โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร้าง Beyond Experience ให้โดนใจวัยรุ่น ส่งธุรกิจรุ่งพุ่งพรวดสไตล์ ZAAP Party

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ย 2562 เวลา 14.03 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2562 เวลา 14.03 น.

พิราภรณ์ วิทูรัตน์ : เรื่อง

ถ้าให้นึกถึงออร์แกไนเซอร์จัดงานปาร์ตี้คอนเสิร์ตในหมู่วัยรุ่นจนถึงวัย first jobber คือ อายุราว ๆ ตั้งแต่ 18-25 ปี เชื่อว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งน่าจะนึกถึง ZAAP Party มาเป็นชื่อแรก ๆ ตลอดระยะเวลา 7-8 ปีที่ บาส-เทพวรรณ คณินวรพันธุ์ ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง ZAAP Party คร่ำหวอดอยู่ในวงการคอนเสิร์ตออร์แกไนเซอร์มา เขาและทีมงานเนรมิตโชว์มาแล้วมากกว่า 600 เวที โดยมีจุดเริ่มต้นจากงาน Single Festival อันโด่งดังในหมู่วัยรุ่นยุคนี้เป็นอย่างมาก พูดได้เลยว่ากลุ่มเป้าหมายของ ZAAP นั้นเน้นจับตลาดที่วัยรุ่น หรือหากไม่ใช่วัยรุ่น งานของเขาก็มักจะดีไซน์ออกมาในรูปแบบที่สามารถดึงความเป็นวัยรุ่น-วัยหนุ่มสาวของผู้เข้าร่วมงานได้ออกมาอย่างสนุกสนาน-เป็นธรรมชาติ

ความสำเร็จอันก้าวกระโดด และเป็นที่น่าจับตามองของ ZAAP Party ทำให้ บาส-เทพวรรณ ได้ร่วมขึ้นเวทีสัมมนาที่หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกันจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา “Beyond Experience พลิกประสบการณ์ พลิกเกมธุรกิจ” คือ สัมมนาที่บาสได้ร่วมพูดคุย-แชร์ประสบการณ์ในครั้งนี้ โดยมี เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์ เป็นผู้ดำเนินรายการ คอยซักถามให้เทพวรรณบอกเล่าประสบการณ์การทำธุรกิจอย่างลงลึก

จากเนื้อหาที่บาสบอกเล่าบนเวทีนี้ หลัก ๆ แล้วหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจของ ZAAP Party คือ การสร้างประสบการณ์-เข้าใจเข้าถึงตัวตนความเป็นวัยรุ่น และนำสิ่งเหล่านี้มาออกแบบโชว์ที่ตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุวิกรม : จากงานปาร์ตี้คนโสดสำหรับเด็ก ต่อยอดไปเป็นงานปาร์ตี้รูปแบบอื่น ๆ ได้อย่างไร มีวิธีคิดแตกต่างกันมั้ย

เทพวรรณ : เวลาสร้างแต่ละงานผมจะหาคนที่รู้เรื่องนั้นจริง ๆ มาช่วย อย่างหมอลำ ผมอยากไปเรียนรู้ว่า เขาทำกันยังไง เขาชอบดนตรีแบบไหน ผมเห็นยามหน้าออฟฟิศชอบฟังเพลงหมอลำ ก็เลยไปชวนเขามาเป็น head project จนทำให้เกิดงานหมอลำขึ้น ผมมองว่า เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่ต้องอาศัยความเข้าใจมาผสมกับคนที่เขารู้เรื่องอยู่แล้ว มันก็เกิดสิ่งนั้นได้รวดเร็วขึ้น จากที่ผมลองผิดลองถูกก็ลดลง ผิดพลาดน้อยลง ถูกกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ใส่ใจ-รู้ใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น จะเห็นว่า ผมมีงานหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็นหมอลำ BNK48 เกาหลีก็กำลังจะทำ ดนตรีร็อก EDM ความหลากหลายมันเกิดจากการที่เราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง เราต้องอาศัยผู้ที่รู้แต่ละเรื่องมาช่วยเรา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ เราต้องใส่ใจ พอเราใส่ใจมันจะทำให้เกิดเรื่องต่าง ๆ ได้ถูกทาง

