โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มแล้ว เทศกาลฉาว 'กินเนื้อหมากับลิ้นจี่' นักเคลื่อนไหวชี้ฆ่าโหด-ขาดสุขอนามัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 มิ.ย. 2561 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2561 เวลา 03.32 น.
AP

เว็บไซต์ดิ อินดีเพนเดนต์ของอังกฤษรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลกินลิ้นจี้และเนื้อสุนัขอวี้หลิน ประจำปีครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองอวี้หลินในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน โดยเทศกาลนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 21-30 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของปี

ข่าวระบุว่าในช่วง 10 วันของเทศกาลนี้ มีสุนัขที่ถูกกินมากกว่า 10,000 ตัวทุกปี นอกจากนี้ยังมีเนื้อแมว ลิ้นจี่ และเหล้าให้ได้กินกันด้วย

เทศกาลนี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2552 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันครีษมายัน ที่พระอาทิตย์โคจรจนไปถึงจุดหยุดคือจุดสูงสุดทางเหนือในราววันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นจุดในหน้าร้อนที่มีกลางวันนานกว่ากลางคืน นั่นคือเป็นวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงกับเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้ามากที่สุด

ทั้งนี้ การกินเนื้อสุนัขเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนานในจีน โดยมีความเชื่อกันว่าการกินเนื้อสุนัขในระหว่างช่วงฤดูร้อนทำให้โชคดีและมีสุขภาพดี บางส่วนเชื่อด้วยว่าเนื้อสุนัขสามารถขจัดโรคและเพิ่มพลังทางเพศของผู้ชายได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีหลังๆ เทศกาลนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบทั้งจากภายในจีนเองและนานาชาติ โดยนักเคลื่อนไหวระบุว่า สัตว์ในเทศกาลนี้ถูกฆ่าอย่าเหี้ยมโหด โดยการใช้ไม้ตีต่อหน้าที่สาธารณะ และการปฏิบัติด้านสุขอนามัยไม่ได้มาตรฐานตามกฎระเบียบของทางการจีน

นอกจากนี้ ยังมีเสียงตำหนิว่าสุนัขที่นำมากินในเทศกาลนี้ถูกส่งมายังอวี้หลินในสภาพที่ถูกกักขังในที่แออัดคับแคบ ขณะที่ผู้เข้าชมงานเปิดเผยว่าสัตว์บางตัวมีปลอกคอที่บ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นสุนัขที่ถูกขโมยมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...