“10 รูปแบบ” สไตล์แต่งบ้านยอดฮิต ที่คุณ (อาจจะ) ไม่เคยได้ยินมาก่อน!
ครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมรายชื่อสไตล์ตกแต่งภายในที่มีความ Advance มากขึ้น บางสไตล์อาจจะเคยได้ยินมาอยู่บ้าง แต่ภาพอาจจะยังไม่ชัด หรือบางสไตล์อาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยก็ได้ครับ ใครที่ยังไม่ได้อ่าน 10 รูปแบบสไตล์แต่งบ้านยอดฮิตของตอนแรก สามารถอ่านได้จากลิงค์นี้ได้เลยครับ http://bit.ly/TheHippoThai-230762 ส่วน 10 สไตล์ต่อไปจะมีอะไรบ้างมาติดตามกันต่อได้เลยครับ
1.Bohemian Style
เป็นงานตกแต่งภายในที่รวบรวมจิตวิญญาณของเสรีภาพและการผจญภัย ปล่อยใจเป็นอิสระกลับสู่ยุคฮิปปี้ ปี 70’s การตกแต่งภายในจึงเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนานท่ามกลางธรรมชาติ ผสมผสานด้วยของประดับตกแต่ง หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ลวดลาย การตกแต่งสไตล์โบฮีเมียนเลยเป็นสไตล์ที่ถูกใจสาว ๆ ที่สนุกกับการแต่งตัวและแต่งบ้านด้วยของประดับประดาแบบมิกซ์ แอนด์ แมตช์ ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Bohemian Style
- มีความ "ยุ่ง" ของของประดับตกแต่งอย่างรอบคอบและให้ความรู้สึก cozy
- ของประดับตกแต่งมีการผสมผสานวัสดุหลายชนิด ทั้งไม้, ผ้า, แก้ว, โลหะ
- ให้ความสำคัญกับโมบายลูกปัด ผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ หมอน พรม ผ้าม่านที่สีสันฉูดฉาดและลวดลาย Geometric สไตล์พื้นเมือง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของการตกแต่งสไตล์นี้ มียิ่งเยอะยิ่งดี
2.Eclectic Style
เป็นสไตล์ที่คล้ายกับสไตล์ Mix and Match แต่จะมีความต่างกันตรงที่ Eclectic Style จะเป็นการผสมผสานของของประดับตกแต่งที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นต่างยุค ต่างสมัย ต่างวัฒนธรรม การตกแต่งสไตล์นี้เหมาะสำหรับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเก่าเก็บ หรือเป็นมรดกตกทอดแล้วยังไม่อยากทิ้ง แล้วนำมาจัดวางให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างกลมกลืน
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Eclectic Style
- มีการใช้เฟอร์นิเจอร์หรือของประดับตกแต่งมาจากหลายยุค หลายสมัย หลายวัฒนธรรม เช่น การใช้เฟอร์นิเจอร์ทรง Modern ในห้องที่กรุ Wallpaper สไตล์คลาสสิกของอังกฤษ
- ความเยอะ และความขัดแย้ง เท่ากับความสวยงามแบบไร้กฎเกณฑ์
3. Coastal / Hamptons
บรรยกาศของบ้านพักตากอากาศริมทะเลของเหล่าเศรษฐีเมือง Hamptons บนเกาะลองไอส์แลนด์ นครนิวยอร์ค ที่เน้น Space ที่โปร่งโล่ง เปิดให้แสงและอากาศจากธรรมชาติ และใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสถึงธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ลินินที่มีคุณภาพสูง เพื่อสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลาย แต่แฝงไปด้วยความหรูหรา ใช้โทนสีสว่างเป็นหลักและแซมด้วยสีฟ้า หรือสีเขียว และประดับด้วยของตกแต่งที่เกี่ยวกับชายหาด ทะเล เช่น เปลือกหอย โมเดลเรือ แผนที่ หรือภาพวาดที่เกี่ยวกับทะเล
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Coastal / Hamptons