สุวิกรม : อะไรทำให้คลื่นลูกใหม่อย่าง ZAAP ดึงดูดลูกค้าได้มากมาย และทำไมพวกเขาต้องมาใช้บริการที่ ZAAP

เทพวรรณ : จุดที่ผมเรียนรู้อย่างเดียวจากตอนที่ล้มเหลวเลย คือ การที่เราไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้า ผมเลยพลิกตรงนั้นมาเป็นจุดแข็ง ในการสร้างงาน เราต้องรู้ target โดยเฉพาะการเริ่มจากวัยรุ่น หรือ first jobber พอเราจับทางได้ทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นมันจะเกิดจากเทรนด์ที่ตอบสนองความต้องการของวัยรุ่น

สุวิกรม : คุณกำลังจะบอกว่า คุณพรางตัวเป็นกูรูที่เข้าใจวัยรุ่นในเรื่อง entertainment ว่าถ้าเขาต้องการความสนุก ทำอย่างไรเขาถึงจะสนุก

เทพวรรณ : ใช่ครับ เราเริ่มจากใส่ใจวัยรุ่น เข้าใจวัยรุ่น หาน้องทีมงานใหม่ ๆ ตลอด ทุกวันนี้ทีมงานผมอายุเฉลี่ยประมาณ 21-22 ยิ่งเราโตขึ้น เราฟังเพลงไม่เหมือนเขาแล้วนะ ผมมีโอกาสไปร้านเหล้าข้างมหา’ลัย ไม่มีเพลงที่วัยเราฟังกันแล้ว กลายเป็นเกาหลี ฮิปฮอป ฉะนั้นต้องสร้างความเข้าใจ ใส่ใจความเป็นวัยรุ่น วัยรุ่นเกิดจากอะไร เกิดจากเทรนด์ เราต้องตามเทรนด์ให้ทัน ไม่ใช่แค่เรื่องของเพลงนะครับ เราทำ “ZAAP ON SALE” ด้วย เป็นงานที่รวมร้านค้าออนไลน์มาเป็นออฟไลน์ เกิดจากเทรนด์ซื้อของออนไลน์ของวัยรุ่น จากการที่เราสังเกตเห็นพฤติกรรมของเขาแล้วหยิบมาต่อยอด

สุวิกรม : ถ้าเราอยาก participate กับคนรุ่นใหม่ ทำอย่างไรถึงจะสามารถซื้อใจเขาได้ หรือทำอย่างไรให้เขามาเป็นลูกค้าเรา

เทพวรรณ : อย่างแรกต้องฟังเขาเยอะ ๆ ผมเริ่มรีเสิร์ชวัยรุ่นมากขึ้น เริ่มเรียกมาพูดคุยมาฟังมากขึ้น ผมว่าการพูดคุยมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทุก ๆ อย่าง ซึ่งจริง ๆ มิติของวัยรุ่นมันอยู่ในเรื่องเหล่านี้ คือ การคุยกัน แค่ได้คุยกับเขา ฟังเยอะ ๆ คุยเยอะ ๆ

สุวิกรม : ยกตัวอย่างบทสนทนาที่คุณถาม-ตอบกับน้อง ๆ วัยรุ่นให้ฟังหน่อย

เทพวรรณ : อย่างผมจะถามน้อง ๆ ว่า ตอนนี้ชอบอะไรกัน เที่ยวที่ไหน ทำไมถึงไปเที่ยวที่นี่ ตอนนี้ไปกินร้านอาหารไหนกัน แล้วเราในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ก็จะรู้แล้วว่า ต้องสร้างงานแบบนี้ จะจัดงานยังไงดี สำคัญนะครับ สมมุติผมจะจัดงานให้วัยรุ่นในรอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็ต้องดีไซน์กันใหม่หมด อาจจะต้องทำเป็นปาร์ตี้เพื่อให้มันสนุกขึ้น ถ้าเราฟังเขาเยอะ ๆ คุยเยอะ ๆ มันสามารถทำให้เราต่อยอดได้จริง ๆ ผมเชื่อว่าผู้ใหญ่มีสกิลหนึ่งที่เด็ก ๆ ไม่มี คือ ประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เมื่อพี่ ๆ คุยกับน้อง ๆ วัยรุ่นแล้วก็สามารถเอามาต่อยอดเป็นธุรกิจกับสิ่งที่พี่คิดอยู่ได้อย่างรวดเร็วขึ้น

