โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป๋อ ควง เอ๋ เปิดชีวิตคู่ เคยไปจดทะเบียนหย่ากัน 6 เดือน เพราะทะเลาะหนัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 เม.ย. 2564 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2564 เวลา 03.30 น. • The Bangkok Insight

“ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ” ควง “เอ๋ พรทิพย์” เคลียร์เหตุทะเลาะกันหนักมากจนต้องไปหย่าเพื่อแก้เคล็ด 6 เดือน ความเป็นสามีสายเปย์เช็นเช็คให้ภรรยาหลายใบ พร้อมแพลนมีลูกสาวจะเริ่มเมื่อไหร่ ในรายการ “คุยแซ่บSHOW” ที่มี เป๊กกี้ ศรีธัญญา , ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล และ บูม สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ก่อนหน้านี้เคยทะเลาะกันตลอดเวลา ?

ป๋อ : ตอนนั้นหนัก เป็นช่วงที่ภูดิศขวบสองขวบ คือช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราได้กลับมาเป็นตัวเอง และเริ่มเกลียดกัน พูดไม่เข้าหูกัน เหมือนยิ่งพูดก็ยิ่งแย่ ยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งไปกันไม่ได้ แล้วเรื่องที่ทะเลาะก็จะคล้าย ๆ เรื่องเดิม คือตอนนั้นเราก็คิดว่าอาจจะมีการหย่า เพราะมันดูเหมือนไปไม่ได้ แต่เราก็คิดถึงลูกแหละ ก็เลยคุยกับเอ๋ว่า เอ๋เห็นไหมว่าคนจะเลิกกันตอนลูกขวบหรือ 2 ขวบทั้งนั้นเลยนะ ก็ลองไปไหว้พระก่อน คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัวที่เราไม่เคยพูด

เอ๋ : ตอนนั้นก็แยกห้องกันนอน คือเวลาพี่ป๋อเขาอารมณ์ไม่ดี เขาจะขึ้นเร็วและแรง เขาก็เลยไปนอนอีกห้องหนึ่ง ส่วนเอ๋นอนกับลูก เรื่องที่ทะเลาะกันเป็นเรื่องจุกจิก คือเอ๋เป็นคนเลี้ยงลูกเองด้วย เราก็จะเหนื่อย เราก็งอนว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา

แล้วไปปรึกษาพระอาจารย์ท่านว่าอย่างไรบ้าง ?

ป๋อ : คือผมก็มีพระอาจารย์ที่นับถืออยู่ คือบางครั้งเราไปไหว้พระเราก็สบายใจ แล้วเราก็รู้สึกว่าการได้ถ่ายทอดปัญหาของเรากับคนกลาง คนกลางก็จะช่วยได้ ผมก็เลยไปปรึกษาท่าน ท่านก็บอกว่างั้นก็ไปหย่าสิ อีก 6 เดือนค่อยมาแต่งกันใหม่ ตอนแรกผมก็คิดว่ามันต้องเป็นการแก้เคล็ดเป็นเรื่องไสยศาตร์แน่ ๆ ผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่ามันเป็นกุศโลบายของท่าน เพื่อเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องหย่ากันจริง ๆ ตอนที่เราเซ็นมันเกิดความรู้สึกบางอย่างเหมือนกัน คือตอนนั้นผมรู้สึกกลัวไป กลัวเขาจะมีคนใหม่ กลัวเขาจะชอบชีวิตที่ไม่มีผม เราก็เลยทำข้อตกลงกันว่า หนึ่งคือเอ๋ห้ามมีคนอื่น สองเอ๋ห้ามไปเที่ยวและเปิดโอกาสให้ตัวเองมากเกินไป สามก็ต้องย้อนกลับมาข้อหนึ่งอีกคือเอ๋ต้องรักพี่คนเดียวเท่านั้นนะ

