โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

tripgether ทริปเก็ทเตอร์

อัพเดต 12 เม.ย. 2565 เวลา 18.59 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2565 เวลา 12.01 น. • tripgether.com

กาญจนบุรี เมืองแห่งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และถึงแม้จะเป็นหน้าร้อน กาญจนบุรีก็ยังสามารถเที่ยวได้ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่จะช่วยดับอากาศร้อนและเติมความชุ่มฉ่ำให้ทุกคนได้แน่นอน 10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน! วันนี้ทริปเก็ทเตอร์รวบรวม มาให้แล้วกับที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลย

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!

1.มัลเบอร์รี่ เมลโล่, กาญจนบุรี

(Mulberry Mellow)

Mulberry Mellow คาเฟ่กลางทุ่งหญ้าสุดฮอตของกาญจนบุรี มีต้นไม้ใหญ่และทะเลสาบเป็นไฮไลท์ของร้านนี้ ที่นี่มีโซนที่นั่งให้เลือกมากมาย ทั้งโซนอินดอร์ที่อยู่ในอาคารสไตล์ยุโรปโมเดิร์นที่ใช้อิฐวัสดุหลัก พร้อมกระจกบานใหญ่ แต่ถ้าใครอยากได้บรรยากาศเย็นๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีก็ต้องเป็นโซนเอาท์ดอร์ ที่กระจายที่นั่งอยู่ตามทุ่งหญ้า ใต้ต้นไม้ใหญ่ และริมน้ำ จะนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ หรือจะถ่ายรูปก็ดีทั้งนั้น และที่นี่ก็ยังมีอาหาร ขนม และเครื่องดื่มให้บริการด้วย สามารถใช้เวลาที่นี่ได้ทั้งวันเลย

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!
  • Location: 436 ม.7 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.
  • Phone: 081 933 1871
  • Facebook: Mulberry Mellow

2.มีนา คาเฟ่, กาญจนบุรี

(Meena Cafe)

มีนา คาเฟ่ คาเฟ่กลางทุ่งนา เป็นอีกหนึ่งที่กินกาญจนบุรีที่น่ามาเช็คอิน โดดเด่นด้วยโลเคชั่นสุดปัง เพราะนอกจากจะตั้งกลางทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาแล้ว ยังมีฉากหลังเป็นวิววัดถ้ำเสือ ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยสุดๆ ที่นี่มีโซนที่นั่งให้เลือกทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ ถ้าเป็นโซนอินดอร์จะเป็นห้องแอร์ติดกระจกใสรอบด้าน ชมวิวสวยๆ ได้แบบ 360 องศา แถมมีมุมนั่งชิลล์ให้ชมวิวบนดาดฟ้า ในส่วนของเมนู เครื่องดื่ม และอาหารมีให้เลือกหลากหลายเมนูทั้ง ไอศกรีมกะทิ ข้าว ก๋วยเตี๋ยว และเบเกอรี่ พร้อมให้บริการ มาที่เดียวครบจบทุกอย่างจริงๆ

10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!
  • Location: 75/18 ม.3 ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30 - 19.00 น. (ครัวโซนอาหารปิด 18.00 น., ครัวโซนกาแฟปิด 18.30 น.)
  • Phone: 085 681 8187
  • Facebook: RAVI RIVA CAFE

3.ราวี รีวา คาเฟ่, กาญจนบุรี

(RAVI RIVA Cafe)

ราวี รีวา คาเฟ่ คาเฟ่สไตล์ยุโรปวินเทจ แต่งสวนสวยสไตล์อังกฤษ ให้อารมณ์เหมือนมาเที่ยวประเทศฝั่งตะวันตกเลย บริเวณรอบร้านมีโซนให้นั่งชิลล์และมุมถ่ายรูปจำนวนมาก ทั้งชิงช้า เปลญวน เก้าอี้กลางสายน้ำ รังนกบาหลี และมุมชิลล์ในสวน เดินไปถ่ายรูปมุมไหนก็สวยปังแน่นอน ในส่วนของอาหารเมนูแนะนำจะเป็น ไก่บอนชอนราวีซอสเผ็ด ไก่บอนชอนรีวาคลุกซอสน้ำผึ้งกระเทียม สปาเก็ตตี้เบคอนผัดพริกแห้ง ลาบปลากะพง ขาหมูเยอรมัน และยำหมูยออุบล+ไส้กรอก+ไข่แดงเค็ม ส่วนเครื่องดื่มจะเป็น ชานมบราวชูการ์ไข่มุกบุก มัทฉะเปรสโซ่ และอีกมากมายให้เลือกรับประทาน

