โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัยของพระราชลัญจกรในรัตนโกสินทร์ แสดงพระราชอำนาจปกครองราชการแผ่นดิน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 พ.ค. 2563 เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 06.26 น.

เพลินพิศ กำราญ อธิบายเกี่ยวกับเรื่อง “พระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินและประจำพระองค์” ในบทความที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร “ศิลปากร” ของกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2524 และได้ตีพิมพ์ซ้ำใน ศิลปวัฒนธรรม เมษายน 2525 โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรและผู้เขียน

หมายเหตุ : กองบรรณาธิการปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนเมื่อนำมาเผยแพร่ใหม่ในพ.ศ. 2562

พระราชลัญจกร คือตราสำหรับพระมหากษัตริย์ใช้ประทับในเอกสารสําคัญอันแสดงถึงพระราชอํานาจในการปกครองบริหารราชการแผ่นดิน หรือเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงเป็นพระประมุขของประเทศชาติ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมลักษณะและความหมายของพระราชลัญจกรประจําพระองค์ไว้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาดังนี้

พระราชลัญจกรสําหรับแผ่นดินและประจําพระองค์รัชกาลที่ 1

เป็นตรางา ลักษณะกลม รูปปทุมอุณาโลม มีอักขระ อุ อยู่กลาง อุ มีลักษณะเป็นม้วนกลม คล้ายลักษณะความหมายของพระปรมาภิไธยว่า ด้วง จึงใช้อักขระ อุ เป็นมงคลแก่พระปรมาภิไธย และเพื่อความงดงามจึงล้อมรอบด้วยกลีบบัว เพราะดอกบัวเป็นพฤกษชาติที่เป็นสิริมงคลของพระพุทธศาสนา

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใช้ประทับในต้นเอกสารสําคัญทั้งทางราชการและส่วนพระองค์ และปรากฏมีใช้ประทับในเงินพดด้วงสําหรับซื้อขาย ชําระหนี้ ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จสวรรคตแล้ว ต่อมาเมื่อมีการเชิญพระบรมอัฐิธาตุไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธเทวปฏิมากรพระประธานในพระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จึงได้สลักรูปปั้นนูนพระราชลัญจกรปทุมอุณาโลมประดิษฐานที่ผ้าทิพย์ด้วย

พระราชลัญจกรสําหรับแผ่นดินและประจําพระองค์รัชกาลที่ 2

เป็นตรางา ลักษณะกลม รูปครุฑจับนาค เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่าฉิม ตามความหมายของวรรณคดีไทยคือพญาครุฑ ดังนั้น จึงนำรูปครุฑจับนาคมาเป็นเครื่องหมายแทนพระปรมาภิไธยในพระราชลัญจกร

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใช้ประทับในต้นเอกสารสำคัญทั้งทางราชการและส่วนพระองค์ และปรากฏมีใช้ประทับในเงิดพดด้วงสำหรับซื้อขาย ชำระหนี้

ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคตแล้ว ต่อมาได้มีการเชิญพระบรมอัฐิธาตุไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม ซึ่งมีตำนานกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ และพระเศียรพระประธานเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ทรงปั้นตกแต่ง จึงได้สลักรูปปั้นนูนพระราชลัญจกรครุฑจับนาคประดิษฐานไว้ที่ผ้าทิพย์ด้วย

พระราชลัญจกรสําหรับแผ่นดินและประจําพระองค์รัชกาลที่ 3

เป็นตรางา ลักษณะกลม รูปปราสาท เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า ทับ หมายความว่า ที่อยู่ หรือ เรือน ดังนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชลัญจกรเป็นรูปปราสาท

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น สําหรับใช้ประทับในต้นเอกสารสําคัญทั้งทางราชการและส่วนพระองค์ และมีปรากฏใช้ประทับในเงินพดด้วงสําหรับซื้อขาย ชําระหนี้

ครั้นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว เมื่อได้มีการเชิญพระบรมอัฐิธาตุไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอนันตคุณ อดุลยญาณบพิตร พระประธานในพระอุโบสถวัดราชโอรสาราม ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์ทรงปฏิสังขรณ์และสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด ได้สลักรูปปั้นนูนพระราชลัญจกรปราสาทประดิษฐานที่ผ้าทิพย์ด้วย