เอ๋ : คือตอนที่ฟังข้อตกลง เอ๋ก็งงมาก เพราะปกติเขาเป็นคนแข็ง ๆ เขาไม่เคยพูดอะไรแบบนี้เลย แต่ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกันเพราะเขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงไม่ใช่คนที่จะต้องเป็นฝ่ายยอมอย่างเดียว แต่เอาจริง ๆ ก็คือเขาก็รักเรานั่นแหละ ส่วนตอนที่ไปเซ็นใบหย่าเราก็รู้สึกสั่น ๆ เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เรารู้อยู่แล้วว่าอีก 6 เดือน อย่างไรก็ต้องกลับมาจดทะเบียนกันอีกที ตอนนั้นรู้สึกแป้ว ๆ ว่าจริงเหรอ แล้วก็คิดต่อว่าถ้าอนาคตเรายังทะเลาะกันเหมือนเราแล้วเราจะกลับมาจดทะเบียนกันอีกไหม

คนอื่นปรึกษาจิตแพทย์ แต่พี่ป๋อปรึกษาพระ เอ๋ งง บ้างไหม ?

เอ๋ : ไม่งง เขาชอบทางศาสนาอยู่แล้ว เขาชอบสวดมนต์ เขาเชื่อว่าศาสนาจะทำให้จิตใจเราดี ซึ่งเอ๋ก็เห็นด้วยที่เขาไปปรึกษาพระอาจารย์ พระอาจารย์น่าจะทำให้พี่ป๋ออ่อนลงได้ ตอนนั้นเราเลี้ยงลูกด้วย ซึ่งมันเหนื่อยมาก เอ๋เข้าใจแม่บ้านทุกบ้านเลย คือตอนนั้นนอกจากจะเหนื่อยกายแล้ว เรายังเหนื่อยใจ คือเวลาเขาโมโหเขาจะขุดเอาทุกเรื่องมาพูด และที่สำคัญเอ๋เถียงอย่างไรก็ไม่ชนะเพราะเขาไม่เปิดโอกาสให้เอ๋พูดเลย เอ๋เลยปล่อยให้เขาพูดไป ส่วนเอ๋เงียบ แล้วเอ๋ก็ทน แต่เราเจ็บนะกับสิ่งที่เขาพูด

หลังเซ็นใบหย่าสถานะการณ์ดีขึ้นไหม ?

ป๋อ : ดีขึ้นมาก คือเหมือนท่านให้เราไปสัมผัสกับสถานการณ์จริง ว่าถ้าหย่ากันจริง ๆ จะรู้สึกอย่างไร ตอนนั้นเราไม่อยากหย่า เพราะเรารักลูก เราไม่อยากให้พ่อไปทางแม่ไปทาง พอกลับมาเซ็นใหม่เราเลยเลือกที่จะปรับตัวเอง

แล้วคลั่งเมียนี้ตอนไหน ?

ป๋อ : ก็ช่วง 6 เดือนที่เซ็นใบหย่านี่แหละ เพราะผมเปลี่ยนอะไรเขาไม่ได้เลย ควบคุมเขาไม่ได้สักอย่าง คือผมก็เริ่มคิดได้ว่าในเมื่อเขาไม่สนใจเรา เราก็สนใจเขาแทน แล้วผมก็เริ่มเปลี่ยนตัวเอง โดยเริ่มจากลงรูปเขาสวย ๆ

เอ๋ : พอเขาเปลี่ยนเราก็งงและเริ่มกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า คือจากคนที่ไม่เคยลงรูปเอ๋เลย ไม่เคยถ่ายรูป ไม่เคยขอรูป ไม่อะไรทั้งสิ้น ตอนนี้มีหมด บางทีเอ๋ยังไม่ได้ลงเลย เขาก็เอารูปเราไปลง ช่วง 6 เดือนที่หย่ากันพี่ป๋อเปลี่ยนแทบทุกอย่าง จากเป็นคนที่รักตัวเอง เขาก็ทำให้เราเห็นว่าเขารักเรา จากที่ชอบดูทีวี ชอบดูหนังก็ดูน้อยลง มาช่วยดูลูกมากขึ้น

พี่ป๋อเปย์หนักมาก ?

