CCP เร่งอัพกำลังการผลิต รองรับเมกะโปรเจ็กต์ปี65
ทันหุ้น – CCP ลุยเพิ่มกำลังการผลิต รองรับงานใหญ่ที่จะเดินหน้าปี 2565 โดยเฉพางานเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ ขณะที่ผลงานปี 2564 คาดโตได้ตามเป้าหมาย ที่ 10% เร่งส่งมอบงานต่อเนื่องหลังน้ำท่วม
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) หรือ CCP เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมในปี 2565คาดว่าจะมีปริมาณงานภาครัฐที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการเมกะโปรเจ็กต์ทั่วประเทศ งานโครงสร้างพื้นฐานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่างๆ ที่มีการก่อสร้างตามปกติ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการสนามบิน โครงการท่าเรือ โครงการมอเตอร์เวย์ งานถนน เป็นต้น
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทจะเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตในสินค้าคอนกรีตบางผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ เเละโครงสร้างงานระบบท่อ ซึ่งปัจจุบันคอนกรีตพรีคาสต์ อาทิ กลุ่มบล็อกกำแพง บล็อกกันหน้าดิน บล็อกปูพื้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้รับเหมามีความต้องการใช้งานคอนกรีตสำเร็จรูป ซึ่งมีความสะดวก เเละรวดเร็วในงานก่อสร้าง สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งประเทศไทยมีปัญหาการขาดเเคลนเเรงงาน
วางงบ 50 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เเละมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนไม่เกิน 50 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2564 ได้ลงทุนไปแล้วบางส่วนประมาณ 60 - 70 ล้านบาท โดยบริษัทได้เริ่มเพิ่มกำลังการผลิตตั้งเเต่ปลายปี 2564
คาดว่าความต้องการวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังภาครัฐมีมาตรการผ่อนปรนให้ดำเนินการก่อสร้างได้ตามปกติ ผู้ประกอบการเร่งส่งมอบงานให้เป็นไปตามกำหนดเวลาที่วางไว้
สำหรับทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4/2564 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมากกว่าไตรมาสที่ 3/2564 ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการส่งมอบสินค้าได้มากขึ้น โดยบริษัทยังคงรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) ไว้ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท จากช่วงไตรมาส 3/2564 ติดปัญหาเรื่องของสถานการณ์น้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ เเละโดยปกติจะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดอยู่เเล้ว
โต 10% ตามเป้า
ปัจจุบันเริ่มมีปริมาณงานภาครัฐเข้ามาเพิ่มมากขึ้น เเละคาดว่าในปีนี้รายได้จะสามารถเติบโตที่ 10% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากภาคตะวันออก 30% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 20% และภาคอื่นๆ รวม 50%
สำหรับการเเพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ บริษัทยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องเตรียมการป้องกัน ทั้งพนักงาน และภายในบริษัทอย่างต่อเนื่อง