"ไฮ้ นครโภชนา" ร้านอาหารทะเลเจ้าโปรดของคุณชายถนัดศรี คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม
เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนปิ่นโตเถาเล็กไปสังสรรค์บ้านเพื่อน ซึ่งเลี้ยงดูปูเสื่อปรนเปรอพวกเราด้วยอาหารทะเลหลากหลาย มีอยู่อย่างหนึ่งเพียงซดเข้าไปคำแรกก็เกิดอาการตื่นตาตื่นใจ มาทราบชื่อทีหลังว่าคือ “แกงจืดเนื้อปลาเก๋า-ตั้งโอ๋” เนื้อปลาเก๋าแน่นหนึบสด ผักตั้งโอ๋หอมๆ บวกกับน้ำซุปที่มีรสมีชาติเข้มข้น จนไม่ควรเรียกว่าแกงจืดเลย แถมมีน้ำจิ้มซีฟู้ดให้จิ้มเนื้อปลาเก๋าด้วย จึงรีบถามว่าอาหารทะเลนี้เอ็งได้แต่ใดมา เพื่อนตอบว่า ไฮ้ นครโภชนา ร้านโปรดของพ่อพี่ไงครับ
นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมผมขอพาแฟนๆ มาที่ “ไฮ้ นครโภชนา ซอยจุฬา 11” หน้าปากทางเข้า “สนามจุ๊บ” หรือ “สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ในบัดดล บริเวณนี้คือตึกแถวรุ่นดั้งเดิมที่แวดล้อมไปด้วยโครงการใหม่ๆ เช่น สามย่านมิตรทาวน์ ทราบมาว่าจะต่อสัญญากันทุก 3 ปี ดังนั้น ควรจะรีบไปชิมกันที่ร้านไฮ้ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นนะจ๊ะ
มาแล้วให้จอดรถริมซอยตามจุดที่ให้จอดได้ทั้งเวิ้งโดยจะเสียค่าจอดเป็นรายชั่วโมง ร้านไฮ้ นครโภชนา อยู่ในตึกแถว 2 คูหาขนาดไม่ใหญ่มาก ที่มีการปรับโฉมใหม่ดูทันสมัยขึ้น อยู่เยื้องๆ กับร้านเค้กต้นกกที่มีเค้กส้มอันเลื่องลือ ใกล้ๆ กันก็มีร้านโจ๊กสามย่านให้ซื้อกลับบ้านอีกด้วย
สืบเนื่องจากสมัยช่วง พ.ศ.2524 คุณชายถนัดศรีทำรายการปลายิ้มชิมรส จึงไปที่บริษัทปุ้มปุ้ย ย่านฝั่งธนอยู่บ่อยๆ คุณสมศักดิ์ ผู้บริหารในยุคนั้นจึงได้พาพ่อมาที่ร้านไฮ้ ตรงซอยเจริญนคร 8 เลยกลายเป็นร้านโปรดของพ่อตั้งแต่นั้นมา ถึงขนาดนำไปพูดวิทยุออกอากาศว่าถ้าจะกิน“ไก่ดำตุ๋น” ต้องมาที่ร้านไฮ้ สายวันนั้นถึงกับมีผู้คนมายืนรอก่อนร้านเปิดกันแน่นขนัดเป็นประวัติการณ์ทีเดียว
ป้ายไฟหน้าร้านไฮ้ตรงร้านที่สามย่านในปัจจุบัน จึงเขียนว่าเปิดมาตั้งแต่ ค.ศ.1981 หรือ พ.ศ.2524 นั่นเอง ทุกวันนี้คุณอรรถพล หรือเฮียไฮ้ ยังว่าการทำหน้าที่พ่อครัวเอง ส่วนภรรยา คุณจรรยา จะดูแลหน้าร้าน ช่างโอภาปราศรัยแนะนำอาหารเก่งมาก
จุดเด่นของร้านนี้คือเฮียไฮ้จะขับรถตระเวนซื้อของทะเลและของสดๆ ทุกเช้ามืดจากเมืองชลบุรี มหาชัย แม่กลอง นครปฐม เมืองกาญจน์ อยุธยา ดังนั้น เวลามาควรถามว่าวันนี้มีอะไรพิเศษบ้าง
