โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมัยรัชกาลที่ 5 ทำไมเปลี่ยนวันหยุดราชการจาก “วันพระ” เป็น “วันอาทิตย์” ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 07.03 น.
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชนุภาพ คราวเสด็จตรวจราชการเมืองนครพนม พ.ศ. 2449 (ภาพจาก “เทศาภิบาล”สนพ. มติชน)

สำหรับทุกวันนี้ที่ “วันหยุดราชการ” และภาคเอกชนหลายแห่งคือ วันเสาร์ วันอาทิตย์ แต่ครั้งหนึ่งไทยเคยใช้ “วันพระ” เป็นวันหยุดราชการ (ซึ่งหลายท่านคงทราบดี) และเพิ่งยกเลิกไปในปี 2411 ต้นรัชกาลที่ 5 โดยเปลี่ยนมาเป็น “วันอาทิตย์”

วันหยุดราชการในสมัยรัชกาลที่ 5

แล้ว วันพระ ที่เป็นวันหยุดเดิมมีความหมายอย่างไร? วันอาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดใหม่ ผลกระทบอย่างไร? เรื่องนี้เราจะไปติดตามจากส่วนหนึ่งใน “ ‘เวลาอย่างใหม่’ กับการสร้างระบบราชการในสมัยรัชกาลที่ 5” บทความของวิภัส เลิศรัตนรังษี ไว้ดังนี้ [จัดย่อหน้าใหม่และเน้นคำเพิ่มโดยผู้เขียน]

“…ถ้ามองให้ไกลกว่าการสืบทอดค่านิยมของสังคมไปสู่เรื่องสำนึกของเวลาทางศาสนาแล้ว การหยุดราชการในวันพระยังเป็นการยืนยันว่าวันทุกวันสำคัญไม่เท่ากันอีกด้วย…

เหตุผลที่ว่าเวลาของแต่ละวันสำคัญไม่เท่ากันก็มาจากคำอธิบายทางศาสนาที่ว่า อันว่าพระจตุโลกบาลเดินดูดีดูร้ายแห่งโลกทั้งหลายนี้ ทุกวันย่อมใช้ให้เทพยดาองค์อื่นมาต่างตัวในวันศีลน้อย คือวันอัฐมีนั้นไส้ ย่อมใช้ลูกมาต่างตัว ผิแลวันศีลใหญ่ คือวันบูรณมีแลอมาพัสสานั้นไส้ ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ย่อมมาเดินดูเอง

เมื่อคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ว่าเทวดาผู้มีหน้าที่บันทึกกรรมดีของสัตว์โลกมีความสำคัญไม่เท่ากันในแต่ละวัน ทำให้พวกเขาเข้าใจไปว่าการปฏิบัติดีก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เท่ากันทุกวันก็ได้ ด้วยคำอธิบายเช่นนี้จึงทำให้วันพระใหญ่จึงเป็นวันสำคัญที่สุดในรอบเดือนที่คนไทยจะนิยมทำบุญ เพราะท้าวจตุโลกบาลจะเสด็จมาบันทึกความดีของมนุษย์ที่กระทำในวันนั้นด้วยพระองค์เอง วันพระเล็กจะเป็นหน้าที่ของโอรสของท้าวจตุโลกบาล ส่วนวันธรรมดาจะเป็นหน้าที่ของเทวดาที่ได้รับมอบหมาย

วันพระจึงเป็นวันสำคัญกว่าวันอื่นๆ ในสามัญสำนึกของคนไทยมาอย่างช้านาน กรมนาในสมัยรัชกาลที่ 4 ยังกำหนดให้ขุนนางที่ต้องออกเดินประเมินที่นาต้องสาบานตัวในวันพระ ดังที่ระบุว่า

อนึ่ง ถ้าถึงวันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ ให้ข้าหลวงเสนากรมการกำกับกำนันพันนายบ้าน ผู้ญื่นหางว่าวเสมียรตะนายผู้ถือบาญชีนา และชักเชือกกระแสพยานที่ได้วัดชัณะสูทนาของราษฎรไปพร้อมกันณพระอาราม ษาบาลตัวจำเภอะพระภักพระพุทธิเจ้า พระธรรมเจ้า พระสงฆเจ้าจงทุกวันพระ อย่าให้เอาจำนวรนาซรึ่งเปนหลวงไปยกให้แก่ราษฎร อย่าให้เอานาของราษฎรเหลือเกินไปใส่ในหลวง ให้ทำบาญชีแต่โดยสัจโดยจริง

และวันพระยังคงเป็นวันหยุดราชการไปจนถึง .. 2411 จะมียกเว้นก็แต่ ออฟฟิศหลวง เท่านั้นที่ไม่ได้หยุด ดังที่มีบันทึกว่า ‘แลเราก็เข้าไปในพระบรมมหาราชวัง ทำการอยู่ที่ออฟฟิซๆ อื่นๆ เขามีวันพระเลิกกันหมด แต่ออฟฟิซนี้ไม่มีเลิกเลย ต้องทำการเสมอ