สุวิกรม : คุยกับเขาให้มากขึ้น แล้วจำเป็นต้องลองใช้ชีวิตแบบเดียวกับเขาด้วยมั้ย

เทพวรรณ : ผมว่า มีวิธีหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องไปลองใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นเพื่อให้เข้าใจ แต่ลองให้เขาทำแทนเรา อย่างผมลองให้เขารันโปรเจ็กต์แทนแล้วมันดีกว่าที่เราคาดไว้ด้วย เมื่อก่อนเราอาจจะเป็นคนพูดก่อนแล้วค่อยฟัง เดี๋ยวนี้ลองโยนคำถามไปก่อนแล้วให้เขาพูด ให้เขานำเสนอก่อนแล้วตัดสินใจร่วมกัน มันจะเปลี่ยน จะเห็นมิติมุมมองที่เป็นปัจจุบัน

สุวิกรม : นอกจากฟังและให้ลองทำ มีวิธีอื่น ๆ ในการสร้างประสบการณ์แบบ ZAAP อีกมั้ย

เทพวรรณ : ผมว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุด คือ ความแปลกใหม่ ผมว่าทุกคนต้องเจอโจทย์นี้ “พี่ต้องการอะไรใหม่ ๆ” คือคำที่โดนบรีฟจากลูกค้าตลอด อยากได้ซาวนด์ใหม่ ไลติ้งใหม่ วิชวลใหม่ กราฟิกใหม่ ผมว่าสิ่งนี้เป็นความท้าทายของทุกองค์กร ผมมองว่าถ้าเราจับจุดผิด เราจะตอบโจทย์ความใหม่ไม่ได้ ถ้าเราจะโฟกัสถึงคำว่าใหม่ ในโลกนี้มันแทบไม่มีแล้วนะ เวลาลูกค้าบอกว่าอยากได้อะไรใหม่ ๆ เราจะคิดในใจตลอดว่า มันไม่มีสิ่งใหม่ในโลกแล้ว อาจจะมีที่ประเทศอื่นแล้วก็ได้ลองเสิร์ชดูสิ มีคนทำหรือยัง สุดท้ายก็เจอจริง ๆ ว่ามีคนทำไปแล้ว ยกตัวอย่าง ผมเคยต้องคิดงานให้กับผลิตภัณฑ์หนึ่ง นอกจากงานให้มีความเป็นเทศกาลดนตรีแล้ว เราจะทำยังไงให้ใหม่ ซึ่งความใหม่ที่ว่ามันเกิดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเอามาผสมให้ลงตัวในอันเดียวกัน เช่น ในงานมีโซนอาหารปกติ ผมก็คิดว่าทำไมไม่ยกเยาวราชมาไว้ในงานล่ะ เพราะปกติเวลาไปเยาวราชเสียเวลาตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะกินครบ เราก็ทำงานเทศกาลดนตรีงานเดียวที่ยกเยาวราชมาไว้ในงาน กลายเป็นงานเทศกาลดนตรี+อาหารเยาวราช คนมากินอาหารตั้งแต่ 4 โมงเย็น เป็นงานดนตรีงานเดียวที่คนมากันตั้งแต่ 4 โมงเพื่อมากินอาหาร ทุกอย่างคือสิ่งที่มีอยู่แล้ว เราเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วมารวมกัน ที่มันใหม่เพราะเราไปงานเทศกาลดนตรีอื่นแล้วไม่มีแบบนี้ ผมเชื่อมาตลอดว่า เวลาคิดงานอะไรเราคุยกันแค่นี้นะ อย่าคิดเยอะ อย่าคิดให้มันยาก ถ้ามันยากเราทำไม่ได้

