วิลล่าหรู 18 หลัง บนเขาเฉวงน้อย เกาะสมุย ทำผิด กม.เพียบ จ่อส่ง บก.ปทส.จัดการต่อ
กอ.รมน.ภาค 4 เผยผลการตรวจสอบพื้นที่โครงการวิลล่า 18 หลัง ที่ข่มขู่นักข่าว เข้าข่ายผิดหลาย พ.ร.บ.
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กล่าวถึงกรณีเข้าตรวจสอบการก่อสร้างอาคารที่พักบนพื้นที่ภูเขาสูง และการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยวันนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างว่าเป็นผู้ดูแลใช้วาจาข่มขู่สื่อมวลชนที่ร่วมคณะไปด้วยว่า หลังเกิดเหตุได้รับรายงานเหตุการณ์จากผู้ใต้บังคับบัญชา รวมถึงการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ทราบว่าผู้สื่อข่าวได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน และประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของคณะทำงาน ใช้อำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และเทศบาลนครเกาะสมุย
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเข้าใจว่าผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของสถานที่ไม่ต้องการให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่ด้วย ซึ่งก็ทราบว่าผู้สื่อข่าวก็ได้ปฏิบัติตาม ไม่ได้มีการขัดขืนแต่อย่างใด ได้เน้นย้ำไปยังฝ่ายปฏิบัติการที่กำลังทำงานอยู่ในพื้นที่เกาะสมุยว่าจะต้องทำงานด้วยความรอบคอบ และไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือมีความขัดแย้ง โดยให้ใช้อำนาจหน้าที่ที่เรามีทำงานตรวจสอบและเก็บหลักฐาน ที่ผ่านมาเราเปิดโอกาสให้เจ้าของกิจการนำพยานหลักฐานข้อเท็จจริงมาชี้แจงอยู่แล้ว ส่วนจะถูกหรือผิดก็ให้เป็นไปตามพยานหลักฐานให้นำไปต่อสู้กันในชั้นศาล
แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวต่อว่า ยืนยันมาตลอดว่าเราเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกตรวจสอบชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งทางวาจา และทางเอกสาร ไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง หรือเลือกปฏิบัติ แต่ต้องเข้าใจว่าการทำงานจะต้องเริ่มต้นจากจุดที่มีปัญหามากที่สุดก่อน อย่างกรณีของสถานที่ที่เกิดเหตุเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างนักข่าวกับผู้ประกอบการ เป็นพื้นที่ที่ต้องมีการตรวจสอบเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้การตรวจสอบพบพยานหลักฐานมีมูลความผิด จึงได้ส่งพยานหลักฐานกล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนของ ปทส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และเป็นคดีที่ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิต ผบช.ภ.8 รวมถึงกองทัพบกให้ความสำคัญ
“เราทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ทำงานเพื่อประเทศชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างต้องทำงานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ได้กำชับให้คณะทำงานทำงานด้วยความรอบคอบ และมุ่งเน้นให้ถือพยานหลักฐานข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเราไม่ต้องการใช้กำลัง แต่จะใช้กฎหมายที่มีอยู่ดำเนินการ
ได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความอดทน แต่ต้องไม่เกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น จะถูกหรือผิดก็ให้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ต่อสู้กันทางกฎหมาย เราเปิดโอกาสให้เจ้าของธุรกิจได้ชี้แจงในมุมของเขา ตอนนี้เราพยายามจะทวงคืนที่ดิน ที่สาธารณะเอากลับมาเป็นสมบัติของชาติ และเรายืนยันว่าจะทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ ‘สมุยโมเดล’ สามารถนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ เพื่อทวงคืนทรัพยากรของประเทศกลับมาให้กับลูกหลานของเราในอนาคต” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
ขณะที่ พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 เปิดเผยว่า คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 โดยมี พ.อ.สนิท มีแสง ที่ปรึกษา ผอ.รมน.ภาค 4 ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.16 (เกาะสมุย) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด สภ.บ่อผุด และเทศบาลนครเกาะสมุย เข้าตรวจสอบการก่อสร้างวิลล่าหรู 18 หลัง บนเขาเฉวงน้อย หมู่ 3 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานว่าด้วยการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ร.บ.โรงแรม และ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
