โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

กรกช โพสต์ซึ้งอำลา บุรีรัมย์ - จุดหมายต่อไปคาดซบ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด

Khaosod

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 09.24 น.

กรกช วิริยอุดมศิริ แบ๊กซ้าย ดีกรีทีมชาติไทย ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โพสต์อำลาสโมสร หลังกำลังหมดสัญญาในสิ้นเดือน พฤษภาคม 2564

กรกช วัย 33 ปี ย้ายจาก ชลบุรี เอฟซี มาอยู่กับ ปราสาทสายฟ้า ตั้งแต่ฤดูกาล 2016 ก่อนช่วยทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก 2 สมัยติดต่อกันช่วงใน2017 และ 2018 โดยลงสนามไปกว่า 120 นัด ยิงไป 10 ประตู

กรกช โพตส์ว่า ถึงเวลาแล้ว ที่ผมต้องร่ำลา ตลอด 5 ปีที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ⚡️ ผมดีใจ ภูมิใจกับทุกเวลาที่นี่เสมอ กว่า 120 นัด 10 ประตู และแชมป์กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นั่นคือ “ที่สุด” ในชีวิตนักฟุตบอลอย่างผมแล้ว มันทำให้ผมภูมิใจที่สุด เพราะนี่คือทีมบ้านเกิดของผม

ขอขอบคุณอย่างแรกเลยคือ ผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณ “นายเนวินและแม่ต่าย” ที่ทำให้ผมได้มาเล่นให้ทีมบ้านเกิด และยังดูแล “เสี่ยมิ้ง” คนนี้อย่างดีทั้งในและนอกสนามครับผม ขอบคุณสตาฟโค้ชและเพื่อนร่วมทีมทุกคน ทำให้ผมเป็นได้ประสบความสำเร็จอย่างมากกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพตลอดมา ขอบคุณโค้ชทุกคน ทั้ง บันโดวิช,กาม่า, ก็อตบิ และโปโปวิช ที่ให้โอกาสกับผมตลอดมา

และขอบคุณอย่างมากๆ กับแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคน ที่ให้การสนับสนุนผมเป็นอย่างดีเสมอมา ทั้งกำลังและเสียงเชียร์ ผมจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ลงสนามต่อหน้าแฟนบอล ผมมีความสุขมากๆ และจะยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีกเมื่อทีมเก็บชัยชนะได้

ไม่รู้จะบอกอะไรอีก นอกจากคำว่า “ขอบคุณครับ” ปล.เจอกันเมื่อไร ทักทายได้นะครับ
ถ้าคิดถึงกันมากๆ มาเจอกับผมได้ที่สนามฟุตบอลของผมนะ คิคิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจุดหมายต่อไปของ กรกช วิรยอุดมศิริ คือเชียงใหม่ ยูไนเต็ด น้องใหม่โตโยต้า ไทยลีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...