สุวิกรม : มีวัยรุ่นติดตามคุณเป็นล้านคน ทุกวันนี้คุณหาวิธีที่จะบริการเขามากกว่า entertainment มีเรื่องอะไรอีกบ้าง

เทพวรรณ : ตอนนี้มันไปถึงขั้น e-Sports แล้วนะ ZAAP ไปเป็นส่วนหนึ่งของวงการนี้ด้วย อย่างเวทีใหญ่ ๆ เวทีระดับโลกที่มาจัดที่ประเทศไทย ZAAP ก็เป็นออร์แกไนเซอร์ เวที ROV เราก็เป็นคนทำ ตอนนี้เรากำลังหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในวัยรุ่นหนึ่งคนมีความชอบไม่ใช่แค่อย่างเดียว วันนี้เราแข็งแรงในเรื่องคอนเสิร์ตปาร์ตี้ มิวสิกเฟสติวัล เราก็ต่อยอดไปถึงช็อปปิ้ง กีฬา งานวิ่งที่มีดนตรีมาเกี่ยวข้อง รวมถึง e-Sports เราเป็นพาร์ตเนอร์กับ Garena เราเริ่มขยายไปเรื่อย ๆ ZAAP จะไปอยู่กับทุก ๆ คนในทุกมิติ เรามีคอนเซ็ปต์ว่า “ZAAP is your friend.” เทรนด์ตอนนี้ชอบ BNK ชอบเกาหลี เราต้องไปอยู่ตรงนั้น ต้องมีส่วนร่วมกับทุกเทรนด์ที่เพื่อนเราชื่นชอบ

สุวิกรม : ในเมื่อวัยรุ่นมีความหลากหลายมาก ๆ เราจะเข้าใจพฤติกรรมของวัยรุ่นได้ยังไง วัยรุ่นที่มีความชอบต่าง ๆ กัน เขามีบางอย่างที่เป็นจุดร่วม หรือมีพฤติกรรมอะไรที่เหมือนกันหรือเปล่า

เทพวรรณ : ผมเชื่อว่า เราไม่จำเป็นต้องเอาความหลากหลายทุกอย่างมา connect กัน ผมเคยเอามาผสมแล้วเจ๊งเละเทะ อย่าง ZAAP ON SALE ครั้งแรกผมยกเวที ดีเจ.มาตั้งกลางงาน ดีเจ.เล่นเสียงดัง แม่ค้าขายของไม่ได้ เหล้าขายไม่ออก คือ เราจัดงานให้เหมือนปาร์ตี้ไม่ได้ เพราะคนที่มาเดิน ZAAP ON SALE ไม่ใช่คนที่ไป ZAAP Party นี่คือจุดเริ่มต้นแรกที่ทำให้เรารู้เลยว่า ไม่จำเป็นต้องเอาทุกอย่างมา connect กัน เวลาคิดงานแต่ละงานเราก็คิดตอบโจทย์แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สุวิกรม : คุณทำมาแล้ว 600 กว่าเวที และเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ อนาคตคุณวาง positioning ของบริษัทไว้อย่างไรบ้าง

เทพวรรณ : หัวใจของเราคือวัยรุ่นอยู่แล้ว โครงสร้างที่ตอบสนองความต้องการของวัยรุ่น ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นแพสชั่นสำคัญมาก ๆ คือ เราเริ่มองค์กรจากการที่ไม่ได้คิดว่าเป็นบริษัท เริ่มทำตอนเรียนปีสาม จากตอนที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ลองผิดลองถูก เราอยากเห็นบริษัทนี้เป็นทีมที่มั่นคง เรามีความเชื่อว่า ถ้าวันหนึ่งสามารถนำบริษัทที่สร้างมาตั้งแต่ตอนเรียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้ก็คงจะดี ซึ่งอันนี้เป็น goal ที่ทีมเราเริ่มนับหนึ่งในปีนี้ว่า อยากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯนะ อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า บริษัทวัยรุ่นที่ทำกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ กันก็สามารถสร้างชื่อเสียงได้ และเชื่อว่าจะทำให้วัยรุ่นทั้งประเทศสนใจได้ เดินไปด้วยกันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...