โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

6 โรคต้องระวัง สำหรับ "ไข่" คุณผู้ชาย!

LINE TODAY

เผยแพร่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 09.22 น. • Sirikarn S.

ทุกศุกร์ที่ 2 ของเดือนต.ค.เป็นวันไข่โลก รำลึกถึงคุณประโยชน์ของไข่ที่เกิดจากแม่ไก่กันแล้ว ขอชักชวนให้คุณผู้ชายหมั่นดูแลทะนุถนอม “ไข่คู่” ที่พ่อแม่มอบให้เรามาแต่กำเนิดด้วย เพราะหากซุกซนหรือปล่อยปะละเลยจนเคยตัว อาจนำมาซึ่งภาวะเจ็บป่วยของไข่ หรือที่เรียกทางการว่า “อัณฑะ” (อันถูกห่อหุ้มด้วยถุงอัณฑะอีกทอดหนึ่ง) ฉะนั้น ขอเล่าโรคสำคัญๆ ที่เป็นอันตรายต่อไข่ให้ทุกคนได้ปลอดภัยไว้ก่อน ฟังไว้ดังนี้

1. กล่อนน้ำ/ถุงน้ำลูกอัณฑะ โรคที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่โครงสร้างของการเกิดภาวะนี้ก็คือ ไข่ของเราจะมีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น ระหว่างสองชั้นนั้นก็จะมีโพรงที่มีของเหลวหล่อลื่นอยู่ ซึ่งของเหลวนี้เองที่ถ้ามีมากเกินไปจะกลายเป็นถุงน้ำขึ้นมา พบได้สูงถึง 10% ในเด็กแรกเกิด ทว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ เพราะ 80-90% สามารถหายได้เองเมื่อโตขึ้น ส่วนผู้ใหญ่พบเพียง 1% และหายเองได้ภายใน 6 เดือนเช่นกัน แต่พบแพทย์เพื่อได้รับคำแนะนำจะดีที่สุด

อาการ : อัณฑะบวม อาการเจ็บปวดเป็นไปตามขนาดถุงน้ำที่อักเสบ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บมากนัก แต่อาจสร้างความไม่สบายตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน ลองนึกถึงมีถุงน้ำห้อยต่องแต่งเกินออกมา หากใหญ่มากก็อาจเหมือนไข่ฟองที่ 3 ได้

ปัจจัยเสี่ยง : ผู้ที่มีการบาดเจ็บหรืออักเสบที่อัณฑะ ผู้มีอาการติดเชื้อ รวมถึงโรคทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

2. อัณฑะอักเสบ เกิดได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส พบได้ในทุกวัย ในผู้ใหญ่มักเกิดจากแบคทีเรีย เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคท่อนำเชื้ออักเสบ โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ และเกิดขึ้นกับไข่ข้างเดียวมากกว่าสองข้าง ขณะที่ในเด็กมักเป็นเชื้อไวรัส โดยเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคคางทูม

อาการ : ข้างที่อักเสบจะบวมแดงและค่อยๆ ปวดมากขึ้น มีอาการกดเจ็บ ปัสสาวะแสบขัด เจ็บเมื่อมีการหลั่งและอาจมีเลือดปนกับอสุจิ อาจมีไข้หรืออาการคลื่นไส้อาเจียนร่วม ลักษณะที่ค่อยๆ เจ็บอาจทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ แต่หากมีอาการเหล่านี้ ควรพบแพทย์โดยทันที

ปัจจัยเสี่ยง : ขาดภูมิคุ้มกันโรคคางทูม ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มีการผ่าตัดอวัยวะสืบพันธุ์หรือระบบทางเดินปัสสาวะ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยาง เคยมีประวัติเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน คู่นอนกำลังเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

3. อัณฑะบิดตัว เรียกว่า บิดขั้ว หรือ บิดเกลียว ก็ได้ ภาวะนี้เกิดจากสายรั้งอัณฑะที่อยู่ในถุงอัณฑะและทำหน้าที่เป็นตัวผ่านเลือดจากร่างกายสู่อัณฑะ เกิดการบิดตัวจนเลือดไม่สามารถเข้าไปหล่อเลี้ยงอัณฑะได้ มักเกิดในผู้ชายวัยต่ำกว่า 25 ปี (โดยเฉพาะ 12-18 ปี) ในอัตรา 1 ต่อ 4,000 แต่สามารถเกิดในวัยอื่น รวมถึงทารกก่อนคลอดได้ด้วย บางครั้งเรียกภาวะนี้ว่า “winter syndrome” เพราะพบบ่อยเมื่อมีอากาศหนาว การให้น้องไข่อบอุ่นเข้าไว้หรืออยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม น่าจะปลอดภัยกว่า