- ใช้สีขาวหรือสีเบจ เป็นโทนสีหลักในการตกแต่งภายใน และใช้สีฟ้าหรือเขียวเป็นสีที่สอง อาจจะเป็นส่วนประกอบของลายผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ หรือของประดับตกแต่งก็ได้
- ใช้วัสดุที่มีพื้นผิวสัมผัสเป็นธรรมชาติ
- ของประดับตกแต่งบอกเรื่องราว เกี่ยวข้องกับชายหาดและทะเล
4. Shabby Chic
ภูมิหลังของสไตล์นี้มาจากสไตล์วินเทจ แต่จะมีความหวาน หรูหรา และโรแมนติกมากกว่า เพราะงานสไตล์นี้ใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจในยุควิคตอเรียน ลายดอกไม้ และการใช้โทนสีที่เน้นความสดใส เช่น โทนสีพาสเทล สีเบจ เป็นต้น เหมาะสำหรับสาวหวานที่ต้องการสร้างบรรยากาศบ้านให้ผ่อนคลายเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Shabby Chic
- "ลายดอกไม้” ไม่ว่าจะเป็นผ้าบุเฟอร์นิเจอร์, paint บนเฟอร์นิเจอร์ หรือเป็นลวดลายบนของประดับตกแต่ง ลายดอกกุหลาบเป็นลายที่นิยมใช้มากที่สุด
- ผ้าลูกไม้ หวายสาน เป็นวัสดุที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยน ไม่แข็งกระด้าง เพิ่มความรู้สึกเบาสบายและใกล้ชิดธรรมชาติอีกด้วย
- ห้องโทนสีพาสเทล เบจ เป็นสียอดนิยมตลอดกาลในสไตล์นี้
5. Maverick Style
เป็นสไตล์การตกแต่งภายในที่มีความโดดเด่น ดึงดูดสายตา และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากอีกสไตล์หนึ่ง ที่มีการใช้สีสันที่ฉูดฉาดและไร้ขีดจำกัด ซึ่งอาจจะทำให้คุณรัก หรือไม่ชอบไปเลยก็ได้ การตกแต่งสไตล์นี้มีความคล้ายกับสไตล์ Contemporary ทั่วไปคือ มีความร่วมสมัยเป็นพื้นฐานการออกแบบ แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ งานตกแต่งสไตล์นี้กลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบางอย่างที่คุณไม่สามารถหาได้จากการตกแต่งสไตล์อื่น ๆ เลย Maverick Style เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการดึงความสนใจสูง ไม่ว่าจะเป็นพิพิทธภัณฑ์ หอศิลป์สมัยใหม่ ร้านค้าต่าง ๆ หรือไม่ก็บ้านพักอาศัยที่เจ้าของบ้านรักแฟชั่น และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เป็นต้น
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Maverick Style
- สีสันตระการตา ไม่มีทฤษฎีและขีดจำกัดในการใช้สี
- มีฐานการตกแต่งภายในจากสไตล์ Contemporary
6. The Steampunk Style
เป็นคำจำกัดความของส่วนผสมระหว่างความหรูหราสง่างามกับเครื่งจักรกล งานตกแต่งสไตล์นี้เหมือนเป็นการปฎิวัติอุตสาหกรรม และงานแฟชั่นยุคโกธิค ที่มาหลอมรวมกันจนเกิดเป็นงานที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอีกสไตล์หนึ่ง งานตกแต่งสไตล์นี้เหมาะสำหรับผู้ชายที่หลงไหลในกลไกลของเครื่องจักร บรรยากาศของห้องเต็มไปด้วยความแข็งแรงและแรงบันดาลใจ
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน The Steampunk Style
- นิยมใช้สัจวัสดุ เช่น ไม้ หิน หนัง และเหล็ก
- ใช้โทนสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล ดำ แดงเข้ม เขียวเข้ม
- ของตกแต่งที่นิยมใช้มากที่สุดของของการตกแต่งสไตล์นี้ คือ แผนที่เก่า สามารถนำมาใส่กรอบแขวนผนัง หรือให้ทำปลอกหมอน โคมไฟ หรือกรุเป็นลวดลายบนเฟอร์นิเจอร์ก็ได้
7. Cool Britannia
