โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกไอแล้วอ้วก อาเจียน เกิดจากอะไร อันตรายไหม ?

GedGoodLife

เผยแพร่ 02 ก.ย 2563 เวลา 05.00 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

เมื่อเห็น ลูกไอแล้วอ้วก ไอตอนกลางคืน หรือ ไอหนัก จนอาเจียนออกมา คุณพ่อคุณแม่ต้องกังวลกับอาการของลูกกันแน่นอน เกิดจากสาเหตุอะไร อันตรายไหม แล้วจะต้องทำอย่างไรถึงจะหายไอได้บ้าง

อาการไอ (Cough) เป็นกลไกทางร่างกายอันหนึ่งในการป้องกันตนเองหรือกำจัดสิ่งแปลกปลอมของตนเองที่เกิดขึ้น และพยายามรักษาตนเองให้แข็งแรง ให้หายใจได้สะดวก และ กำจัดเสมหะ

ลักษณะของอาการไอ มีหลายแบบ

อาการไอ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ตามระยะเวลาของการไอ ได้แก่

- อาการไอฉับพลัน จะมีระยะเวลาของอาการไอน้อยกว่า 3 สัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น

  • หวัด
  • คอหรือกล่องเสียงอักเสบ
  • หลอดลมอักเสบ
  • การสัมผัสสารระคายเคืองในสิ่งแวดล้อม

- อาการไอเรื้อรัง จะมีระยะเวลาของอาการไอมากกว่า 3 สัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก

  • หลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • โรคหืด
  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
ลูกไอแล้วอ้วก

ลูกไอแล้วอ้วก ไอจนอาเจียน เกิดจากอะไร?

เกิดจากการไออย่างหนักอาจไปกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณโคนลิ้น และคอหอย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการอาเจียนได้ และสาเหตุที่อาจเป็นไป มีดังนี้

หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เกิดจากโรคภูมิแพ้ จะมีอาการไอเวลาที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ตอนกลางคืน เช้ามืด หรือ หลังออกกำลังกาย วิ่งเล่นเหนื่อย ๆ ก็จะไอมีเสมหะ หรือไอมากจนอาเจียน เสมหะใส และไม่มีไข้ เด็กในกลุ่มนี้จะมีอาการไอ เนื่องจากมีการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม

หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุผิวภายในหลอดลม ทำให้ต่อมเมือกของหลอดลมโตขึ้น และหลั่งเมือก (เสมหะ) ออกมามากกว่าปกติ เกิดอาการไอมีเสมหะ ในเด็กเล็กอาจไอจนอาเจียน เด็กบางคนอาจมีอาการแน่นหน้าอกด้วย

โรคไข้หวัด การไอจากไข้หวัด ก็อาจทำให้อาเจียนได้ หากน้ำมูก และเสมหะไหลลงสู่ช่องท้องในปริมาณมากจนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้

เด็กไอแล้วอาเจียน อันตรายไหม ?

ลูกไอจนอาเจียนนั้นไม่ได้เป็นสัญญาณที่อันตราย หากสังเกตแล้วว่าไม่มีอาการแทรกซ้อน อาการป่วยอื่น ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวล แต่หากลูกน้อยอาเจียนไม่หยุด ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษา และหาสาเหตุของอาการไอต่อไป

ลูกไอแล้วอ้วก

ลูกมีอาการไอ ใช้ยาแก้ไออะไรดี?

การใช้ยาบรรเทาอาการไอ ควรปรึกษาหมอ หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยา เพื่อเลือกใช้ยาแก้ไอ ให้ตรงตามอาการ และรักษาอาการไอให้ได้ผล

ยาละลายเสมหะ ยาชนิดนี้จะช่วยลดความเหนียวของเสมหะลงทำให้ร่างกายกำจัด หรือขับเสมหะออกได้ง่ายขึ้น เช่น คาร์โบซิสเทอีน (carbocysteine) ยาชนิดนี้ควรเลือกใช้ในเด็กที่ไอแบบมีเสมหะ บางครั้งนิยมใช้ร่วมกับยาขับเสมหะ

ยาขับเสมหะ ยาชนิดนี้จะกระตุ้นการขับเสมหะโดยกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจในการกำจัดเสมหะ และเพิ่มปริมาณสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปริมาณเสมหะมากขึ้น ทำให้ไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น

ยาลดน้ำมูก อาการไอเนื่องจากมีน้ำมูกไหลลงไปในคอ ทำให้คัน และระคายคอ การรับประทานยาลดน้ำมูก ก็อาจจะทำให้อาการไอดีขึ้น

ยาขยายหลอดลม หากมีอาการหืด การใช้ยาที่ขยายหลอดลม ทำให้หายใจได้โล่ง สะดวก ก็จะบรรเทาอาการไอได้

วิธีรักษาอาการไอแล้วอ้วกในเด็ก

ให้ลูกดื่มน้ำเยอะ ๆ แนะนำเป็นน้ำอุ่น เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะ และทำให้ร่างกายขับเสมหะออกมาได้ง่าย

ระวังไม่ให้ลูกเล่นมากเกินไป ลองสังเกตว่าหากลูกมีอาการไอหนัก หลังวิ่งเล่น  หรือออกกำลังกาย เพราะอาจเกิดจากอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหืดได้

ทำร่างกายให้อบอุ่น เพราะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ยิ่งช่วงอากาศเย็น อากาศชื้น อาจจะทำให้เป็นหลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้ และเกิดอาการไอได้ แนะนำห่มผ้าให้ลูกตอนกลางคืน ไม่เปิดแอร์เป่าโดนตัว

ปรึกษาแพทย์ ถ้าหากไอมาก อาจใช้ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอเพื่อบรรเทาอาการไอ แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมหาสาเหตุของการไอ และรักษาอย่างถูกวิธี

อาการไอของลูก อย่าปล่อยให้เรื้อรัง เพราะอาจมีโรคอื่น ๆ แทรกซ้อนได้ ผู้ปกครอง คุณพ่อ คุณแม่ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด ให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในสถานที่แออัด หรือ มีฝุ่นควันเยอะ และควรให้ลูกออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค

ที่มา: (1) (2) (3) (4) (5) (6)

"Expert ดีดี" โควิด-19 ไอ หวัด ปวดท้อง ภูมิแพ้ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ปรึกษาฟรี คลิกเลย!

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter      : @gedgoodlife
Line          : @gedgoodlife
Youtube   : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...