อาการ : ปวดอัณฑะเฉียบพลันและรุนแรง อัณฑะบวมและอยู่สูงกว่าอีกข้าง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะบ่อยแต่ไม่แสบขัด มีไข้ หากมีอาการดังกล่าว จำเป็นต้องพบแพทย์ทันที เพราะยิ่งปล่อยไว้นาน ภาวะอัณฑะขาดเลือดจะเพิ่มมากขึ้น และหากทิ้งไว้เกิน 12 ชม. เนื้อเยื่ออาจตายและมีโอกาสรักษาไข่ได้แค่ 25% หรือต้องเฉือนลากันไปชั่วชีวิต

ปัจจัยเสี่ยง : เคยมีอาการอัณฑะบิดตัวแต่ไม่ได้รับการรักษา เคยมีภาวะแกว่งไปมาของอัณฑะในถุงอัณฑะ การออกกำลังกายอย่างหักโหมในวัยรุ่น สายรั้งอัณฑะและเนื้อเยื่อที่ปกคลุมอัณฑะมีพัฒนาการที่ผิดปกติ ในครอบครัวเคยมีผู้ป่วยด้วยภาวะนี้ 

4. หลอดเลือดอัณฑะขอด หากรู้จักเส้นเลือดขอดที่ขา นั่นแหละคุณ ไข่เราก็เส้นเลือดขอดในลักษณะเดียวกันได้ จากการที่ลิ้นปิด-เปิดหลอดเลือดดำในถุงอัณฑะบกพร่องหรือเสื่อมสมรรถภาพทำให้เลือดไหลสวนทิศทางปกติ ไปรวมกันอยู่ที่หลอดเลือดดำบริเวณอัณฑะ ส่งผลให้หลอดเลือดดำบริเวณนั้นพองโตเป็นขอดๆ พบบ่อยในชายวัย 15-25 ปี พบน้อยในชายวัย 40 ปีขึ้นไป เว้นเสียแต่ว่ามีภาวะเนื้องอก

อาการ : เทียบกับสองโรคก่อนหน้านี้ หลอดเลือดอัณฑะขอดถือว่าเบากว่าเยอะ มีอาการบวม ปวดหน่วง ปวดมากขึ้นเมื่อยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน นอนราบก็จะดีขึ้น การตรวจคลำทำได้ง่ายคือ ยืนหรือนั่งยองๆ คลำบริเวณด้านหลังน้องไข่ ถ้าพบว่ามีเส้นหนาๆ เป็นขอดๆ หรือก้อนๆ ควรพบแพทย์ แม้ว่าอาจหายได้เองในบางราย แต่ถ้าปล่อยไว้อาจทำให้ผลิตอสุจิไม่ได้เต็มที่ ส่งผลให้มีบุตรยากหรือลูกอัณฑะหดลง

ปัจจัยเสี่ยง : ไม่ปรากฏปัจจัยเสี่ยงที่แน่ชัด หากอาจเกิดได้ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีเนื้องอกในไตฉับพลันด้วย

5.  ไส้เลื่อนลงถุงอัณฑะ เป็นไส้เลื่อนขาหนีบชนิดไหลลงถุงอัณฑะ 80% พบในชาย และถูกเข้าใจผิดว่าเกิดเฉพาะในคนสูงวัย ทั้งที่จริงเป็นได้ตั้งแต่หนุ่มสาว ส่วนวัย 40+ จะมีความเสี่ยงเพราะผนังกล้ามเนื้อหน้าท้องมีความหย่อนยานขึ้น เรื่องไม่สวมกางเกงในก็ไม่เกี่ยว จุดเริ่มต้นเกิดจากการใช้ร่างกายหนักเกินไปหรือเกิดภาวการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ลำไส้ไม่อยู่ในที่ที่ควรอยู่ แต่เคลื่อนตัวออกมานอกไส้แล้วไหลลงไข่ตามมา บางคนอาจเคยเห็นบางรายพยายามเอามือดันๆ ให้กลับเข้าที่เดิม ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด ขั้นสุดจากนี้ก็คือ เป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา และลำไส้เน่า

อาการ : มีก้อนนูนบริเวณผนังหน้าท้อง หัวหน่าว หรือขาหนีบ มองเห็นชัดเมื่อยืนตรง อาจมีอาการปวดจุกๆ หน่วงบริเวณขาหนีบ โดยเฉพาะเมื่อก้มตัว ไอ หรือยกของหนัก ไส้เลื่อนลงไข่จะมีอาการปวดบริเวณถุงอัณฑะร่วมด้วย