เบื้องต้นเป็นอาคาร จำนวน 18 หลัง ความสูงของอาคารแต่ละหลังส่วนมากมีความสูงเกิน 6 เมตร รูปแบบของอาคารที่มีการก่อสร้างมีลักษณะของการออกแบบอย่างเดียวกัน ขณะตรวจสอบพื้นที่พบว่ามีผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารที่เป็นคนต่างชาติ จำนวน 4 หลัง ส่วนหลังอื่นๆ มีสภาพของการอยู่อาศัย แต่ไม่พบผู้อยู่อาศัย ซึ่งในจำนวน 4 หลัง มีผู้พักอาศัยที่แจ้งว่าเป็นเจ้าของอาคารจำนวน 2 หลัง โดยแสดงหลักฐานสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรดา และมีผู้พักอาศัยที่เป็นผู้เช่าในฐานะผู้เดินทางมาพักอาศัย จำนวน 2 หลัง ซึ่งได้เข้าพักอาศัยโดยการจองที่พักล่วงหน้าทางเว็บไซต์ ชำระเงินโดยการตัดระบบบัตรเครดิต ชำระเงินเป็นสกุลยูโร พร้อมแสดงหลักฐานการจองที่พัก การชำระเงิน และเว็บไซต์ที่เปิดให้จองที่พักดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่พบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตควบคุมการก่อสร้าง ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพื้นที่ที่มีก่อสร้างอาคารอยู่ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 80-140 เมตร และเกินกว่า 140 เมตรขึ้นไป ตรวจสอบความลาดชัน พบว่าพื้นที่บางส่วนที่มีการก่อสร้างอาคารมีความลาดชันร้อยละ 35-50 และพื้นที่บางส่วนมีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป
ส่วนบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลพื้นที่อาคารทั้ง 18 หลังนั้น ไม่ได้นำเอกสารใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หรือเอกสารอื่นใดมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกการตรวจสอบพื้นที่ของอาคารทั้ง 18 หลัง พร้อมบันทึกภาพถ่ายอาคารแต่ละหลังไว้เป็นหลักฐาน
พ.อ.ดุสิตกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพื้นที่ในชั้นนี้ยืนยันได้ว่า มีการก่อสร้างอาคาร (บางหลัง) ในพื้นที่ที่มีความลาดชันเกินกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป และอาคารบางหลังมีความสูงของอาคารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ในส่วนของการที่มีการนำอาคารบางหลังไปให้เช่าพักอาศัยสำหรับผู้เดินทาง โดยคิดค่าเช่าห้องพักเป็นรายวัน โดยไม่ได้จดแจ้งต่อนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ.โรงแรม เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงแรม และการที่คนต่างด้าวนำอาคารที่พักอาศัยไปให้บุคคลอื่นเช่าพักอาศัยโดยคิดค่าบริการจึงเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อหวังกำไร เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ส่วนความผิดฐานอื่นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว เหลือการสอบปากคำเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย พร้อมเรียกผู้ประกอบการวิลล่ามาให้ปากคำด้วยเช่นกัน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะแล้วเสร็จ และจะสรุปสำนวนยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ บก.ปทส. ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเฉพาะทางเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เข้าเว็บไซต์เพื่อทดลองจองห้องพัก พบว่าวิลล่าดังกล่าวปิดการรับจองห้องพักไปแล้ว อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานจากเว็บไซต์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยทดลองระบุวันจอง จำนวน 3 คืน คิดราคาเข้าพักเป็นจำนวนเงิน 18,300 บาท และจากที่ กอ.รมน.ภาค 4 ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมไปยังที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ นายอำเภอเกาะสมุย มีหนังสือตอบกลับว่า อำเภอเกาะสมุยได้ตรวจสอบชื่อวิลล่าดังกล่าวจากระบบงานโรงแรม (e-DOPA License) แล้ว ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และการขอใบรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิลล่าหรู 18 หลัง บนเขาเฉวงน้อย เกาะสมุย ทำผิด กม.เพียบ จ่อส่ง บก.ปทส.จัดการต่อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th