โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ล้งจันท์กดราคาซื้อลำไย ฉีกสัญญาอ้างตกเกรดจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 มี.ค. 2564 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 04.15 น.

เกษตรกรสวนลำไยจันทบุรีถูกล้งเอาเปรียบสารพัด ล่าสุดตัดเกรดปัดลำไยอินโดราคาวูบ 50% ทันที ชี้การซื้อ-ขายต้องจบหน้าสวน แนะสร้างเครื่องมือมาตรฐานคัดเกรดช่วยชาวสวนที่ต้องสูญเสียรายได้กว่าครึ่งมานาน

นายชรัตน์ เนรัญชร เกษตรกรชาวสวนลำไย อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยมีปัญหากับล้งที่ทำสัญญาซื้อ-ขาย จากปกติล้งจะส่งทีมมาเก็บในสวน และทำการคัดเลือกคุณภาพบรรจุลงตะกร้าตามเบอร์ และคัดแยกลูกร่วง ซึ่งลำไยที่บรรจุในตะกร้าออกจากสวนส่งล้งถือว่าสิ้นสุดการซื้อขายหน้าสวนแต่ละครั้ง แต่แปลงสุดท้ายที่เพิ่งเก็บเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อนำลำไยไปส่งที่ล้งกลับถูกเจ้าหน้าที่ตรวจตัดเกรดลำไยในตะกร้าอีกรอบ และมีการตีกลับบางส่วนโดยอ้างว่าไม่ได้คุณภาพ โดยที่ชาวสวนไม่มีสิทธิโต้แย้งกับล้ง เพราะล้งคัดเกรดที่หน้าโรงงานฝ่ายเดียว ถือเป็นการเอาเปรียบชาวสวนโดยลดราคาลงอย่างไม่เป็นธรรม

ปกติลำไยที่ส่งออกไปตลาดจีนมี 2 เกรด คือ เกรดลำไยจีน และเกรดลำไยอินโด (เป็นลำไยเกรดรอง) แต่ทั้ง 2 เกรดส่งไปจำหน่ายที่ตลาดจีนเช่นเดียวกัน ปัจจุบันไม่มีการส่งออกไปอินโดนีเซียแล้ว ดังนั้น ปัญหาดังกล่าวทางการต้องเร่งแก้เรื่องการซื้อขายที่ไม่เป็นธรรม ควรกำหนดมาตรฐาน QC การซื้อขาย (commercial terms) ให้ชัดเจน เพราะการตัดลำไยเกรดรองหรือลำไยอินโดราคาจะต่ำกว่ากิโลละ 5-6 บาท หากชาวสวนถูกตีเป็นลำไยอินโดมาก ๆ ขาดทุนแน่นอน เพราะต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 16-18 บาท การซื้อขายแบบนี้ชาวสวนลำไยถูกล้งเอาเปรียบทั้งระบบ

ตอนนี้ได้นำเรื่องเสนอ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รับทราบ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว และประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาทางหยุดวงจรนี้ เท่าที่ทราบล่าสุดหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานเกษตร สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ภาคเอกชนสมาคมชาวสวนลำไย สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา จันทบุรี จะร่วมกันหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ผลผลิตลำไยฤดูกาลใหม่จะออกสู่ตลาด

“ลำไยที่รับซื้อเกรดลำไยจีนกิโลกรัมละ 30-32 บาท ถ้าตัดเกรดรองอินโดราคาลดเหลือ กก.ละ 16-18 บาท และลูกร่วงกิโลละ 7 บาทเท่านั้น ทั้งที่ลำไยอินโดส่งจำหน่ายที่ตลาดจีนเช่นเดียวกัน แต่ราคาจะต่ำกว่ากิโลละ 5-6 บาท แต่ตีเป็นผิวอินโดทั้งตะกร้าลดราคาไป 50% หากชาวสวนถูกตีเป็นอินโดมาก ๆ ขาดทุนแน่นอน เพราะต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 16-18 บาท การซื้อขายแบบนี้ชาวสวนลำไยถูกล้งเอาเปรียบทั้งระบบ ปัญหาดังกล่าวได้นำเสนอ นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการ จ.จันทบุรี เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว และจะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหาทางหยุดวงจรนี้” นายชรัตน์กล่าว

ทางด้านผู้ประกอบการรับซื้อลำไย ทีมเก็บและรับซื้อลำไยให้บริษัทส่งออกไปจีน กล่าวว่า ปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดกับล้งที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ซื้อใบ) หรือเหมาสวนในราคาที่สูง เพื่อหาลูกค้าให้ได้มากที่สุด เมื่อถึงภาวะตลาดราคาลง หรือตลาดไม่ดี จำเป็นปรับราคาที่ทำสัญญาไว้ลดลงเพื่อไม่ให้ขาดทุน จึงพยายามเข้มงวดการคัดคุณภาพเพื่อให้ลำไยตกเกรดและซื้อในราคาต่ำ ประกอบกับคุณภาพลำไยปีนี้มีปัญหาคุณภาพไม่ดีนัก เนื่องจากอากาศแปรปรวน เป็นหัวลิง หัวแข็ง ลูกเล็ก รวมทั้งเป็นผิวลาย ผิวแดงที่เรียกว่าผิวอินโด ลำไยอินโดถ้านำไปอบให้ผิวสวย 5-7 วัน จะกลับสู่สภาพเดิม

