โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ได้หมดรัก แต่หมดไฟ : 3 สัญญาณ Relationship Burnout พร้อมวิธีแก้ไขให้ไม่หมดไฟในความสัมพันธ์

WMTD - ผู้หญิงสมัยนี้

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2564 เวลา 09.07 น. • thewmtd

เรามักคิดว่าอาการหมดไฟ หรือ 'Burnout Syndrome' เป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับการทำงานหรือการเรียนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วความรักก็เกิดอาการเบิร์นเอาท์ได้!

คล้ายๆ กับการทำงาน Relationship Burnout หรืออาการเบิร์นเอาท์ในความสัมพันธ์ นั้นมักเกิดกับคู่รักที่คบกันมาเป็นเวลานาน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ได้หวานชื่นเหมือนในช่วงโปรโมชั่นอีกต่อไป ยิ่งในช่วงล็อคดาวน์ที่หลายคนเจอหน้ากันทุกวัน แทนที่จะรักกันเหนียวแน่นกลับมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกวัน เป็นความสัมพันธ์ที่มีแต่ความตึงเครียด รู้ตัวอีกทีก็เกิดอาการหมดไฟ ไม่อยากประคับประคองความรักไว้จนนำไปสู่การเลิกลาในที่สุด

สำนักข่าว BBC ได้รวบรวมข้อมูลตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับการยุติความสัมพันธ์ อาทิ จำนวนการฟ้องหย่า จำนวนการค้นหาแนวทางในการยุติความสัมพันธ์ และยอดรายรับจากบริษัทกฎหมายจากกรณีฟ้องหย่าจากประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ สหรัฐ จีน และสวีเดน พบว่าอัตราการแยกทางยุติความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการระบาดของโรค ซึ่งหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือมีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น ความเครียดมากขึ้น ขณะเดียวกันพื้นที่ส่วนตัวที่น้อยลง ส่งผลให้คู่รักเกิดภาวะ Relationship Burnout 

อย่าเพิ่งกังวลว่าความสัมพันธ์มาถึงวัน Burnout แล้วจะต้องเลิกลากันเสมอไป ถ้าเรารู้ตัวว่าเริ่มหมดไฟในความรักแล้วก็ยังพอจะแก้ไขได้  มารู้จักสัญญาณว่ารักเรากำลังหมดไฟ และวิธีแก้ไขว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

#ไม่อยากคุยไม่อยากมองไม่อยากสัมผัส

ทั้งที่อยู่ใกล้แต่ก็ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากสกินชิพกันน้อยลง บางคนที่อยู่ไกลก็ไม่อยากจะโทรศัพท์หรือแชทหา ต่างฝ่ายต่างรู้สึกอยากมีอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ จนความสัมพันธ์เริ่มต่อกันไม่ติด

วิธีแก้ไข : หา Quality Time ที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน

Quality Time หรือการหาเวลาให้กัน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ซึ่งการหาเวลาให้กันนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นการไปเดทหรือหากิจกรรมนอกบ้านใช้ร่วมกันเสมอไป🏃 เราก็สามารถสร้าง Quality Time ให้เกิดขึ้นได้ทุกวันง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาสัก 1 ชั่วโมง ตอนที่กินข้าวร่วมกัน หรือเป็นการพูดคุยเวลาเพียง 5 – 10 นาทีถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและปัญหาในชีวิตประจำวันของแต่ละฝ่าย ความสัมพันธ์ก็สามารถกลับมาสนิทใจกันมากขึ้นได้

คำพูดขัดหูความคิดขัดใจ

จากคนที่เคยมองตาก็รู้ใจ พูดอะไรก็อยากฟัง รู้ตัวอีกทีคำพูดของแต่ละฝ่ายก็ฟังดูขัดหูไปเสียหมด จนเริ่มมองแฟนในแง่ลบ เริ่มพูดจาร้ายๆ โดยที่ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร ไปจนถึงเริ่มมองหาใครใหม่ที่เป็นทางเลือกที่ดีกว่า

วิธีแก้ไข : หันหน้าเข้าหากันอย่ากลัวที่จะกลับมาพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและปรับความเข้าใจ

แต่ต้องไม่หาเรื่องทะเลาะเพิ่มขึ้นนะ มาลองใช้วิธีการบอกเล่าความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา เช่น ใช้ I-messages บอกเล่าความรู้สึกตัวเองก่อน ไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเรากำลังกล่าวโทษ เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูด พร้อมกับรับฟังอย่างตั้งใจ จากนั้นลองถอยคนละก้าว เพื่อหาจุดตรงกลางที่จะทำให้ความสัมพันธ์ยังสบายใจแต่ไม่ห่างเหินเกินไปได้

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง  I-messages ได้ที่

https://thewmtd.com/i-messages-%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%99/

ไม่ใช้แค่เหนื่อยกายแต่เริ่มเหนื่อยใจ

หนึ่งในสัญญาณแรกๆ ของ Relationship Burnout คือมีคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าช่างเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องประคับประคองความสัมพันธ์ รู้ดีว่าคนรักต้องใส่ใจกัน แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงหรือความคิดที่จะมาคอยเติมความหวานในความสัมพันธ์ แค่คิดถึงการเป็นเดทก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า 

วิธีแก้ไข : มาเช็คสุขภาพจิตของเราบ้าง

อาการเหนื่อยใจส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเรามีความเครียด ความเศร้า หรือกระทั่งอาการเบิร์นเอาท์จากเรื่องงานของตัวเราเอง 💆

จนทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างของเราแย่ลง นอกจากจะปรับความเข้าใจกับคนรักแล้ว อย่าลืมสำรวจสุขภาพจิตของเราเองว่ายัง healthy อยู่ไหม ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มสำรวจสุขภาพจิตของตัวเองอย่างไง มาลองทำแบบทดสอบจากกรมสุขภาพจิตกันที่ checkin.dmh.go.th/ ได้นะ

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ จากผู้หญิงสมัยนี้ :
ลดอาการ BURN OUT ด้วย NIKSEN แนวคิดของการไม่ทำอะไรเลย
HEALTHY RELATIONSHIP : สำรวจความสัมพันธ์ที่ดีต่อใจ มีลักษณะอย่างไร ใช่เรารึเปล่า?
I-MESSAGES : วิธีถาม แฟน ดีๆ ไม่ให้รักพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...