเม็กและสถาปนาท่านเป็น “พระราชครูหลวง” พระเจ้าแผ่นดินล้านช้างองค์ใหม่ไม่พอพระทัยความนิยมที่ผู้คนมีต่อพระครู จึงมีความคิดที่จะกำจัดท่านไปจากอาณาจักร พระครูทราบดังนั้นจึงพาผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธาราว 3,000 คน หนีราชภัยลงใต้ ด้วยการเดินทางกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ เพื่อไม่ให้พระเจ้าแผ่นดินล้านช้างทรงสงสัย

การค่อย ๆ โยกย้ายผู้คนนี่เอง เป็นที่มาของการปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงของพระครูโพนสะเม็กทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังขึ้นไปอีก จากการบูรณะปูชนียวัตถุสำคัญของชาวล้านช้าง จากความร่วมมือของญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาในตัวท่าน

ดังลำกลอนเล่าว่า “ธาตุพนมตั้งอยู่ริมแม่น้ำคนไหว้อยู่บ่เซา หากเป็นธาตุพระเจ้าตั้งแต่ก่อนเดิมปฐม เป็นพระเจดีย์สูงหมู่คนถนอมไหว้”

การบูรณะพระธาตุพนม ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดระหว่างการเดินทางอพยพของท่านพระครูโพนสะเม็ก มีบันทึกว่า ระหว่าง พ.ศ. 2233-2335 พระครูโพนสะเม็กได้บูรณะองค์พระธาตุตั้งแต่ชั้นที่ 2 ขึ้นไปถึงยอด มีการหล่อเหล็กเปียก (เหล็กไหล) สวมยอด พร้อมประดับฉัตร ว่ากันว่า วัตถุมงคลดังกล่าวยังอยู่ในองค์พระธาตุจวบจนปัจจุบัน

การบูรณะพระธาตุพนมคราวนั้นสำเร็จด้วยดี และกลายเป็นสิ่งสะท้อนถึงบุญบารมีของพระครูท่านเป็นอย่างดี อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในสมัยดังกล่าว พระธาตุพนมอยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก เนื่องจากอาณาจักรล้านช้างอยู่ในยุคเสื่อม ประชาชนที่เคยตั้งถิ่นฐานกันอย่างหนาแน่นแถบนั้นจึงเบาบางลงไปมาก

มีการเปรียบเทียบว่า การบูรณะองค์พระธาตุพนมสำเร็จได้ก็ด้วยบารมีของท่าน เหมือนอย่างครูบาศรีวิชัยที่พาประชาชนสร้างถนนขึ้นสู่ดอยสุเทพ แม้ทางการจะไม่เห็นด้วย เพราะไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ แต่ท่านก็พาผู้คนบรรลุเป้าหมายด้วยแรงศรัทธา

การบูรณะพระธาตุพนมโดยคณะของพระครูโพนสะเม็ก ถือเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่การสร้างพระธาตุพนมในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบอง เป็นที่ทราบกันดีว่า พระธาตุพนมคือปูชนียวัตถุที่สำคัญยิ่งสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งโขงทั้งในอดีตและปัจจุบัน มีชาวพุทธทั่วทุกสารทิศพากันไปนมัสการอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะวันเพ็ญเดือน 3 คนท้องถิ่นจะถือว่าเป็นบุญใหญ่ที่ต้องเข้าร่วม

ประชาชนในอาณาจักรล้านนายังนับเอาพระธาตุพนมเป็นหนึ่งในพระธาตุประจำปีเกิด 12 ราศี โดยเป็นพระธาตุสำหรับผู้เกิด “ปีวอก”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฤทธิ์ ศิริมาตย์, สมหมาย เปรมจิตต์. (2544). หลวงพ่อขี้หอม (เจ้าราชครูโพนสะเม็ก) พระสงฆ์ผู้นำชุมชนและการเมืองสองฝั่งโขง. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หลวงพ่อขี้หอม” จากพระผู้ใหญ่หนีราชภัย สู่ผู้นำการปฏิสังขรณ์พระธาตุพนม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...