โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เซอร์เวย์แปดริ้ว ทำเลฮอต EEC หอการค้ารวมพลทำ "ผังเมือง" เสนอรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 24 พ.ค. 2561 เวลา 12.49 น.

หลัง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลงสำรวจพื้นที่ “ฉะเชิงเทรา” 1 ใน 3 จังหวัด EEC ที่รัฐบาลวางเป้าหมายจะพัฒนาเป็น “เมืองใหม่”

เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยรองรับคนไทยและชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานใน EEC โดยวางรูปแบบเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ smart cities and clean energy โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ที่เชื่อมโยงการเดินทางใน 3 จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา รวมถึง กทม.ได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย

ทันทีที่ลงพื้นที่ พร้อมทั้งได้สอบถามพูดคุยกับหน่วยราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สะท้อนออกมาตรงกันว่า ก่อนที่รัฐบาลจะมีนโยบาย EEC ด้วยความที่เมืองฉะเชิงเทรา หรือที่ถูกเรียกกันติดปากว่า “เมืองแปดริ้ว” นั้นอยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และยังมีพื้นที่สีเขียวอยู่มาก ทำให้หลายปีที่ผ่านมา พวกกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จากหลายตระกูลได้เข้าไปกว้านซื้อที่ดินไว้นานแล้ว ทั้งกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มดั๊บเบิ้ลเอ กลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และกลุ่มจึงรุ่งเรืองกิจ

หลายอำเภอมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรเกิดจากนักลงทุนท้องถิ่น และทุนใหญ่เข้าไปลงทุน เกิดธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่มาตั้งในเมือง เช่น โรบินสัน แม็คโคร กลุ่ม SCG ทยอยเข้าไปเปิดกิจการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจังหวัด

ยิ่งเมื่อรัฐบาลมีนโยบายจะสร้างเมืองใหม่ที่อยู่อาศัยรองรับ EEC ยิ่งส่งผลให้เกิดการ “ปั่นราคา” เก็งกำไรที่ดินกันคึกคัก จนราคาที่ดินนอกเมืองพุ่งขึ้นไปไร่ละเฉียด 10 ล้านบาท ขณะที่ที่ดินในเมืองราคาไร่ละ 20 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งที่ไม่มีใครรู้ชัดว่า “จุดหลัก” ที่รัฐบาลจะเลือกสร้าง “เมืองใหม่” อยู่ตรงบริเวณไหนกันแน่ ! ต่างคนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา

รูปธรรมที่เกิดขึ้นมีเพียงการก่อสร้างโครงการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานตามงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ

บางปะกงคึกคัก

นางพนิตาวดี ปราชญ์นคร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ในส่วนอำเภอบางปะกงซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีการซื้อ-ขายที่ดินคึกคัก ตั้งแต่ก่อนที่จะมีนโยบายอีอีซี และพอมีกระแสเรื่องอีอีซีเกิดขึ้นทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 20% โดยประมาณ แต่จากการสังเกตแล้ว ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นบริษัทมหาชนยังไม่ได้เคลื่อนตัวเข้ามามากนัก และยังคงเป็นผู้ประกอบการหลักเป็นเจ้าเดิมในพื้นที่

โดยในบริเวณบางปะกง รวมถึงบ้านโพธิ์ มีการโอนที่ดิน 3-4 ผัง/เดือน เฉลี่ยผังละ 200 แปลงจำหน่าย ซึ่งแยกเป็นทั้งบ้านแถว บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวที่พื้นที่ไม่มากนัก จากระดับราคาคาดว่าไม่ใช่ที่อยู่อาศัยในการรองรับระดับซีอีโอที่จะมาทำงานใน EEC แต่เป็นกลุ่มลูกค้าคนในพื้นที่ซื้ออยู่อาศัยจากการขยายครอบครัว เพราะบ้านจัดสรรในฉะเชิงเทรามีตั้งแต่ 2-3 ล้านบาท นอกจากนี้ในแง่ของการคมนาคมบริเวณบ้านโพธิ์นั้นอยู่ติดกับมอเตอร์เวย์ และกรุงเทพฯ เป็นทำเลที่เป็นทางออกสู่ภาคตะวันออก ทำให้ที่ดินมีความน่าสนใจสูงกว่าในส่วนอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า รูปธรรมที่มีการซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ตอนนี้คือ บริษัท ดับเบิลพี แลนด์ จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ได้มีการกว้านซื้อที่ดินกว่า 900 ไร่ ในพื้นที่ ต.บางผึ้ง อ.บางปะกง ขณะที่มีเอกชนรายเล็กบอกขายที่ดินกันคึกคัก แต่ยังไม่มีนายทุนเข้าไปซื้อ