ปัจจัยเสี่ยง : การเกิดก่อนกำหนด ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมาก่อน ผู้มีน้ำหนักมาก ชายสูงวัย ผู้เป็นโรคไอเรื้อรังต่างๆ การใช้ลมปราณมากจากการเบ่งหรือยกของหนัก ผู้เป็นโรคต่อมลูกหมากโต สตรีมีครรภ์ ผู้มีภาวะน้ำในช่องท้องมากผิดปกติ

6. มะเร็งอัณฑะ เป็นโรคที่น่าสะพรึงกลัวสำหรับใครหลายคน แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะตามรายงานในประเทศไทย มะเร็งอัณฑะพบเพียง 2% ของมะเร็งทั้งหมด ไม่ติด 1 ใน 10 ของมะเร็งในชายไทย ทั้งยังมีโอกาสรักษาหายแม้ว่าจะเข้าสู่ช่วงแพร่กระจายแล้ว (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ด้วย) แม้จะยังหาสาเหตุการเกิดไม่ชัด แต่พบมากในชายวัย 15-35 ปี และมีการคาดว่าพันธุกรรมมีผลต่อการเกิดโรค

อาการ : จับดูมีก้อนเนื้อหรืออัณฑะขยายใหญ่ขึ้น รู้สึกหนักที่อัณฑะ ปวดตื้อๆ บริเวณช่องท้องหรือขาหนีบ ไม่สบายตัวในช่วงล่าง ปวดหลัง ความต้องการทางเพศลดลง

ปัจจัยเสี่ยง : อัณฑะไม่เคลื่อนลงมาอยู่ในถุงอัณฑะ อัณฑะเติบโตผิดปกติ เช่น ผู้อยู่ในกลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (ผิดปกติทางโครโมโซม) ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมาก่อน เกิดในชายผิวขาวมากกว่าเอเชียหรือผิวสี ภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง เป็นต้น

กันโรคร้ายโดยหมั่นตรวจไข่เบื้องต้นด้วยวิธีง่ายๆ

แนะนำให้ตรวจน้องไข่หลังจากการอาบน้ำเพราะเป็นช่วงที่ถุงอัณฑะผ่อนคลาย (เราก็ผ่อนคลายด้วย) ควรจับเจ้าช้อนตรงกลางออกไปก่อน แล้วคลำทีละข้างโดยใช้นิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ไล่ดูความผิดปกติว่า มีก้อนแข็ง เนื้อแข็ง เส้นเลือดแข็ง หรือมีอาการเจ็บหรือไม่ หากเจอควรพบแพทย์ แต่ถ้ารู้สึกถึงความหยุ่นๆ ด้านหลัง หรือความใหญ่เล็กของสองข้างไม่เท่ากัน หรือระดับการห้อยไม่เท่ากัน หรือมีรอยนูนเล็กๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ ~ เพียงใส่ใจตรวจเดือนละครั้งแบบนี้ รับรองแฮปปี้ทั้งคนทั้งไข่ :)

อ้างอิง

Healthline.com : Orchitis : https://lin.ee/ATKzePh

utualselfcare.org : Epididymo-orchitis : http://lin.ee/3kplWRW

Mayoclinic.org : Orchitis : https://lin.ee/uv9qSpt

Urologyhealth.org : Testicular Torsion : https://lin.ee/tWoRMw8

Medicalnewstoday.com : Testicular Torsion : https://lin.ee/aeuF0t4

Honestdocs.co : Testicular Torsion : https://lin.ee/5KSaMPR

Mayoclinic.org : Varicocele : https://lin.ee/69E8NFv

Doctor.or.th : Varicocele : https://lin.ee/fZFbfqt

Mayoclinic.org : Hydrocele : https://lin.ee/41wIsLl

My.clevelandclinic.org : Hydrocele : https://lin.ee/CIeVd57

Healthcarethai.com : Hydrocele : http://lin.ee/h3AtqfB

Bangkokhospital.com : Hernia into the scrotum : https://lin.ee/cZl83eh

Health.harvard.edu : Inguinal Hernia : https://lin.ee/vL5q4Ti

Middlesexhealth.org : Testicular Cancer : https://lin.ee/wfD9Cqg

Honestdocs.co : Testicular Cancer : https://lin.ee/STF9F0

Samitivejhospitals.com : Testicular Cancer : https://lin.ee/zZ2Wuek

Thaihealth.or.th : Testicular Cancer : https://lin.ee/8qxNoRu

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...