เริ่มกันด้วย “ไก่ดำตุ๋นยาจีน” หนึ่งในเมนูโปรดของพ่อ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ทำแล้ว และเปลี่ยนไปใช้ไก่ไทย ในชื่อว่า “ไก่ไทยตุ๋นยาจีน” (500 บาท) แทน ถ้าอยากจะลิ้มลองให้โทรสั่งล่วงหน้าได้
ส่วน “แกงจืดเนื้อปลาเก๋า-ตั้งโอ๋” (280-450-500 (ในรูป) บาท) นั้นมีตลอด ใช้ปลาเก๋าตัวใหญ่ 30 กิโลขึ้นไป มิน่าล่ะเนื้อถึงหนึบเด้งที่สุด ส่วนน้ำแกงจืดหวานหอมนั้นทำจากน้ำซุปกระดูกหมูใส่ตั้งฉ่าย หอมพริกไทยมาก ถ้าสั่งกลับบ้าน เขาจะให้เนื้อปลาเก๋าสดๆ ไปลวกเองที่บ้าน
ของดีที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ ปลาหมอทะเลหนัก 80 กิโลขึ้นไป ผมชื่นชอบ “ปลาหมอทะเลผัดฉ่า” (450-650 (ในรูป) บาท) เป็นอันมาก รสเข้มถึงเครื่อง เนื้อปลาหมอทะเลแน่นเด้งหนังหนึบยิ่งกว่าปลาเก๋า หรือจะสั่งปลาหมอทะเลลวกจิ้มก็ย่อมได้
เมนูที่ไม่ใช่ของทะเลที่ห้ามพลาดคือ “เป็ดอบชานอ้อย” (300-600 บาท) กรอบปนนุ่มหอมมันรสเค็มอมหวาน ไม่เค็มจนเกินไป อร่อยกว่าร้านอื่นๆ ที่เคยลิ้มลอง “ไก่ไทยนึ่ง” ก็หอมๆ เค็มๆ อร่อยมากจนแย่งกันหมดในพริบตา (ครึ่งตัว 500 บาท)
ต่อด้วยของดียอดฮิตประจำร้าน “หอยนางรมผสมกับหอยแมลงภู่กระทะร้อน” ในจานเดียว (300 บาท) ทำแบบออส่วนนุ่มๆ สดอร่อยเช่นกัน ส่วนเมนูหอยอื่นๆ มี “หอยแครงลวก” (200 บาท) และ “ยำหอยแครง” (250 บาท) ซื้อสดจากตลาดสามย่าน ทั้ง 2 อย่างนี้หมดในพริบตาเช่นกัน อีกทั้งยังมี “หอยลายผัดพริกเผา” (200 บาท) หอยลายสดๆ ตัวโตๆ มาจากมหาชัย
เมนูเชลล์ชวนชิมที่พ่อเคยเขียนถึงมีปูทะเลผัดพริกเผา (ทำนองเดียวกับหอยลาย) (ขีดละ 200-250 บาท แล้วแต่ขนาด) ซึ่งคุณจรรยาบอกว่าเดี๋ยวนี้คนจะนิยม “ปูเนื้อผัดพริกไทยดำ” เพราะรสชาติเข้มข้น ก้ามปูใหญ่ยักษ์แน่นสด
อีกอย่างที่พ่อเคยชวนชิม เป็นของดีที่ไม่เหมือนใคร “กุ้งชาววัง” (ขีดละ 150 บาท) ใช้กุ้งแชบ๊วยขนาด 30 ตัว/กิโล (บางครั้งก็เป็นกุ้งกุลาดำ) ผัดใส่น้ำมันพริกเผากับนมสด รสชาติหอมหวานมัน
กุ้งแม่น้ำมันเยิ้มๆ เต็มหัวที่นี่ก็มีด้วย ถ้าเป็นตัวใหญ่ขนาดครึ่งกิโลให้สั่งทำ “กุ้งแม่น้ำเผา” (กิโลละ 2,200 บาท) วันนั้นเราสั่ง “กุ้งแม่น้ำคั่วเกลือ” มาแห้งๆ เค็มหอมๆ (ขนาด 3 ตัว/กิโล กิโลละ 1,800 บาท)