พระราชลัญจกรสําหรับแผ่นดินและประจําพระองค์รัชกาลที่ 4

เป็นตรางา ลักษณะกลมรี รูปพระมหามงกุฎ เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า มงกุฎ ซึ่งเป็นศิราภรณ์สําคัญของพระมหากษัตริย์ อยู่ในเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ มีจักรบริวาร 2 ข้าง ที่ริมขอบทั้ง 2 ข้างมีพานทองสองชั้นวางพระแว่นสุริยกานต์หรือเพชรข้างหนึ่ง วางสมุดตําราข้างหนึ่ง พระแว่นสุริยกานต์หรือเพชรหมายถึงพระฉายาเมื่อทรงผนวชว่า วชิรญาณ ส่วนสมุดตําราหมายถึงทรงศึกษาเชี่ยวชาญในทางอักษรศาสตร์และดาราศาสตร์

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญทั้งทางราชการและส่วนพระองค์ ใช้ประทับในเงินพดด้วงและเหรียญกษาปณ์สำหรับซื้อขาย ชำระหนี้ ในรัชกาลนี้เริ่มเชิญพระราชลัญจกรสำหรับแผ่นดินและประจําพระองค์ สลักรูปปั้นนูนประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถพระอารามหลวงที่ทรงสร้างหรือทรงปฏิสังขรณ์เป็นส่วนใหญ่ เช่น หน้าบันพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม บานพระทวารประดับมุกพระอุโบสถพระพุทธรัตนสถาน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นต้น

พระราชลัญจกรประจําพระองค์รัชกาลที่ 5

เป็นตรางา ลักษณะกลมรี ขนาดกว้าง 5.5 เซนติเมตร ยาว 6.8 เซนติเมตร รูปพระเกี้ยวยอดมีรัศมี ประดิษฐานบนพานทองสองชั้น เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า จุฬาลงกรณ์ ซึ่งแปลความหมายว่า เป็นศิราภรณ์ชนิดหนึ่งอย่างมงกุฎ เคียงด้วยฉัตรบริวาร 2 ข้าง ที่ริมขอบทั้ง 2 ข้าง มีพานทองสองชั้นวางพระแว่นสุริยกานต์หรือเพชรข้างหนึ่ง วางสมุดตําราข้างหนึ่ง พระแว่นสุริยกานต์หรือเพชรและสมุดไทยนั้นเป็นการเจริญรอยจําลองจาก พระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเป็นพระบรมชนกนาถ

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสําหรับใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญส่วนพระองค์ ซึ่งไม่เกี่ยวด้วยราชการแผ่นดิน เช่น ใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในประกาศนียบัตรเหรียญรัตนาภรณ์ของพระองค์ ใช้ประทับในเงินพดด้วงและเหรียญกษาปณ์ซึ่งใช้ซื้อขาย ชําระหนี้ ใช้เป็นตราหน้า หมวกทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า และเชิญประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถพระอารามหลวงที่ได้ทรงสร้างและทรงปฏิสังขรณ์ เช่น วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หน้าบันพระที่นั่งทรงผนวช วัดเบญจมบพิตร เป็นต้น

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง ขึ้นสําหรับใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญส่วนพระองค์ ซึ่งไม่เกี่ยวด้วย ราชการแผ่นดิน เช่น ใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในประกาศนียบัตรเหรียญรัตนาภรณ์ของ พระองค์ ใช้ประทับในเงินพดด้วงและเหรียญกษาปณ์ซึ่งใช้ซื้อขาย ชําระหนี้ ใช้เป็นตราหน้า หมวกทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า และเชิญประดิษฐานที่ หน้าบันพระอุโบสถพระอารามหลวงที่ได้ทรงสร้างและทรงปฏิสังขรณ์ เช่น วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หน้าบันพระที่นั่งทรงผนวช วัดเบญจมบพิตร เป็นต้น

พระราชลัญจกรประจําพระองค์รัชกาลที่ 6

เป็นตรางา ลักษณะกลมรี กว้าง 5.5 เซนติเมตร ยาว 6.8 เซนติเมตร รูปวชิราวุธมีรัศมี ประดิษฐานบนพานทองสองชั้น ตั้งอยู่เหนือตั่ง มีฉัตรบริวาร 2 ข้าง เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า วชิราวุธ ซึ่งหมายความถึงศัตราวุธของพระอินทร์