ป๋อ : ผมก็จัดทุกเทศกาล อย่างคริสมาสต์ ปีใหม่ วาเลนไทน์ และยังมีวันเกิดเขาอีก ผมก็จะรวบมัดตึงแล้วจ่ายเช็ค 1 ใบ เป็นหลักล้านแน่นอน แต่ผมขอเอ๋อย่างเดียวว่าจะโพสต์อะไรก็ได้แต่อย่าโพสต์เงิน คือเราไม่อยากให้ใครมองว่าเราไม่ดี คือผมเห็นว่าเขาทำงานหนัก แล้วผมเคยซื้ออะไรให้เขา เขาก็ไม่ชอบก็ให้เป็นเช็คดีกว่า ให้ไปซื้อเอง

เอ๋ : เราก็ชอบมาก เรารู้สึกได้เลยว่าเขาใส่ใจเรามากขึ้น

เห็นว่าตอนนี้คอยตามจิกเมียตลอด ?

ป๋อ : ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนไม่หึงเลย เพราะเอ๋เป็นคนไม่เปิดโอกาสให้ใครเลย แต่ช่วงหลังเขาสวยขึ้นมาก บางครั้งเราก็เป็นห่วง บางครั้งก็งี่เง่าบ้าง ผมเชื่อว่าเขารำคาญ

เอ๋ : คือถ้าเทียบกับแต่ก่อนแบบนี้ก็ดี ดีกว่าที่เขาไม่สนใจเราเลย

หลังเซ็นใบแต่งอีกครั้งเป็นอย่างไร ?

ป๋อ : บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น เพราะ 6 เดือนที่ผ่านมา เราเริ่มไม่ทะเลาะกันแล้ว แล้วเราก็ได้ข้อคิดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ คนข้างนอกอาจจะมองว่าครอบครัวเราดี ก็ยอมรับว่าบางครั้งมันก็เป็นภาพที่เราสร้างขึ้นมา คนเราคงไม่มีใครลงเรื่องไม่ดีให้คนอื่นเห็นหรอก แต่ทุกคนก็ต้องเจอปัญหาในการใช้ชีวิตทุกครอบครัวต่างมีปัญหาของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะใช้สติฝ่าฟันไปได้อย่างไร

เอ๋ : เอ๋ว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะลูกด้วย แล้วเราก็คบกันมานาน ที่สำคัญเอ๋คิดว่าการที่เราจะไปเริ่มกับใครใหม่มันไม่ได้หมายความว่ามันจะโอเคแล้วไปได้ตลอดรอดฝั่ง ในเมื่อเรารักกันอยู่แล้วเราก็มาปรับจูนกันดีกว่า แต่เอ๋ขอเขานะ ว่าพี่เอ๋ขอใช้นางสาวได้ไหม แต่เขาไม่ให้

เห็นว่าป๋ออยากได้ลูกสาวแต่เอ๋ไม่ยอม ?

เอ๋ : คือตอนแรกเอ๋ก็อยากได้ เพราะเราแพลนกันว่าลูกคนที่สองเราอยากได้ผู้หญิง แต่เขาเป็นผู้ชายเสียก่อน พอเราเลี้ยงไป 2 คนแล้ว คือเราเหนื่อย เราก็เลยรู้สึกว่าถ้ามีอีกคนเราคงไม่ไหว

ป๋อ : คือเราอยากมีเพราะเราเล่นกับลูกคนอื่นแล้วรู้สึกน่ารัก เพราะผู้หญิงจะอ้อนพ่อ แล้วตอนนี้เราก็เริ่มผ่านช่วงยาก ๆ มาแล้ว ลูก ๆ เริ่มโตแล้ว เริ่มไม่ตื่นกลางคืนแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าพอแล้วดีกว่า

เห็นวันเกิด ภูดิศ ซื้อของขวัญให้เป็นเต่า ?