เล็งที่ดินใกล้สถานีรถไฟเก่า

ในขณะที่นายจอมพงษ์ ชูทับทิม เลขาธิการหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา บอกว่า จากการประชุมร่วมกับทางจังหวัดล่าสุดยังไม่มีส่วนราชการใดบอกได้ว่า จุดที่สร้างเมืองใหม่อยู่บริเวณใด แต่มองว่าหัวใจของการเป็นเมืองที่อยู่อาศัย คือ รถไฟความเร็วสูง เบื้องต้นที่เคยได้รับข้อมูล คาดการณ์กันว่า สถานีรถไฟความเร็วสูงน่าอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฉะเชิงเทราไม่ถึง 2 กม. บริเวณถนนสุวินทวงศ์ โดยทางหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าใจว่า พื้นที่ 80 กว่าไร่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นเมืองใหม่

คาดการณ์จากพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นสวนหรือทุ่งนาบริเวณใกล้เคียง ยังสามารถเวนคืนได้ง่ายเพื่อการจัดสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง และอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฉะเชิงเทราในรัศมี 5-10 กม.นั้นพบว่า ประกอบด้วย 1.บริเวณที่ดินหลังไทวัสดุ สาขาฉะเชิงเทรา 3 แยกถนน 314 ตัดกับถนน 365 มีระยะทางห่างจากสถานีรถไฟฟ้าฉะเชิงเทรา 2.ที่ดินหลังบิ๊กซีฉะเชิงเทรา 3.ที่ดินบนถนนสุวินทวงศ์บริเวณด้านหลังแม็คโครฉะเชิงเทรา 4.ที่ดินบนถนนสุวินทวงศ์บริเวณเยื้องกับแม็คโครฉะเชิงเทรา แต่จะเป็นพื้นที่ใดขึ้นอยู่กับภาครัฐ ซึ่งยังไม่ได้มีคำสั่งที่ชัดเจน

หอการค้ารวมพลทำ “ผังเมือง” เสนอรัฐ

นายมนัส ตั๊นงาม รองประธานสภาหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ฝ่ายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางหอการค้าอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อตกผลึกความคิดของภาคเอกชน รวมถึงการลงสอบถามชุมชนในพื้นที่ เพื่อจัดทำผังเมืองสำหรับจังหวัดฉะเชิงเทราขึ้นตามความต้องการของคนในพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จราวเดือนสิงหาคม 2561 โดยมีความต้องการปรับพื้นที่สีเขียวเดิมให้เป็นพื้นที่สีเหลืองสำหรับที่อยู่อาศัยให้สอดรับกับการขยายตัวของเมืองโดยกระทบต่อพื้นที่วิถีชีวิตของเกษตรกรให้น้อยที่สุด เป็นการประสานงานเชื่อมโยงทุกส่วนสนองแผนพัฒนาอีอีซีของภาครัฐ หลังจากนั้นจะเชิญทางกรมโยธาธิการและผังเมืองมาร่วมพิจารณา และนำเสนอไปสู่การทำผังเมืองรวม EEC 3 จังหวัดต่อไป

ตอนนี้เท่าที่ทราบ ภาครัฐเพิ่งส่งคนจากส่วนกลางลงมาสำรวจเพื่อวางผังเมืองใหม่ แต่ยังไม่ได้กำหนดแผนเรื่องเมืองใหม่ที่อยู่อาศัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างนี้ภาคเอกชนจะสำรวจควบคู่ไปด้วย หากผังเมืองตรงกันในส่วนใด เท่ากับว่าภาคเอกชนเห็นด้วยกับจุดกำหนดนั้น ๆ แต่หากไม่เหมือนกันในจุดใดจะเป็นการเสนอจากภาคเอกชนในพื้นที่ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน

อย่างไรก็ตาม การที่จังหวัดฉะเชิงเทราอยู่ติดกรุงเทพฯ ทำให้หลีกเลี่ยงการขยายตัวของเมืองเข้ามาในพื้นที่ไม่ได้ โดยในปัจจุบันจะพบว่ามีการขึ้นโครงการของหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งเป็นทุนจากส่วนกลาง เช่น ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เอสซี แอสเสท เป็นต้น จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการทำผังเมือง เพื่อป้องกันการขยายตัวของเมืองไม่ให้เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง เมื่อภาคเอกชนจัดทำแนวทางผังเมืองเสร็จสิ้นแล้ว จะนำเสนอให้ภาครัฐพิจารณาประกอบกับผังเมืองของภาครัฐ ซึ่งจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้อีกครั้งหนึ่ง

“การที่ภาครัฐกำหนดให้แปดริ้วเป็นเมืองที่อยู่อาศัย ภาครัฐก็ควรบอกคนในพื้นที่ให้เกิดการเตรียมพร้อมเพื่อให้รู้ทิศทางในการเปลี่ยนแปลง และจะสามารถวางแนวทางได้ถูก ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปมา เพื่อจะได้สร้างบุคลากรมาตอบสนองต่อการจ้างงานที่จะเกิดขึ้น” นายมนัสกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทุกคนในจังหวัดฉะเชิงเทราหวังว่า การพัฒนาเมืองใหม่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เอื้อประโยชน์เฉพาะนายทุนที่เข้ามา แต่เมืองเก่าแปดริ้วควรจะได้รับประโยชน์ที่เหมาะสมสอดคล้องกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...