งานตกแต่งภายในที่สะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในสหราชอาณาจักร เพราะสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในงานตกแต่งสไตล์นี้คือ การนำธงชาติอังกฤษมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบมาตั้งแต่ยุค 60 จนกระทั่งได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงยุค 90 โดยมีศิลปินสัญชาติอังกฤษในยุคนั้น เช่น วง Oasis, Spice Girls เป็นส่วนช่วยผลักดันให้ได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Cool Britannia
- ธงอังกฤษ ลายแดง ขาวน้ำเงิน (k.a. Union Jack) ถูกนำมาใช้เป็นส่วนต่าง ๆ ในการตกแต่งภายใน ตั้งแต่นำมาบุเป็นโซฟา หมอนอิง หรือแม้กระทั่งนำมาทำเป็นม่าน
- ใช้โทนเข้ม เช่น สีน้ำตาล ดำ แดงเข้ม เขียวเข้ม
8. Transitional Style
หรือสไตล์ของการเปลี่ยนผ่าน เป็นงานตกแต่งภายในที่นำองค์ประกอบของงานสไตล์คลาสสิค มาพัฒนาให้มีบุคลิกที่มีความร่วมสมัย มีอิสะมากขึ้นโดยใช้วัสดุ อุปกรณ์สมัยใหม่ เฟอร์นิเจอร์ที่มีการดึงดุม ติดหมุด ตามแบบฉบับของเฟอร์นิเจอร์ยุคคลาสสิค ก็ยังมีการนำมาใช้อยู่ แต่จะมีการตัดทอนรูปทรงให้ดูสะอาดตา ทันสมัย และปรับโทนสีให้เข้ากับยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน Transitional Style
- รูปแบบจะใกล้เคียงกับสไตล์ Contemporary แต่จะมีการใช้วัสดุที่หลากหลายมากขึ้น เช่น วัสดุที่มีความมันวาวเป็น Metalic
- การใช้โซฟา หรือ Ottoman ที่ดึงดุมแต่รูปทรงทันสมัย
- ใช้โทนสีไม่ฉูดฉาด สบายตา เหมาะกับการพักผ่อน
9. The Ethnic Style
แนวคิดเกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์มาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะของชนเผ่าต่าง ๆ ในแอฟริกา, ญี่ปุ่น, จีน หรือแม้กระทั่งของไทยเองก็ถือว่าเป็นอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์เช่นกัน ขึ้นอยู่กับการนำมาตีความ และพัฒนาเป็นงานออกแบบตามแบบฉบับของนักออกแบบแต่ละคน
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน The Ethnic Style
- นำงานศิลปะต่าง ๆ ของชนชาติใดชาติหนึ่งมาพัฒนาให้เป็นงานตกแต่งภายในอย่างชัดเจน
- ไม่มีโทนสีที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับการงานนำงานศิลปะของชาตินั้น ๆ มาใช้
10.The Kitsch Style
งานออกแบบสไตล์ “Kitsch” จัดว่าเป็นหมวดหมู่ของงานตกแต่งภายในยุคใหม่ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นสไตล์ที่มีแนวคิดในการต่อต้าน เยาะเย้ยความงามทางศิลปะ สไตล์ และรสนิยมตามระเบียบแบบแผน ที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นสไตล์ที่ตกแต่งด้วยของที่ไม่เข้าพวกกัน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นสไตล์ที่ต้องการเรียกร้องให้เกิดความสนใจ มากกว่าต้องการให้ตัดสินว่าสวยงาม เป็นงานตกแต่งที่มีบรรทัดฐานมาจากธีมของตัวเอง ซึ่งคำว่า Kitsch มาจากภาษาเยอรมัน ที่แปลว่า ไม่มีรสนิยมและเป็นของราคาถูก
องค์ประกอบของงานตกแต่งภายใน The Kitsch Style
- เต็มไปด้วยองค์ประกอบศิลป์ที่ไม่เข้ากันมาอยู่รวมกัน อาจจะนำมาใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น มีขนาดใหญ่กว่าปกติ, นำมาใช้ซ้ำ ๆ กัน, นำมาทำสีใหม่ ให้ดูน่าตื่นเต้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เป็นต้น
วัฒนา โกวัฒนาภรณ์
Managing Director / Interior Designer
abalance interior design co.,ltd.