ราคาขายที่ตลาดจีนจึงต่างกัน เช่น ลำไยจีนเบอร์ 1-2 กิโลกรัมละ 160-170 หยวน ลำไยอินโด 135-140 หยวน ต่ำกว่า 16% ปกติถ้าเก็บลำไยในสวนบรรจุตะกร้าลำไยอินโดจะปะปนได้ไม่ควรเกิน 10% ต้องตบแต่งไม่ให้มองเห็น คนงานเก็บเป็นผู้รับผิดชอบ ปัญหาการตัดเกรดลำไยอินโด บางล้งมือทีมเก็บไม่ใช่คนของล้งจึงไม่รับผิดชอบ

ทางด้าน ดร.วศิน ยิ้มแย้ม เจ้าของไร่พันดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี กล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล้งเอาเปรียบชาวสวนด้วยวิธีหลากหลาย คือ 1) เก็บลำไยลงตะกร้าเฉพาะเบอร์ใหญ่ (1-2) ส่วนเบอร์กลาง (3-4) แทนที่จะลงตะกร้าตามสัญญา กลับคัดเป็นลำไยร่วง ซึ่งราคาลำไยลงตะกร้าราคา 30-35 บาท/กิโลกรัม ส่วนลำไยร่วงราคา 3 บาท 2) ไม่มาเก็บตรงตามเวลาปล่อยให้ลำไยเสียหายคาต้น ขาดทุนขายให้คนอื่นไม่ได้เพราะมีสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 3) โกงน้ำหนัก ตกลงตามสัญญาคือตะกร้าละ 11.5 กก. (รวมตะกร้า 12.5 กก.) แต่ใช้วิธีจัดเต็มตะกร้าเป็นเกณฑ์ ไม่ได้ชั่งน้ำหนัก บางครั้งอัดถึง 14-15 กิโลกรัม ชาวสวนเสียเปรียบรายได้หายกว่าครึ่ง ควรสร้างมาตรฐานชั่งน้ำหนักทุกตะกร้า และล้งควรจะได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP เช่นเดียวกับเกษตรกร ควรทำลำไยคุณภาพตามมาตรฐาน GAP

“ลำไย 1 แปลง โดยเฉลี่ยจะมีเบอร์ 1-2 ประมาณ 40% เบอร์ 3-4 อย่างละ 20% ที่เหลือ 20% เป็นลูกร่วงตกเกรดปกติที่ล้งจะซื้อเบอร์ 1-4 ราคาเดียวกัน เช่น กิโลกรัมละ 30-35 บาท ส่วนลูกร่วงซื้อราคาต่ำมาก 3 บาท ส่วนใหญ่เบอร์ 3-4 จะถูกปัดตกเกรดเป็นราคาลูกร่วง รายได้ชาวสวนหายไปทันทีเกิน 50% การคัดแยกเกรดลำไยเบอร์ 1-4 ควรมีเครื่องคัดที่มาตรฐาน ไม่ใช่วัดด้วยสายตา เบอร์ 1-2 อาจจะไม่มีปัญหา แต่เบอร์ 3-4 แยกยาก การคัดโดยใช้ตะแกรงร่อนหรือเครื่องมือที่ควรคิดขึ้นมา ชาวสวนถูกเอาเปรียบมานานและสูญเสียรายได้มากกว่าการตัดเกรดลำไยอินโดที่เพิ่งจะมีขึ้นปีนี้”

ข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีแจ้งว่า ผลผลิตลำไยปี 2564 มีปริมาณ 193,171 ตัน ลดลงจากปี 2563 จำนวน 68,798 ตัน หรือ 26.26% โดยผลผลิตเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา ประมาณ 160,700 ตัน หรือ 86.94% เหลือเพียง 14% จะสิ้นสุดเดือนเมษายนนี้ และจะเริ่มมีผลผลิตออกฤดูกาลต่อไปตั้งแต่เดือนตุลาคม สำหรับลำไยจีนเป็นลำไยที่มีคุณภาพ ลูกใหญ่ ผิวสวย เนื้อใส กรอบ หอม ส่วนลำไยอินโด ลูกเล็ก ผิวลาย (สีเหลืองก้ำกึ่งแดง) เนื้อแข็งด้าน แฉะน้ำ เมื่อก่อนล้งส่งขายอินโดนีเซียบรรจุตะกร้าเหล็ก 20 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ลำไยทั้งจีนและอินโดส่งไปจำหน่ายตลาดจีนเช่นเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...