  • Location: 87/2 ม.2 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.
  • Phone: 090 909 8950
  • Facebook: RAVI RIVA CAFE

4.ถ้ำกระแซ, กาญจนบุรี

แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกที่หนึ่งคือ ถ้ำกระแซ สถานที่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเพราะถ้ำแห่งนี้เคยเป็นที่พักของเชลยศึกที่ทหารญี่ปุ่น เกณฑ์มาเพื่อสร้างทางรถไฟขนย้ายอาวุธและเสบียงต่างๆ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่รู้จักกันอีกชื่อนึงว่า ทางรถไฟสายมรณะ และทางรถไฟนี้ที่ยังใช้โดยสารกันมาถึงปัจจุบันที่ยังคงโครงสร้างเดิมไว้อยู่แต่มีการปรับปรุงบางส่วนให้แข็งแรงเพื่อให้ใช้งานได้จริง ถ้าได้เดินไปด้านในของถ้ำกระแซจะพบกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้แวะสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

5 จุดเช็คอินกาญจนบุรี พาท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
  • Location: ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 18.00 น.

5.เดอะ วิลเลจ ฟาร์ม ทู คาเฟ่, กาญจนบุรี

(The Village Farm To Cafe)

The Village Farm To Cafe คาเฟ่ฟีลดีอีกแห่งหนึ่งของกาญจนบุรีที่ต้องมาเช็คอินให้ได้ เพราะที่นี่มีโซนที่นั่งที่ไม่ว่าจะมุมไหนก็สวยปังไปหมด ไม่ว่าจะเป็นโซนฟาร์มชิลล์ที่เป็นพื้นที่สนามหญ้าให้ได้นั่งฟังเพลงสบายๆ แถมยังมีวิวภูเขาให้ได้นั่งมองเพลินๆ อีกด้วย โซนที่สองคือโซนอุโมงค์ไผ่ที่บอกเลยว่าให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นสุดๆ ต้นไผ่สีเขียวสดใสยาวไปตลอดสองข้างทางเดิน และอีกโซนที่ดีไม่แพ้กันก็คือโซนโรงคั่วกาแฟ ที่เปิดให้ได้นั่งกันสบายๆ เคล้ากับกลิ่นหอมๆ ของเมล็ดกาแฟ แอบกระซิบเลยว่าที่นี่มีทุ่งดอกไม้สวยๆ ให้ได้เดินชมและถ่ายรูปไว้อัปโซเชียลด้วยนะ

  • Location: ถ.กาญจนบุรี-ไทรโยค ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 – 21.00 น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.00 – 21.00 น.
  • Phone: 034 540 599
  • Facebook:The Village Farm To Cafe’

6.สะพานข้ามแม่น้ำแคว, กาญจนบุรี

ไฮไลท์ของกาญจนบุรีที่ต้องมาเช็คอินให้ได้ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสะพานที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตัวสะพานมีความยาวกว่า 300 เมตร ตั้งอยู่เหนือแม่นำ้แคว ความสวยงามของที่นี่คือการเดินบนรางและชมวิวแม่น้ำเพลินๆ จากบนนี้สามารถมองเห็นแม่น้ำแควได้แบบเต็มๆ ตา รับลมเย็นสบายๆ หรือโพสท่าถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อัปลงโซเชียลบนสะพานก็ดีงามไม่แพ้กัน แต่ข้อควรระวังเล็กน้อย ถ้าได้ยินสัญญาณรถไฟ แสดงว่ามีรถไฟกำลังวิ่งมา ต้องเดินหลบด้วยนะ

5 จุดเช็คอินกาญจนบุรี พาท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน!
  • Location: ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.

7.ช่องเขาขาด กาญจนบุรี

ช่องเขาขาด หรือ Hellfire (ช่องไฟนรก) แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่น่าเศร้าเพราะมีแรงงานหลายคนต้องสละชีวิตจากการสร้างทางรถไฟครั้งนี้ถือว่าเป็นการใช้แรงงานคนที่ทารุณมากๆ ปัจจุบันจึงมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาดเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานอุทิศให้กับเชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปิดเส้นทางการสร้างรถไฟให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมแบบใกล้ชิด เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่คนรักประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดเลย

  • Location: ภายในกองการเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.
  • Phone: 034 919 605, 081 773 0328

