โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปาล์มร่วงหนัก โรงสกัดอ้างสต๊อกเต็มจับตาลอบนำเข้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2562 เวลา 10.58 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2562 เวลา 10.48 น.

จี้รัฐบาลคุมลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบทุบราคาในประเทศดิ่ง เกษตรกร 26 จังหวัดรวมตัวเตรียมตั้ง “สมาคมปาล์มน้ำมันพัฒนาความยั่งยืน” ครั้งแรกผลักดันมาตรการดูแลผลปาล์ม ด้านกรมการค้าต่างประเทศชี้ตัวเลขนำเข้าถูก กม.มีแค่ 2 พันตัน โยนกรมศุลฯคุมผ่านแดนสกัดลักลอบ

นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานคณะกรรมการด้านปาล์มน้ำมันและพืชพลังงาน สภาเกษตรกรแห่งชาติ และในฐานะกรรมการในคณะกรรมการนโยบายปาล์มนํ้ามันแห่งชาติ (กนป.) กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรทั้ง 26 จังหวัดเตรียมจัดตั้ง “สมาคมปาล์มน้ำมันพัฒนาความยั่งยืน” ขึ้นมา

เพื่อเป็นองค์กรในการประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกับภาครัฐ ภายหลังจากกลุ่มเกษตรกรหลายพื้นที่ได้หารือถึงสถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมัน (เปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20%) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือ กก.ละ 2.80-3.10 บาท จากเมื่อ 4 วันก่อนเคยมีราคา กก.ละ 3.80-4.20 บาท โดยเกษตรกรรายงานว่า ผู้ประกอบการโรงสกัดหลายพื้นที่แจ้งว่าไม่มีพื้นที่เก็บสต๊อกทำให้ไม่สามารถรับซื้อผลผลิตเพิ่มได้ แต่เกษตรกรก็ไม่สามารถหยุดการตัดปาล์มได้เพราะจำเป็นจะต้องหารายได้

“เรื่องสต๊อกเต็มเกษตรกรเห็นว่าไม่น่าเป็นไปได้ ผลผลิตน้อย และภาครัฐรายงานว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบลดลงจากที่ผ่านมามาก จะสต๊อกเต็มได้อย่างไร จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมาจากการลักลอบนำเข้าหรือการถ่ายลำผ่านแดนโดยที่น้ำมันปาล์มดิบไม่ได้ออกไปยังประเทศที่ 3 แต่กลับไหลเข้ามาที่ไทย หรือการสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่ เกษตรกรจึงต้องการให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ว่าเป็นจริงหรือไม่

สอดคล้องกับนายชโยดม สุวรรณรัตนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า ราคาปาล์มน้ำมันในกระบี่ลดลงเหลือ กก.ละ 2.80 บาทจากเดิมราคากว่า 3 บาท ทั้งที่ราคาควรปรับขึ้นเพราะผลผลิตออกสู่ตลาดเพียง 20%เท่านั้น ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ลดลงเหลือ กก.ละ 16-17 บาท จากเดิมกก.ละ 20 บาท

ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดโดยมีการตั้งข้อสังเกตจากปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมาจากการลักลอบนำเข้าจากราคาน้ำมันปาล์มในประเทศสูงขึ้นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ขณะนี้ผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิเสธไม่รับซื้อน้ำมันปาล์มเพราะอ้างว่าสต๊อกเต็ม และต้องการดูแลเรื่องโครงสร้างราคาด้วย

ด้านนายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ราคาปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคกลางปรับลดลงเช่นกัน จากเดิม กก.ละ 3.50 บาท ปัจจุบันเหลือ กก.ละ 3.10 บาท ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่น้อยอยู่แล้ว เกษตรกรมองว่าผู้ประกอบการกดดันราคาเพื่อที่จะให้โรงไฟฟ้าเข้ามารับซื้อหรือไม่ เนื่องจากซื้อปาล์มในราคาที่ถูกและนำไปจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น โดยกรณีนี้ทางกลุ่มเกษตรกรได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้ามาติดตามดูแลเรื่องนี้

อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกษตรกรได้รับผลกระทบ ส่วนการจัดตั้งสมาคมขึ้นมาใหม่นั้น เกษตรกรเห็นด้วยเนื่องจากเป็นการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทั้ง 26 จังหวัดเข้าด้วยกัน ซึ่งจะจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพื่อที่จะมีพลังในการประสานงานกับภาครัฐและมีพลังในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มจะมีสมาคมของแต่ละพื้นที่โดยไม่ได้รวมตัวกัน ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาเรื่องของปาล์มน้ำมัน

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามเรื่องของการขออนุญาตนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศตามโควตาองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นหลัก ส่วนกรณีการถ่ายลำผ่านแดน สำแดงเท็จ หรือการลักลอบอาจต้องไปติดตามข้อมูลจากศุลกากรซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ติดตามเรื่องนี้

สำหรับการนำเข้าตามโควตา WTO กำหนดให้องค์การคลังสินค้านำเข้าปริมาณปีละ 4,860 ตัน จากปี 2561-2563 จากนั้นจะพิจารณาทบทวนโควตาทุก 3 ปี ส่วนการนำเข้านอกโควตานั้น ผู้นำเข้าต้องเป็นผู้ประกอบการโรงสกัดและผู้ประกอบการปาล์มน้ำมันก็ได้ จะต้องเสียภาษีนำเข้า 143%

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์นำเข้ามีปริมาณน้อย โดยในปี 2561 นำเข้าน้ำมันปาล์ม 2,285 ตัน ลดลงจากปี 2560 ที่นำเข้า 15,527 ตัน มีมูลค่า 50 ล้านบาท ลดลงจากปี 2560 ที่มีมูลค่า 419 ล้านบาท และล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2562 นำเข้า 1.20 ตัน มูลค่า 1 แสนบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...