เมื่อจัดตั้ง 12 กระทรวงขึ้นในครึ่งหลังของทศวรรษ 2430 บางหน่วยงานเริ่มใช้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดราชการแทนวันพระ รัฐบาลจึงแก้ปัญหาโดยให้หยุดราชการในวันอาทิตย์เหมือนกันทั้งหมดทุกกระทรวงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ .. 2441 หรือหลังจากเสด็จฯ กลับจากประพาสยุโรป แม้ว่าจะไม่แจ้งเหตุผลว่าทำไมจึงเปลี่ยนวันหยุดราชการ แต่ก็สันนิษฐานว่ารับความคิดมาจากการเสด็จประพาสยุโรป อีกทั้งความคงเส้นคงวาของวันอาทิตย์ ที่ไม่ต้องบอกต้องสั่งกันเป็นรายสัปดาห์ไป ก็เป็นสิ่งที่วันพระตามปฏิทินไทยไม่สามารถจะกระทำได้

การเปลี่ยนวันหยุดราชการเช่นนี้กลับทำให้ผู้พิพากษากระทรวงยุติธรรมได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะถึงแม้ว่าการพิพากษาอรรถคดีจะเคร่งครัดไปตามตัวบทกฎหมาย แต่เมื่อเวลาราชการเข้ามาทับซ้อนกับเวลาของศาสนาเช่นนี้ พวกเขาจึงรู้สึกไม่สบายใจที่จะต้องลงโทษผู้ต้องหาในวันพระเท่าใดนัก เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมกราบทูลในเรื่องนี้ว่า

ด้วยในการจะปิดออฟฟิศวันพระ วันอาทิตย์นั้นก็ไม่เปนการสำคัญนัก เกล้ากระหม่อมได้พูดๆ กันดูเหนด้วยเกล้าฯ ว่า ที่จะทำการในวันพระนั้นมีหงุดหงิดอยู่หน่อยหนึ่งคือ คนถือศีลไม่ใคร่มาเปนเพราะจะไปฟังเทศน์ ในหัวเมืองหยุดมาก ในกรุงเทพฯ ไม่ใคร่กระไรนัก แลอีกอย่างหนึ่ง ในความอาญาพิพากษาลงโทษคนในวันพระนั้นไม่ชอบกล [ไม่เข้าที – ผู้เขียน] ส่วนฝรั่งในกระทรวงนี้จะให้ทำวันอไรได้หมด ตัวมิศเตอร์สเลสเซอร์เองก็เห็นว่าควรปิดออฟฟิศวันพระในเรื่องที่ว่าจะปิดวันพระฤาวันอาทิตย์นั้น ก็ไม่มีอไรเปนสลักสำคัญจริง จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าอย่างไรก็ได้

เมื่อเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมเสนาบดีแล้ว พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ เสนาบดีมหาดไทยก็คัดค้านว่าจะให้กระทรวงยุติธรรมหยุดวันพระไม่ได้ เพราะจะทำให้การประสานงานราชการในกรุงเทพฯ ขาดความเป็นเอกภาพ

แต่ในปีรุ่งขึ้น เสนาบดีมหาดไทยก็กราบบังคมทูลขอให้ที่ทำการในหัวเมืองหยุดวันพระทุกมณฑล โดยพระองค์ทรงให้เหตุผลไว้น่าสนใจว่า ‘ตามหัวเมืองเกี่ยวข้องด้วยกิจธุระของราษฎรในพื้นเมือง คือการเก็บภาษีอากรแลการถ้อยความเปนต้น ประเพณีราษฎรในพื้นเมืองโดยมากเขาหยุดการในวันพระ ไปรักษาศีลทำบุญให้ทานตามประเพณีที่มีสืบกันมาแต่โบราณ เพราะฉะนั้น การเปิดที่ว่าการในวันพระ ย่อมเปนการลำบากของราษฎรที่จะต้องมายังที่ว่าการในที่เขาหยุดการเพื่อทำบุญให้ทาน ส่วนข้างปิดศาลาวันอาทิตย์นั้นเล่า ทำให้เสียเวลาของราษฎรไปวันหนึ่งเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้เห็นด้วยเกล้าฯ ว่า ที่ว่าการหัวเมืองควรปิดวันพระ ซึ่งเปนวันหยุดการของราษฎรต่อไป’

หากพิจารณาตามเหตุผลที่เสนาบดีมหาดไทยให้ไว้จะพบว่า คำอธิบายของพระองค์เน้นไปที่การใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุดต่อทั้ง 2 ฝ่าย จึงแตกต่างไปจากเหตุผลของตุลาการที่ไม่อยากจะพิพากษาในวันพระ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้และมีรับสั่งต่อไปอีกว่า “ถึงในกรุงก็ออกจะเปนที่ขัดขวางอยู่เหมือนกัน นานไปภายน่า น่าจะกลับลงเปนวันพระ” แต่ก็ไม่เคยพบว่าหน่วยงานราชการในกรุงเทพฯ เปลี่ยนกลับมาหยุดวันพระอีกเลยจนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ล่มสลาย”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิภัส เลิศรัตนรังษี. “ ‘เวลาอย่างใหม่’ กับการสร้างระบบราชการในสมัยรัชกาลที่ 5” ใน, ศิลปวัฒนธรรม พฤศจิกายน 2563.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 20 มกราคม 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมัยรัชกาลที่ 5 ทำไมเปลี่ยนวันหยุดราชการจาก “วันพระ” เป็น “วันอาทิตย์” ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...