โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชาวบ้านงง เสาไฟหายเพียบ ผอ.แขวงทางหลวงชนบทเมืองคอนแจง ถอนมา 38 ต้น อยู่ระหว่างดูแลรักษา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2564 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 07.53 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ผู้ใช้เส้นทางถนนพุทธภูมิ เชื่อมต่อถนนเลียบทางรถไฟ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ว่าเสาไฟโซลาร์เซลล์ที่ติดอยู่บริเวณดังกล่าวได้หายไปกว่า 30 ต้น ขอให้ช่วยตรวจสอบ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวมักมีพวกมิจฉาชีพออกมาดักจี้ปล้นรถจักรยานยนต์ที่วิ่งผ่านไปมา ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่าเสาไฟโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนถนนเลียบทางรถไฟ ช่วงรอยต่อระหว่าง ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช กับ ต.นาสาร อ.พระพรหม เป็น 1 ใน 22 สายทาง ตามโครงการ “จัดซื้อโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งเสาไฟแสงสว่างแบบ LED ในปี 2560 วงเงิน 194 ล้านบาท” จำนวน 2,998 ชุด ราคาตกเสาละ 65,000 บาท จากวงเงินงบประมาณเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบตลอดเส้นทาง มีความยาว 5 กม. ตั้งแต่แยกศาลาหมอปาน-แยกวังวัว ต.นาสาร อ.พระพรหม พบว่ามีการติดเสาไฟโซลาร์เซลล์ จำนวน 146 ต้น พร้อมระบุหมายเลขติดตั้งจาก A001-A146 ส่วนเสาไฟโซลาร์เซลล์ที่หายไปคือหมายเลข A 110-A145 เท่ากับว่าเสาหายไป จำนวน 35 ต้น สอบถามชาวบ้านในละแวกดังกล่าวระบุว่า ไม่ทราบว่ามีการถอดเสาไปในช่วงใด และไม่ทราบสาเหตุของการถอดเสาจำนวนดังกล่าวด้วย

นายนพ จามิกนนทา อายุ 40 ปี ชาวบ้าน ต.นาสาร กล่าวว่า ตนมาวิ่งออกกำลังกายบนถนนสายนี้เป็นประจำ ไม่ได้สังเกตว่าเสาไฟโซลาร์เซลล์หายไปตอนไหน พอช่วงค่ำจึงรู้ว่าถนนมืดกว่าปกติ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีไฟของกรมทางหลวงมาติด และไฟจากเสาประติมากรรม 12 นักษัตรมาติดบนถนนพุทธภูมิด้วย จึงทำให้เกิดความสว่าง สำหรับถนนสายนี้เปลี่ยว มีการดักตีฉกชิงวิ่งราวกันบ่อย เนื่องจากเป็นถนนเลียบทางรถไฟที่ตัดผ่านจากในเมืองออกนอกเมืองได้สะดวกมากขึ้น จึงเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่รถจักรยานยนต์วิ่งสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ส่วนเสาไฟโซลาร์เซลล์ไม่เห็นว่าเอาออกไปตอนไหน

ด้าน นายปราโมทย์ สวนประพัฒน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมะม่วงสองต้น เปิดเผยว่า เสาไฟดังกล่าวไม่ใช่ของ ต.มะม่วงสองต้น แต่อย่างใด ไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง หายไปกี่ต้นก็ไม่ทราบ เท่าที่ทราบน่าจะเป็นความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช

ขณะที่ นายรักชาติ บุหงาชาติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ช่วงแรกถนนสายดังกล่าวมืดมาก เราได้หารือร่วมกันว่าหากมีโครงการดังกล่าวก็จะได้ให้ความสว่างกับถนนสาย นศ.3109 เนื่องจากเป็นถนนเลียบทางรถไฟ และเป็นช่องทางจักรยานเพื่อรณรงค์การปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จึงต้องการการติดตั้งเสาไฟโซลาร์เซลล์ของจังหวัด จำนวน 145 ต้น

นายรักชาติกล่าวว่า เสาไฟดังกล่าวไม่ได้หายไปไหน ตอนนี้เก็บรักษาอยู่ที่เทศบาลตำบลนาสาร เนื่องจากทางเทศบาลได้รับการถ่ายโอนจากจังหวัดในการดูแลรักษาเสาไฟจำนวนดังกล่าว แต่เหตุที่ต้องถอนเสาไฟออกไป 38 ต้น ด้วยเหตุผลว่าช่วงระหว่าง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 1+080 ระยะทางรวม 1.080 กม. และขอย้ายเสาไฟส่องสว่าง จำนวน 38 ต้น โดยทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา

นายรักชาติกล่าวต่อว่า ส่วนลูกตุ้ม หรือฐานตอม่อ ไม่สามารถดึงออกมาได้ เนื่องจากมีความลึก 1 เมตร ต้องใช้การรื้อถอนที่มีความยุ่งยากมาก อย่างไรก็ตาม การรื้อถอนในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนดำเนินการโครงการไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณทางแยกหลัก ถนนสาย นศ.3109 ของแขวงทางหลวงชนบท ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โครงการจัดซื้อโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งเสาไฟแสงสว่างแบบ LED วงเงิน 194 ล้านบาท กำหนดติดตั้งใน 22 สายทาง จำนวน 2,998 ชุด ราคาตกเสาละ 65,000 บาท เกิดขึ้นในปี 2560 จากงบพัฒนาจังหวัด เป็นโครงการหนึ่งที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการก่อสร้าง เนื่องจากการตรวจสอบชุดอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยแบตเตอรี่ โคมไฟ แผงโซลาร์เซลล์ในรุ่นและยี่ห้อเดียวกันนี้กลับมีราคาที่แตกต่างต่ำกว่าราคาจัดซื้อจัดจ้างเพียง 25,200 บาทเท่านั้น เมื่อรวมเสาไฟฟ้า และค่าติดตั้งไม่ควรเกิน 40,000 บาท

ล่าสุด สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบ และอยู่ในระหว่างดำเนินการเรียกผู้รับผิดชอบโครงการเข้ามาชี้แจง และอาจจะต้องมีการตรวจสอบจริงจังอีกครั้งหนึ่งจาก ป.ป.ท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...