โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"หนังราชสีห์" สำคัญไฉน พระเจ้าเอกทัศฝากทหาร ตรัส "อย่าให้พม่าได้ไป" ก่อนเสียกรุง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 พ.ค. 2567 เวลา 15.24 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 18.31 น.
ภาพจิตรกรรมแสดงเหตุการณ์กองทัพพม่าโจมตีกรุงศรีอยุธยา สมัยเสียกรุงครั้งที่ 2 จากอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

แบบแผนธรรมเนียม “พระราชพิธีราชาภิเษก” แต่ละสมัยบ่งบอกถึงความสำคัญและรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ได้มากมาย ของชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งที่ยังเป็นข้อสังเกตว่าเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีราชาภิเษกสมัยกรุงเก่าหรือไม่ อย่างไร มีชื่อของ“หนังราชสีห์” ที่ว่ากันว่า พระเจ้าเอกทัศ ตรัสให้ทหารรักษาพระองค์รักษาไว้ให้ดีเมื่อครั้งพม่าล้อมกรุง

ในบรรดาการศึกษาสืบค้นข้อมูลรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ไทยแต่ละยุคสมัย ข้อมูลเรื่องแบบแผนลักษณะการราชาภิเษกและพระราชพิธีราชาภิเษกตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ จากการราชประเพณีในราชสำนักนั้น สามารถบ่งชี้ความหมายของพระราชกรณียกิจและคติความเชื่อต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ได้

บุหลง ศรีกนก นักวิชาการอิสระ เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่สืบค้นข้อมูลราชประเพณีสมัยอยุธยาตอนปลายในกรณีศึกษาพระราชพิธีราชาภิเษก พบว่า ครั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี ได้โปรดให้เจ้าพระยาเพ็ชรพิไชย เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี พระยาราชสงคราม และพระยาอุไทยมนตรี ร่วมกันสอบค้นตำรา และสอบถามผู้รู้แบบแผนธรรมเนียมครั้งกรุงเก่า เพื่อศึกษาเป็นแบบอย่างการพระราชพิธีราชาภิเษก และโปรดให้สร้างเครื่องขัตติยราชูปโภคทุกหมวดหมู่ไว้ให้ครบถ้วน

ผู้ศึกษาสืบค้นระบุว่า มีการเลือกแบบแผนการพระราชพิธีราชาภิเษกในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร มาเป็นแบบอย่างการราชาภิเษกสมโภช รวมทั้งได้มีการเรียบเรียงตำราปัญจราชาภิเษก หรือลักษณะราชาภิเษก 5 ประการ

เมื่อนำแบบแผนของการพระราชพิธีราชาภิเษกครั้งสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร กับการพระราชพิธีราชาภิเษกสมโภชสมัยรัตนโกสินทร์ ในครั้งรัชกาลที่ 1 มาเปรียบเทียบกัน จึงพบว่า ได้มีการนำพระราชพิธีราชาภิเษกสมัยราชวงศ์บ้านพลูหลวงมาเป็นแบบอย่าง และเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายให้ครบสมบูรณ์

ประการสำคัญคือ โปรดให้สร้างเครื่องมงคลราชูปโภคทั้งปวง ซึ่งสูญหายไปเมื่อครั้งกรุงเก่าขึ้นมาใหม่จนครบตามราชประเพณีโบราณ บางส่วนมีโปรดให้สร้างเพิ่มเติมในสมัยรัตนโกสินทร์

ข้อสังเกตคือ โปรดให้สร้างสิ่งที่เป็นพระบรมราชานุสรณ์แห่งพระวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รักษาไว้ และเชิญตั้งในการพระราชพิธีราชาภิเษกสืบเนื่องกันต่อมาจนเสียกรุง อันได้แก่ พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง, พระแสงดาบคาบค่าย, พระแสงของ้าวเจ้าพระยาแสนพลพ่าย พระมาลาเบี่ยง

ในบรรดาสิ่งสำคัญยังมี “หนังราชสีห์” ที่ยังคงเป็นปริศนาว่าเกี่ยวเนื่องกับ พระราชพิธีราชาภิเษก ครั้งกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ อย่างไร

สำหรับที่มาของหนังราชสีห์นี้ ผู้ศึกษาอ้างอิง“คำให้การ” จาก “เฒ่าษา” อายุ 85 ปี นำมาทูลเกล้าฯ ถวายในสมัยรัชกาลที่ 2 อ้างว่า สามีเป็นขุนหมื่นในกรมรักษาพระองค์ เมื่อพม่าล้อมกรุงเอาไฟเผา ได้เข้าไปอยู่ในพระราชวัง ตามเสด็จสมเด็จพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ (ในคำให้การว่า ธินั่งสุรามริน) หรือสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ

ถึงประตูได้ส่งหนังราชสีห์ห่อกระดาษหลายชั้น ทรงตรัสว่าให้เก็บหนังราชสีห์ไว้ให้ดีอย่าให้พม่าเอาไปได้

เฒ่าษา ผู้เป็นภรรยาได้เก็บรักษาไว้ ต่อมาจนถึงจุลศักราช 1175 (ในรัชกาลที่ 2) ได้เอาหนังราชสีห์มาที่เรือนนายฤทธิณรงค์ และพบกับบิดานายฤทธิณรงค์ เห็นว่าเป็นของประหลาด อาจเป็นของต้องพระราชประสงค์ จึงให้นายฤทธิณรงค์ดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

บุหลง ศรีกนก อ้างอิงว่า สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า เข้าใจว่า เมื่อถามคำให้การแล้ว จะไม่ทรงเชื่อว่าเป็นหนังราชสีห์ แต่ทรงเห็นว่ามีความประหลาดในพระราชพงศาวดารแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ มีแขกหรือฝรั่งชื่อ อะลังกะปูนี นำสิงโตเข้ามาถวาย หนังราชสีห์ที่มีในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเอกทัศเห็นจะเป็นหนังสิงโตตัวนั้น

ในสมัยรัชกาลที่ 4 เจ้าพระยารวิวงศมหาโกษาธิบดีได้ติดต่อนักปราชญ์ฝรั่งเศสให้ส่งราชสีห์เข้ามา เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นักปราชญ์ฝรั่งเศสได้ราชสีห์มาแล้วถอดเนื้อกระดูกออก ประกอบยารักษาไม่ให้ผุพัง ใส่สำลีขึ้นรูปให้เหมือนราชสีห์เป็นๆ และมีหนังราชสีห์อีกผืนมาทูลเกล้าฯ ถวาย โดยรูปสตัฟฟ์ราชสีห์ นี้พบว่า โปรดให้ตั้งประดับในท้องพระโรงพระที่นั่งอนันตสมาคมในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์

สมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อมีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชใน พ.ศ. 2454 มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ตั้งแต่งพระที่นั่งภัทรบิฐในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ลาดหนังไกรสรราชสีห์ทั้งผืน หันหน้าไปทางตะวันออก ห้อยมือและเท้าซ้ายลงข้างเก็จรองพระบาท ทอดกระดานพิงพระนารายณ์ทรงครุฑบนหนังไกรสรราชสีห์

พระที่นั่งภัทรบิฐที่ปูหนังไกรสรราชสีห์ ผู้สืบค้นสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นราชสีห์สตัฟฟ์ทั้งตัว ที่ได้มาในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยที่กองราชูปโภคของสำนักพระราชวังก็มีเก็บหนังราชสีห์อยู่จนทุกวันนี้

เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับหนังราชสีห์เหล่านี้ และหนังราชสีห์ตามคำให้การที่ พระเจ้าเอกทัศ โปรดให้เก็บรักษาให้ดีเมื่อครั้งเสียกรุงนั้น บุหลง ศรีกนก แสดงความคิดเห็นว่า หนังราชสีห์น่าจะมีความสำคัญเนื่องในพระมหากษัตริย์ครั้งกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องในการพระราชพิธีราชาภิเษก

เชื่อมโยงกับการ พระราชพิธีราชาภิเษก สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5 (พระเจ้าปราสาททอง) ตามพระราชพงศาวดารพรรณนาว่า “…แต่งตั้งสุวรรณบัลลังก์รัตนราชาอาสน์ลาดด้วยหนังราชสีห์ มีมหาเศวตฉัตร…” ซึ่งบ่งชี้ว่าหนังราชสีห์น่าจะใช้ปูลาดพระที่นั่งบนมหาปราสาทในพระราชพิธีราชาภิเษกมาแล้ว จึงมีแนวโน้มทำให้พระเจ้าเอกทัศทรงมีรับสั่งให้รักษาไว้ให้ดี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

บุหลง ศรีกนก. “ราชประเพณีสมัยอยุธยาตอนปลาย : กรณีศึกษาพระราชพิธีราชาภิเษก”. ยุคอวสาน กรุงศรีฯ ไม่เคยเสื่อม. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน, 2561

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หนังราชสีห์” สำคัญไฉน พระเจ้าเอกทัศฝากทหาร ตรัส “อย่าให้พม่าได้ไป” ก่อนเสียกรุง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...