เมนูปลาอื่นๆ มีมากมายเราสั่ง “ปลาเต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย” (ขีดละ 200 บาท) เปรี้ยวหอมเนื้อมันๆ มาก หรือจะกิน “ปลาจะละเม็ดขาว” (ขีดละ 150 บาท) ก็มีด้วย และมีของดีปลาใบขนุนตัวใหญ่ (ตัวละ 7-8 ขีด ขีดละ 120 บาท) เอามาทำเมนูเด่นประจำร้าน “ปลาใบขนุนเจี๋ยน” ใส่ขิง มันหมูและเนื้อหมูเส้นๆ หรือจะสั่งปลาใบขนุนทอดกระเทียมก็ได้
ถ้ามีเจ้าภาพเลี้ยงให้สั่ง “ปลาเก๋าแดงนึ่งซีอิ๊ว” (ขีดละ 250 บาท ที่มาแรงในปัจจุบันแทนปลากะพงนึ่งซีอิ๊วสมัยที่คุณชายมาชิม ถ้าวันไหนมีปลาทูสดๆ จากโป๊ะแม่กลอง ให้รีบสั่ง “ต้มยำปลาทู” (250-500 บาท) เลยนะจ๊ะ
ช่วงหน้านี้มีผักโต้วเหมี่ยวของแท้จากฮ่องกงเข้ามาด้วย มาทำ “ผัดผักโต้วเหมี่ยว” (250 บาท) ง่ายๆ แต่อร่อย หรือจะสั่ง “ผัดผักกระเฉด” (160 บาท) ที่คัดแต่ส่วนอ่อนๆ มาให้
มีเมนูง่ายๆ ที่ถ้าเห็นเฮียไฮ้อยู่ที่ร้าน ต้องรีบขอให้ลงมือทำให้เองเลย คือ “ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าหมู” (120-250-300 บาท) ช่างเป็นราดหน้าที่รสชาติกลมกล่อมเข้าเนื้อหอมตลบอบอวลแตกต่างจากราดหน้าร้านตามสั่งทั่วไป
ยังมีของดีให้ลิ้มลองอีกมาก อย่าลืมถามว่ามีอะไรสดใหม่วันนั้นก็แล้วกัน ที่ยังไม่ได้ลิ้มลองมีปูม้า เนื้อปูม้า ปูไข่ ปลาเก๋าดำ ปลาบู่ ปลาดุกทะเล กุ้งลายเสือ ฯลฯ
ร้านนี้ไม่ไปไม่ได้แล้ว ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม หยุดทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือน วันเสาร์-อาทิตย์คนแน่นอย่าบอกใคร ทางที่ดีให้มาหลัง 1 ทุ่มจะดีที่สุดนะจ๊ะ
ไฮ้ นครโภชนา
โดย คุณอรรถพล (เฮียไฮ้) รัตนะมโนชญ์
ที่ตั้ง 258-260 ซ.จุฬา11 ถ.พระราม 4 วังใหม่ ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 0-2214-2327, 08-2705-6997
เปิดบริการ 11.00-22.00 น. (ครัวปิด 21.30 น.) ทุกวัน
หยุด ทุกวันจันทร์ที่ 2 ของเดือน
แนะนำ แกงจืดเนื้อปลาเก๋า-ตั้งโอ๋ ปลาหมอทะเลผัดฉ่า กุ้งชาววัง เป็ดอบชานอ้อย ไก่ไทยนึ่ง หอยนางรมผสมกับหอยแมลงภู่กระทะร้อน ปูเนื้อผัดพริกไทยดำ ผัดผักโต้วเหมี่ยว วยเตี๋ยวราดหน้าหมู หอยแครงลวก ยำหอยแครง หอยลายผัดพริกเผา กุ้งแม่น้ำเผา กุ้งแม่น้ำคั่วเกลือ ปลาเต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย ปลาใบขนุนเจี๋ยน ปลาเก๋าแดงนึ่งซีอิ๊ว ต้มยำปลาทู ผัดผักกระเฉด