8.สะพานมอญสังขละบุรี, กาญจนบุรี

สะพานมอญสังขละบุรี สถานที่เที่ยวยอดฮิตที่ตั้งอยู่ในอำเภอสังขละบุรี อยู่ติดกับชายแดนของประเทศเมียนมาร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าสะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานที่มีความยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในประเทศเมียนมา อายุมาประมาณ 30 ปี ซึ่งใช้เวลาถึง 10 ปีกว่าสะพานนี้ถึงจะสร้างเสร็จ ถือว่าเป็นสะพานแห่งความสามัคคีของชาวมอญ สะพานนี้ถือเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างสองวัฒนธรรมอย่างมอญและไทยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ใครอยากไปสัมผัสกับวิถีชีวิตจริงๆ ของชาวมอญที่นี่ และดื่มด่ำกับธรรมชาติสวยๆ อย่าลืมแวะไปกันนะ

  • Location: ซ.สะพานไม้ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

9.อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์, กาญจนบุรี

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ หรือปราสาทเมืองสิงห์ ส่วนใหญ่มักจะพบศิลปะขอมในภาคอีสานแต่ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ศิลปะขอมหนึ่งเดียวในภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี ปราสาทเมืองสิงห์แห่งนี้เดิมเคยเป็นพุทธศาสนสถาน นิกายมหายานมาก่อน ศิลปะขอมลักษณะนี้พบมากในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์แห่งขอม ซึ่งขุดพบพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ที่มีลักษณะคล้ายกับที่พบในประเทศกัมพูชา รวมถึงผังเมืองมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเข้า – ออก 4 ทาง และล้อมรอบด้วยคูน้ำ โบราณสถานในปราสาทเมืองสิงห์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม มีทั้งหมด 4 ที่ด้วยกันคือ โบราณสถานหมายเลข 1 ตั้งอยู่ในกลางเมือง มีพระปรางค์ประธานและฐานที่เคยประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร โบราณสถานหมายเลข 2 คล้ายกับหมายเลข 1 แต่ชำรุดและพังเสียหายมากกว่า โบราณสถานหมายเลข 3 เป็นโบราณสถานนอกกำแพงเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กที่สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง  โบราณสถานหมายเลข 4 เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้ศิลาแลงในการก่อสร้าง

10.วอนแดซอง, กาญจนบุรี

(Won Dea Sung)

วอนแดซอง จุดเช็คอินสุดเก๋ที่กาญจนบุรี เหมือนยกกรุงโซลมาไว้ที่ประเทศไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลล์ท่ามกลางภูเขากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในตกแต่งเป็นสวนดอกไม้ผสมผสานกับการตกแต่งแนวย้อนยุคเกาหลีโบราณ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนางเอกซีรีส์ย้อนยุคเลยล่ะ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าชุดฮันบกถ่ายรูปได้เก๋ๆ แถมมีอาหารเกาหลีขายด้วยนะ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด

ขอบคุณรูปภาพจาก: วอน-แด-ซอง 원 대 성

  • Location: ม.9 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
  • Open-Close: เปิดบริการวันจันทร์ – ศุกร์เวลา 08.00 – 18.00 น. / วันเสาร์ – อาทิตย์เวลา 07.30 – 18.30 น.
  • Phone: 098 509 0665
  • Price: ค่าบำรุงสวน ผู้ใหญ่ 70 บาท / เด็กไม่เกิน 10 ขวบ 30 บาท
  • Facebook: วอน-แด-ซอง 원 대 성

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้อากาศร้อน! เป็นอีกจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ ที่กิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี ครบจบได้ทุกแนว ทั้งคาเฟ่ ธรรมชาติ และเรื่องราวทางประวิติศาสตร์ แต่ถ้าใครมากาญทั้งที่ อย่าพลาดที่พักริมน้ำ ดับร้อนซัมเมอร์นี้ได้ที่ 5 ที่พักกาญจนบุรี แพริมแม่น้ำแคว นอนชิลล์มองวิว ราคาไม่เกินคนละ 1,500 และ 5 ที่พักสังขละบุรี วิวแม่น้ำซองกาเลีย ใกล้สะพานมอญ ต้องไปสัมผัสสักครั้ง!! เที่ยวเพลินๆ อีกนิดไปต่อกันที่ราชบุรีกับ 7 ที่เที่ยวราชบุรี กินคุ้ม เที่ยวครบ กับบรรยากาศสุดชิลล์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...