โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ศุภาลัย’ ลุย 34 โครงการ 4 หมื่นล้าน เปิดพื้นที่ใหม่พิษณุโลก-อยุธยา

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 02 มี.ค. 2562 เวลา 09.30 น. • The Bangkok Insight

“ศุภาลัย” ลุย 34 โครงการปี 62 กว่า 40,000 ล้านบาท วางเป้ายอดขายรวมทะลุ  35,000 ล้านบาท ขยายโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ-แนวสูง-อาคารสำนักงาน ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่างจังหวัด ต่างประเทศ อัดโครงการภูธร เพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ใน 3 ปี ปีนี้เปิดจังหวัดใหม่พิษณุโลก-อยุธยา 

นายประทีป  ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 35,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 28,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 34 โครงการ แยกเป็นโครงการแนวราบ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล และต่างจังหวัด จำนวน 28 โครงการ โครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ จำนวน 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 40,000 ล้านบาท

โดยส่วนใหญ่กว่า 50% ของเงินลงทุนในปีนี้มาจาก คอนโดมิเนียม “ศุภาลัย ไอคอน สาทร ” 50 ชั้น ที่ลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งอาคารพักอาศัย 700 ห้อง สำนักงานให้เช่า และร้านค้า ขณะนี้กำลังเคาะราคาขาย

สำหรับสัดส่วนการลงทุนพัฒนาโครงการของบริษัท จะขยับเพิ่มสัดส่วนในต่างจังหวัดมากขึ้น อีก 3 ปี จะเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้ จากปัจจุบัน 27% แต่การจะไปถึง 50% คงอีกนาน เพราะส่วนใหญ่ฐานการทำงานของคนไทยยังอยู่ที่กรุงเทพ

จังหวัดที่เราไปลงทุน ต้องเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นแหล่งทำงานของคนจำนวนมาก และแต่ละจังหวัดต้องทำโครงการได้ไม่น้อยกว่า 3 โครงการ จึงจะคุ้มทุน บางจังหวดเล็กเกินไป และเงียบๆ เราก็ไม่ไปลงทุน เช่น ลพบุรี จันทบุรี ตราด สิงห์บุรี อ่างทอง เป็นต้น ”

ลุยลงทุนพิษณุโลก-อยุธยาต่อ

อย่างไรก็ตามมีหลายจังหวัดที่เมืองกำลังขยาย ซึ่งบริษัทเข้าไปลงทุนแล้วกว่า 16 จังหวัดแล้ว หากนับรวมกรุงเทพ และปริมณฑลรวม 20 จังหวัด สำหรับปีนี้จังหวัดใหม่ที่จะเดินหน้าลงทุนอยู่ที่พิษณุโลก เพราะมีโอกาสในการขยายตัว มีทั้งสนามบิน เป็นเมืองท่องเที่ยว และยังเป็นเมืองที่มีผลผลิตทางการเกษตรด้วย รวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจเช่นเดียวกัน จากการที่มีนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมาก เป็นเส้นทางผ่านของรถไฟความเร็วสูง และเป็นพื้นที่เกษตรด้วย ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ

“ส่วนจังหวัดที่เราลงทุนแล้ว ก็จะขยายการพัฒนาโครงการอื่นๆต่อ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีความมั่นใจว่าจังหวัดดังกล่าวมีพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง  มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ปักหลักออสเตรเลีย

ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ เน้นออสเตรเลีย เพราะมีพันธมิตรที่ดี  มีโอกาสเติบโตสูง จากการเปิดขายที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด โดยศุภาลัยเข้าไปลงทุนในหลายๆเมือง ได้แก่ เมลเบิร์น บริสเบน เพิร์ท จิลอง ในรัฐวิกตอเรีย รวม 9 โครงการที่กำลังพัฒนา ใช้เงินลงทุนรวม 3,000 ล้านบาท ลงทุนไปแล้ว 1,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งโครงการจัดสรรที่ดิน บ้านพักริมทะเล และบ้านเดี่ยว นอกจากนี้จะขยายการลงทุนในอาเซียนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามนโยบายของบริษัทจะลงทุนในต่างประเทศสัดส่วนไม่เกิน 10% จากปัจจุบันอยู่ในระดับประมาณ 5%

สำหรับผลประกอบการของบริษัทปี 2561 ถือว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถทำยอดขายได้พุ่งทะลุเป้ากว่า 33,343 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียม 17,282 ล้านบาท และแนวราบ 16,061 ล้านบาท จากการเปิดตัวโครงการทั้งหมด 25 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 22 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการ

อีกทั้งบริษัทยังมีการเติบโตด้านผลประกอบการ โดยสามารถทำรายได้รวมอยู่ที่ 25,810 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,770 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2560 ซึ่งรายได้หลักมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมและแนวราบโครงการต่างๆ จำนวน 7 โครงการ แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินทรัพย์เติบโตขึ้น 4 % ส่วนของผู้ถือหุ้นเติบโต 22 %

ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 39 % ส่วนต้นทุนการเงินที่อัตราเฉลี่ย 2.39 % ณ 31 ธันวาคม 2561 และมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 42,529 ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2561 เพื่อรองรับการเติบโตด้านรายได้ของบริษัทในอนาคต

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในปี 2562 นายประทีป ระบุว่า การเติบโตยังไปได้ดี อาจลดลงบ้างเหลือ 4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เติบโตกว่า 4.1-4.2% แต่ก็ไม่ถึงกับมีการชะลอตัว แต่ที่มีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  คือ การ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% มาที่ 1.75%  และมาตรการควบคุมสินเชื่อบ้าน (Loan to Value : LTV) ที่ทำให้กำลังซื้อลดลง แต่โดยภาพรวมแล้วเชื่อว่าปีนี้บริษัทจะยังรักษาระดับการเติบโตได้ต่อไป และไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนัก

“ศุภาลัยเอง มีกรอบการวางดาวน์ในแต่ละโครงการระดับ 15-20% เราจึงไม่กังวล ว่าจะมีแต่ยอดจองซื้อ เพราะคนที่จะมาซื้อเราแสดงว่าต้องการอยู่จริง เพราะทำเลของบริษัทได้เปรียบ และราคาที่ย่อมเยาว์กว่าบริษัทใหญ่อื่น ” 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...