โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจสาวลำปาง วัย 30 บุกเบิกเปิดร้านอาหารไทยที่หนานหนิง

Khaosod

อัพเดต 12 เม.ย. 2564 เวลา 21.29 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 21.29 น.

เปิดใจสาวลำปาง - ซินหัว ไทย รายงานเจาะลึกชีวิตสาวไทยที่ไปเปิดร้านอยู่ที่เมืองจีน ชื่อ เมธินี นันตาดี หรือชื่อจีน ว่า เฉินเหม่ยนี สาววัย 30 ปี จากจังหวัดลำปาง เจ้าของร้าน "ครัวบ้านสวน" Lan·Secret Garden ในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง(กวางสี) ทางตอนใต้ของจีน

“ปีนี้ฉันอายุ30 แล้ว อยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำดู” เมธินี กล่าว

เมธินีรับออเดอร์จากลูกค้า / Xinhua

สิบปีก่อน เมธินีซึ่งเรียนสาขาการสอนภาษาจีนให้ชาวต่างชาติ ได้มาศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยกว่างสี หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว หญิงสาวเลือกที่จะเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้และสำเร็จการศึกษาในปี2015

“ฉันเกิดในครอบครัวคนจีน คุณตามาจากเมืองแต้จิ๋วในมณฑลกวางตุ้ง แม่ของฉันส่งเรียนที่โรงเรียนชาวจีนโพ้นทะเลตั้งแต่เด็ก และในที่สุดก็เลือกมาเรียนสาขาการสอนภาษาจีนที่เมืองจีน”

หลังจากจบการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา เมธินีทำงานเป็นผู้ช่วยธุรกิจในบริษัทการค้าแห่งหนึ่งในเมืองหนานหนิง ต่อมาได้รับคำเชิญจากเพื่อนให้เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งเธอเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตก่อนก้าวเข้าสู่วัย30

เปิดใจสาวลำปาง

Xinhua

“ช่วงเริ่มธุรกิจ เราร่วมมือกับร้านอาหารแห่งหนึ่งเปิดร้านบาร์บีคิวกุ้งสไตล์ไทย ธุรกิจไปได้ดี แต่ไม่นานก็ต้องปิดร้าน เพราะมีการรื้อถอนสถานที่ที่เราเช่าเปิดร้าน ต่อมาได้เพื่อนช่วยแนะนำทำเลเปิดร้านให้  แม้จะเหนื่อยพอตัว แต่ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนชาวจีน ในที่สุดก็เปิดร้านอาหารไทยได้สำเร็จ”

เมธินีเล่าว่าตอนที่เธอมาเรียนที่หนานหนิงช่วงแรกๆ ที่นี่มีร้านอาหารไทยแค่ไม่กี่ร้าน และบางครั้งเธอต้องดั้นด้นเดินทางด้วยรถประจำทางหลายต่อเพื่อที่จะได้กินอาหารไทย

 “ตอนนี้หนานหนิงมีร้านอาหารไทยหลายร้าน แสดงว่าคนจีนชอบอาหารไทยและประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และการแลกเปลี่ยนระหว่างคนจีนกับคนไทยก็เพิ่มมากขึ้นด้วย”เธอกล่าว

ต้มยำกุ้งของร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง ในนครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง / Xinhua

ครอบครัวของเมธินีผูกพันกับธุรกิจร้านอาหาร ตาของเธอเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศไทย น้าของเธอเป็นคนทำขนมเค้ก ส่วนแม่ของเธอดูแลเรื่องชานม ตอนเด็กๆ เมธินีมักจะเข้าครัวเพื่อช่วยงานและทำงานอื่นๆ จึงได้เรียนรู้ทักษะการทำอาหารตั้งแต่นั้นมา

“ฉันพยายามทำอาหารให้เหมือนกับต้นตำรับให้มากที่สุด ควรเผ็ดแบบไหนก็ต้องเผ็ดแบบนั้น เวลาเปรี้ยวก็ต้องเปรี้ยวให้เต็มที่ ที่หนานหนิงมีวัตถุดิบสดใหม่ของไทยทุกชนิด จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ และต้นทุนก็ไม่ได้สูงขึ้น ซึ่งเป็นข้อดีจากการสร้างความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างจีน-ไทย และ จีน-อาเซียน อย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศนับวันก็ยิ่งสะดวกสบาย” เมธินีกล่าว

เมธินี (ซ้าย) เจ้าของร้านอาหารไทยในนครหนานหนิง สาธิตวิธีการทำเมนูต้มยำกุ้งให้ลูกค้า / Xinhua

เมธินีเล่าว่าตอนมาหนานหนิงครั้งแรก สถานที่หลายแห่งยังไม่ได้รับการพัฒนาและยังไม่มีรถไฟใต้ดินให้บริการ แต่วันนี้หนานหนิงเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 “สถานที่จัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนก็ตั้งอยู่ที่หนานหนิงอย่างถาวร หลายประเทศในอาเซียนมีสถานกงสุลอยู่ที่นี่ หนานหนิงเจริญขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นตัวฉันเองที่เปลี่ยนจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของธุรกิจได้ และเชื่อว่าอนาคตจะดียิ่งขึ้น”

 Aerial photo shows a train running on Nanpan River Railway Bridge along the Nanning-Kunming Railway, Feb. 25, 2021. (Xinhua/Zhang Ailin)

“อีกเหตุผลที่ฉันเลือกที่จะอยู่ที่นี่คือคนที่นี่ใจดี โอบอ้อมอารี และจริงใจ” เมธินีกล่าวด้วยภาษาจีนติดสำเนียงหนานหนิง

เมื่อการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19) สิ้นสุดลง เมธินีตั้งใจจะพาแม่ที่อยู่ในประเทศไทยมาอยู่ที่หนานหนิงด้วยกันและพัฒนาธุรกิจของเธอในหนานหนิงต่อไป

“ในอนาคต ฉันอยากจะเปิดร้านในเมืองแห่งอื่นๆ ของจีน ให้ผู้คนเข้าใจอาหารไทยและประเทศไทยมากขึ้น ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างกัน” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...