เอ๋ : ภูดิศเป็นคนชอบปลูกผัก ปลูกต้นไม้ ชอบสัตว์ ชอบหมดเลย แล้วเอ๋คิดว่าเต่าเป็นอะไรที่ทนมากและเราไม่ต้องประคบประหงมมาก เราก็เลยซื้อให้เขา ซึ่งเขาก็ดีใจมาก

มีลูกชาย 2 คน นิสัยแตกต่างไหม ?

เอ๋ : แตกต่าง อย่างภูดิศจะติสท์นิดหนึ่ง จะคล้ายพี่ป๋อเลย ส่วนเภาจะเป็นคนอารมณ์ดี ง่าย ๆ ถามว่าเขาทะเลาะกันไหม ทะเลาะกันประจำ

ป๋อ : เราเคยเป็นกรรมการห้าม สุดท้ายเขาก็ตีกันต่อไป

เอ๋ : ล่าสุดเพื่อนเอ๋ไปเรียนจิตวิทยามา เขาก็บอกให้เราลองทำ เวลาเขาตีกันปุ๊บเอ๋จะอยู่ห่าง ๆ เพราะเขาทะเลาะกันเพื่อเรียกร้องเรา เข้าไปห้ามเพื่อที่เราจะห้ามใครสักคน คือถ้าเราห้ามพี่ คนน้องก็จะเสียใจ เราก็เลยปล่อยให้เขาตีกันไปก่อน ตีให้จบดูสถานการณ์ว่าเขาจะทำอย่างไร สุดท้ายเขาก็คุยกันเองว่าขอโทษก็ได้ สุดท้ายก็จบด้วยดี เราก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง

เห็นว่าเคยทำโทษลูกแล้วต้องมานั่งร้องไห้ ?

ป๋อ : คือผมจะเป็นคนเอาลูกนอนตลอด และจะมีกระบวนการทำโทษในหลาย ๆ ระดับ ตั้งแต่เบาไปหาหนัก จริง ๆ เราไม่ได้มองเป็นเรื่องสำคัญ คือวันนั้นเหมือนเภาจะหงุดหงิดอะไรสักอย่าง เราก็บอกเขาว่าถ้าเภาเป็นแบบนี้พ่อป๋อจะไม่เอาเภานอนแล้วนะ และถ้าเภายังเป็นแบบนี้พี่ป๋อจะตีเภาแล้วนะ เขาก็เอานมเทลงบนเตียงเลย เราก็ตบไหล่เขาไปที ปรากฎว่าไหล่เขาเขียวจนเราตกใจเพราะเราไม่เคยทำร้ายเขา แล้วเราทำร้ายเขาซึ่งเป็นลูกเราขนาดนี้ ผมก็เลยให้เอ๋ขึ้นมาดู

เอ๋ : วันนั้น เราขึ้นไป ลูกร้องหนักมาก แล้วเขาก็กลัวพี่ป๋อมากด้วย เอ๋เห็นพี่ป๋อสั่นแล้วบอกแต่ว่า เอ๋พี่ขอโทษ ๆ แล้วเขาก็ร้องไห้ ในความเป็นแม่เราก็เสียใจ แต่เราก็เข้าใจ ว่าบางทีอารมณ์มันจะระงับให้ถึงตรงนั้นค่อนข้างยาก เอ๋บอกพี่ป๋อว่าไม่เป็นไร แต่พี่ป๋อรู้ใช่ไหมว่าลูกเจ็บ เขาก็บอกว่าเขารู้แล้วเขาก็ร้องไห้ แล้วเภาก็บอกพี่ป๋อว่า พ่อป๋อครับไม่เป็นไร เภาไม่เจ็บ

ป๋อ : คือมันยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่เพราะเขาไม่โกรธเราเลย พอเราถามเขาว่าโกรธพ่อไหมเขาบอกว่าไม่มีวัน มันก็ยิ่งทำให้เราได้แต่คิดว่าทำไมเราห้ามตัวเองไม่ได้ เราก็ตั้งใจว่าต่อไปเราจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

ติดตามรับชมรายการ “ ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...