โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ออมสิน’ ปล่อยกู้ ‘SMEs มีที่ มีเงิน’ รอบใหม่ เช็ครายละเอียดที่นี่!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 พ.ค. 2564 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 07.51 น. • The Bangkok Insight

"ออมสิน" เปิดกู้สินเชื่อ "SMEs มีที่ มีเงิน" รอบใหม่ ช่วยธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ลงทะเบียนยื่นกู้ทาง www.gsb.or.th ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 มิถุนายน 2564

ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ ธนาคารออมสิน ช่วยเหลือ SMEs ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสภาพคล่อง ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้ธนาคารออมสินช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการสภาพคล่อง ธนาคารจึงได้เปิดให้ลงทะเบียนขอกู้โครงการดังกล่าวอีกครั้งที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด

ทั้งนี้ สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน เป็นสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดยผ่อนปรนหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ ให้กู้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถใช้ที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกันการกู้

รวมถึงสามารถไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2563 ให้วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินราชการ ระยะเวลากู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยต่ำมาก ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย = 0.10% ต่อปี ปีที่ 2 = 0.99 ต่อปี และปีที่ 3 = 5.99 ต่อปี กรณีบุคคลธรรมดาให้กู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนนิติบุคคลให้กู้ไม่เกิน 50 ล้านบาท

ออมสิน

ทั้งนี้ คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อ มีดังนี้

  • เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • นิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยงบการเงินจะต้องมีส่วนทุนเป็นบวก
  • ต้องประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและ Supply chain ของธุรกิจท่องเที่ยว โดยประกอบกิจการมาแล้วอย่างน้อยเป็นระยะเวลา 1 ปี และปัจจุบันยังดำเนินธุรกิจเป็นปกติอยู่

วัตถุประสงค์

  • เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กิจการ
  • เพื่อไถ่ถอนจากการขายฝากเอกชนที่ทำสัญญาขายฝาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

ยกเว้น เพื่อไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น หรือไถ่ถอนจำนองจากเจ้าหนี้เงินกู้

ประเภทสินเชื่อ เงินกู้ระยะยาว (L/T)

วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท

จำนวนเงินให้กู้ ไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ ทั้งนี้ ไม่นำราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง และต้นไม้ที่มีมูลค่า มาคำนวณจำนวนเงินให้กู้ โดยกำหนดวงเงินให้กู้ต่อราย ดังนี้

  • กรณีบุคคลธรรมดา จำนวนเงินให้กู้ตั้งแต่ 1 - 10 ล้านบาท
  • กรณีนิติบุคคล จำนวนเงินให้กู้ตั้งแต่ 1 - 50 ล้านบาท ทั้งนี้ ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของรายได้รวมของงบการเงินปีล่าสุด

อัตราดอกเบี้ย

ปีที่ 1 ร้อยละ 0.10 ต่อปี

ปีที่ 2 ร้อยละ 0.99 ต่อปี

ปีที่ 3 ร้อยละ 5.99 ต่อปี

ระยะเวลาชำระเงินกู้ สูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยมีเงื่อนไขการชำระหนี้ ดังนี้

  • ชำระดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน
  • ชำระหนี้คืนเงินต้นภายใน 3 ปี

ทั้งนี้ต้องเปิดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกและนำเงินเข้าบัญชี เพื่อสำรองการชำระดอกเบี้ยอย่างน้อย 6 เดือน

หลักประกันการกู้เงิน

  • ที่ดินว่างเปล่า และ/หรือ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดิน โดยปลอดภาระผูกพัน

  • เจ้าของกรรมสิทธิ์ของหลักทรัพย์ จะต้องถือกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2563

  • กรณีผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องเป็นของผู้กู้ และ/หรือคู่สมรส/ ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม และ/หรือ บุตร บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของผู้กู้/คู่สมรส/ ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม

  • กรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคล เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องเป็นของผู้กู้ และ/หรือผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อ เดิม และ/หรือ

- คู่สมรส บุตร บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม

- บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของคู่สมรสของผู้ถือหุ้น/กรรมการ/กรรมการ ผู้มีอำนาจลงนาม/ผู้ค้ำประกันในวงเงินสินเชื่อเดิม

ระยะเวลาโครงการ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด (First Come First Serve)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...