โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครัวแห่งโอซาก้า - เพจปั่นเรื่องเป็นภาพ

TALK TODAY

เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 08.37 น.

โอซาก้าเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากของญี่ปุ่น ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากโตเกียวแล้วยังมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่นอีกด้วย

โอซาก้าครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศ ทำให้เป็นเมืองที่มีความเจริญและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนาน ด้วยการที่โอซาก้าเคยเป็นศูนย์กลางการค้าอาหารของญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเอโดะ ทำให้ใครต่อใครต่างก็เรียกโอซาก้าว่า ครัวของชาติ 

แล้วตลาดในโอซาก้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายที่ส่งออกไปทั่วเมือง ตลาดนั้นมีชื่อว่า “ตลาดคุโระมง” 

หากให้เปรียบแล้วที่โตเกียวมีตลาดสึกิจิ ที่โอซาก้าก็มีตลาดคุโระมงนี่แหละที่ใครๆก็นึกถึง เพราะมันเป็นตลาดที่สำคัญในการค้าของทั้งเมือง

ตลาดคุโระมง เปิดมาได้เกือบ 200 ปีแล้ว เป็นตลาดสด ที่จำหน่ายอาหารทะเลสดๆ ร้านอาหาร พ่อค้าต่างก็มารับอาหารทะเลที่นี้ไปจำหน่ายในร้านต่ออีกที นอกจากอาหารทะเลแล้วตลาดนี้ก็ยังมีผัก ผลไม้ อาหารสดต่างๆอีกมาก รวมไปถึงเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายก็มี 

เมื่อผมมีโอกาสได้มาโอซาก้าจึงหาโอกาสแวะมาที่ตลาดแห่งนี้เพราะอยากจะกินอาหารทะเลสดๆที่ขึ้นชื่อในราคาที่ไม่แพงนัก ผมนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Nipponbashi Station ออกมาทางออกหมายเลข 10 โผล่ขึ้นมาเดินไม่ไกลก็จะถึงตลาดคุโระมงเลย 

ในตลาดมีผู้คนหลากหลายมาก มีทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของ มีทั้งร้านค้าที่มารับของไปขายอีกที ชาวบ้านคนญี่ปุ่นที่มาหาซื้ออาหารกลับบ้าน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินถ่ายรูปเที่ยวกัน

ภายในตลาดจะมีโคมแดงยักษ์ห้อยประดับตกแต่งอยู่เป็นระยะๆ ผมมาถึงในช่วงเวลา 11 โมงจึงมีคนมาหาซื้ออาหารกินกันเยอะ ผมเห็นร้านขายอาหารทะเลสดๆตัวใหญ่เยอะมาก แต่ละร้านก็คอยเรียกแขกให้ลองเข้ามาดูสินค้าในร้าน บางร้านก็ขายแต่ปลาสารพัด 

บางร้านก็ขายแต่ก้ามปูยักษ์ บางร้านขายหอย ร้านบางร้านในตลาดแห่งนี้เราสามารถซื้อแล้วให้เขาปรุง ทำเป็นเมนูต่างๆ แล้วสามารถนั่งกินได้เลย ซึ่งช่วยให้พ่อค้าสามารถขายของให้กับนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น

 ผมตั้งใจจะซื้ออาหารทะเลที่นี่เอาไปกินตอนนั่งชินคันเซ็นเข้าโตเกียวตอนบ่ายโมง แล้วผมก็เดินมาสะดุดเข้ากับร้านขายปลาร้านหนึ่ง นักท่องเที่ยวต่างมุงดูร้านนี้อยู่มาก ที่หลายคนสนใจเพราะพ่อค้าร้านนี้เอาปลาทูน่ายักษ์มากุโระ ออกมาแล่สดๆโชว์ 

ที่ด้านข้างก็มีป้ายโชว์ส่วนต่างๆปลา และอธิบายว่าส่วนไหนที่ได้รับความนิยมยังไงทำไมราคาถึงต่างกัน หากใครที่ชอบกินซูชิคงเคยได้ยินชื่อ โอโทโร่, ชูโทโร่, มากุโร่ ซึ่งจริงๆแล้วทั้งหมดนี้ก็มาจากเนื้อปลาทูน่ากันทั้งนั้น 

อากามิ คือ เนื้อแดงที่อยู่บริเวณส่วนกลางลำตัวของตัวปลา มีสีแดงสดเข้ม ไม่มีแถบไขมันสีขาว อากามิเป็นเนื้อที่มีรสสัมผัสแน่น เนื่องจากมีไม่มีไขมันแทรกอยู่ จึงให้แคลอรี่ต่ำและมีโปรตีนสูงดีต่อสุขภาพ