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสําหรับใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญส่วนพระองค์ซึ่งไม่เกี่ยวด้วยราชการแผ่นดิน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเครื่องหมายราชอิสริยาภรณ์รัตนวราภรณ์ กับใช้พระราชลัญจกรนี้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในประกาศนียบัตรเครื่องราชอิสริยาภรณ์รัตนวราภรณ์ ตราวชิรมาลา เหรียญรัตนาภรณ์ของพระองค์ นอกจากนี้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้ปักเป็นธงเครื่องหมายประจํากองเสือป่า ปักผ้าทิพย์หน้ามุขเด็จพลับพลาที่ประทับในงานพระราชพิธีต่าง ๆ และเชิญประดิษฐานที่หน้าบันโรงเรียนวชิราวุธ เป็นต้น

พระราชลัญจกรประจําพระองค์รัชกาลที่ 7

เป็นตรางา ลักษณะกลมรี กว้าง 5.4 เซนติเมตร ยาว 6.7 เซนติเมตร รูปพาดพระแสงศร 3 องค์ คือ พระแสงศรพรหมาสตร์ พระแสงศรอัคนีวาต พระแสงศร ประลัยวาต เบื้องบนมีรูปพระแสงจักรและพระแสงตรีศูลอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ มีบังแทรกตั้งอยู่ 2 ข้าง กับมีลายกนกแทรกอยู่ระหว่างพื้น พระแสงศร 3 องค์นี้เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า ประชาธิปกศักดิเดชน์ ซึ่งมาจากความหมายของศัพท์วรรคสุดท้ายที่ว่า เดชน์ แปลว่า ลูกศร

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น สําหรับใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญส่วนพระองค์ซึ่งไม่เกี่ยวด้วยราชการแผ่นดิน เช่น ใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในประกาศนียบัตรเหรียญรัตนาภรณ์ของพระองค์ เป็นต้น

พระราชลัญจกรประจําพระองค์รัชกาลที่ 8

เป็นตรางา ลักษณะกลม ศูนย์กลางกว้าง 7 เซนติเมตร รูปพระโพธิสัตว์ประทับบนบัลลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทขวาเหยียบบัวบาน หมายถึงแผ่นดิน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูม และมีเรือนแก้วด้านหลังแทนรัศมี มีแท่นรองรับ ตั้งฉัตรบริวาร 2 ข้าง เป็นสัญลักษณ์ของพระปรมาภิไธยว่า อานันทมหิดล ซึ่งแปลความหมายว่า เป็นที่ยินดีของแผ่นดิน เพราะพระองค์ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยโดยความยกย่อง ยินดีของเอนกนิกรชาวไทย ประหนึ่งพระโพธิสัตว์เสด็จมาประทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ทวยราษฎร์ทั้งมวล

พระราชลัญจกรนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นสําหรับใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในต้นเอกสารสําคัญส่วนพระองค์ซึ่งไม่เกี่ยวด้วยราชการแผ่นดิน เช่น ใช้ประทับกํากับพระปรมาภิไธยในประกาศนียบัตรเหรียญรัตนาภรณ์ของพระองค์ เป็นต้น

พระราชลัญจกรประจํารัชกาลที่ 9 (อ้างอิงจากหนังสือ “องค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก”)

พระราชลัญจกรประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์แกะสลักจากงา มีพระปรมาภิไธยบนขอบรอบพระราชลัญจกร ใช้ประทับกำกับพระปรมาภิไธยในเอกสารสำคัญอันเป็นราชการแผ่นดินทั้งปวงประจำรัชสมัยเช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติพระราชกฤษฎีกา พระราชกำหนด ประกาศพระบรมราชโองการต่าง ๆ เป็นต้น

พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ประจำแผ่นดินรัชกาลที่ 9 เป็นตรางา มีลักษณะกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8.4 เซนติเมตร สูง 13.4 เซนติเมตร

พุทธศักราช 2538 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีสร้างพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ด้วยทองคำ
ขึ้นอีกองค์หนึ่ง เพิ่มจากองค์เดิมซึ่งสร้างด้วยงาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๙๓ ซึ่งมีสภาพชำรุดเนื่องจากใช้มานานกว่า 45 ปี

พระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างด้วยทองคำทั้งองค์
มีรูปลักษณะเช่นเดียวกันกับพระราชลัญจกรพระครุฑพ่าห์ประจำรัชกาลตรางา ด้านบนองค์พระราชพระราชลัญจกรติดตราสัญลักษณ์พระราชพิธีกาญจนาภิเษก

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...