ชูโทโร่ คือส่วนเนื้อติดมันเล็กน้อยที่อยู่ตรงท้องปลา ด้วยการที่มีไขมันแทรกเล็กน้อย จึงมีรสชาติที่อร่อยกำลังดี 

โอโทโร่ คือส่วนเนื้อท้องปลาทางด้านหน้าที่มีไขมันติดอยู่มากที่สุด เนื้อปลาจะเห็นไขมันแทรกอยู่เป็นลายหินอ่อน เมื่อทานเข้าไปแล้วเนื้อจะละลายได้ในปากทันทีไม่ต้องเคี้ยว มีรสชาติหวานมัน เนื้อในส่วนนี้จึงมีราคาแพงมาก 

คามะโทโร่ คือเนื้อส่วนคาง เอาจริงๆก่อนมาที่ตลาดนี้ ผมไม่รู้จักเนื้อในส่วนนี้เลย แต่ผมมาสังเกตที่ป้ายในร้าน 

ชี้ตรงคางปลาแล้วขึ้นอันดับว่าเป็น NO.1 ผมจึงสนใจเป็นพิเศษ เนื่องด้วยปลา 1 ตัวจะมีเนื้อคามะโทโร่เพียงแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น จึงเป็นเนื้อส่วนที่หายาก เนื้อในส่วนนี้มีไขมันแทรกอยู่มากเช่นกันแต่ไม่เยอะเท่าส่วนโอโทโร่

ยังมีเนื้อปลาส่วนต่างๆอยู่อีกมากที่เขาอธิบายตอนแล่ปลา แต่บอกตามตรงผมไม่สนใจเนื้อส่วนอื่นๆแล้วผมเล็งไปที่เนื้อส่วน โอโทโร่ หรือ ส่วนคามะโทโร่ เท่านั้น เพราะคิดว่าไหนๆมาตลาดสดที่ญี่ปุ่นทั้งทีต้องจัดเนื้อปลาสดในส่วนหายากซะหน่อย และก็ไม่คิดว่าร้านอื่นจะน่าซื้อมากกว่านี้แล้ว แต่ราคามันก็แพงตามส่วนหายากเช่นกัน ป้ายราคาถูกแปะไปตามเนื้อส่วนต่างๆที่พ่อค้าได้แล่ไว้ ในที่สุดผมก็ตัดสินใจเลือกเอาชิ้นส่วนโอโทโร่ในราคา 7,000 เยน

เพราะเมื่อเทียบแล้วดูคุ้มกว่าชิ้นส่วนคามะโทโร่ที่ร้านนี้ขายแพงกว่าโอโทโร่พอสมควร เพราะเป็น NO.1 ที่ร้านนี้นิยามไว้ เมื่อพิจารณาจากความคุ้มทุนแล้วผมจึงเลือก NO.2 ในส่วนโอโทโร่แทน อีกทั้งโอโทโร่ขายตามร้านอาหารก็คำละ 400-500 แล้ว ชิ้นใหญ่ในราคาขนาดนี้จึงคุ้มมาก 

ผมหยิบชิ้นที่มีไขมันแทรกอยู่มันเยิ้มในขนาดที่ดูใหญ่สุดยาวเกือบ 20 เซ็นติเมตรที่วางอยู่ ผมยื่นให้พ่อค้าช่วยหันทำเป็นซาชิมิใส่กล่องเพื่อเตรียมไปกินตอนนั่งชินคันเซ็น ใช้เวลาไม่นานพ่อค้าก็จัดแจงแพ็คกล่องอย่างดีให้ผมเสร็จสรรพ

ผมยิ้มเดินหิ้วซาชิมิโอโทโร่ออกมาจากร้าน พลางคิดว่าในที่สุดวันนี้ก็จะได้จัดโอโทโร่สดๆชิ้นเขื่องติดมันที่พร้อมจะละลายในปาก แค่คิดผมก็ฟินจนน้ำลายไหลแล้ว ผมเดินดูร้านค้าต่ออีกหน่อยก็คิดจะออกจากตลาดเพื่อมุ่งหน้าไปขึ้นชินคันเซ็น 

แต่ผมก็มาเห็นร้านขายปลาตรงใกล้ๆทางออกอีกร้าน ร้านนี้ดูเรียบง่าย ไม่มีพ่อค้าเอาปลามาแล่ ไม่มีแม่ค้าคอยยืนเรียกแขกไม่มีนักท่องเที่ยวมายื่นมองดูด้วยแต่อย่างใด ผมเลือบไปมองดูชิ้นส่วนปลาที่เขาวางขายบนตู้แช่

แล้วผมก็เห็น โอโทโร่ ชิ้นมันเยิ้มขนาดใกล้เคียงกับที่ผมซื้อ

แต่ต่างกันที่มันราคา 6,000 เยน! 

ติดตามบทความของ ปั่นเรื่องเป็นภาพ ได้บน LINE TODAY ทุกวันจันทร์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...