โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไทยเสี่ยง "เงินฝืด" "ธุรกิจ-ผู้ออม" อ่วม จี้รัฐรับมือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2563 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 03.36 น.
FILE PHOTO: REUTERS/Valentyn Ogirenko

ว่ากันว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ภาวะ “เงินฝืด” หลังอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. ติดลบที่ -3.44% ต่อปี ซึ่ง “ติดลบต่อเนื่อง” เดือนที่ 3 และติดลบ“ต่ำสุด” ในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2552

อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมายืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่เข้าข่ายเงินฝืดตามนิยามของการดำเนินนโยบายการเงิน แต่ก็ยอมรับว่ามีความเสี่ยง หากเศรษฐกิจไทยหดตัวลึกหรือฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินมาก

“ดร.ยรรยง ไทยเจริญ” รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า ปีนี้ไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืดมากขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง และปัจจุบันการบริโภคและการใช้จ่ายชะลอตัวด้วย ซึ่งต้องติดตามราคาสินค้าและบริการที่มีผลต่อเงินเฟ้อพื้นฐาน และ ต้องดูว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นบวกในปี 2564 ได้หรือไม่

“ความเสี่ยงเงินฝืดปีนี้มีมากขึ้น หากเงินเฟ้อยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นเวลานาน แล้วมองไปข้างหน้าเงินเฟ้อยังติดลบ เศรษฐกิจยังติดลบลึกและนาน ครัวเรือนไม่ใช้จ่าย เราอาจจะก้าวสู่ภาวะเงินฝืดได้ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าหากไทยมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ภาครัฐจะมีเครื่องมือและมาตรการเข้ามาดูแลเพิ่มเติม”

“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ชี้ว่าหากไทยเกิดภาวะเงินฝืด จะทำให้ 1.ผู้ประกอบธุรกิจไม่มีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้า 2.ราคาสินค้าที่ถูกลงไปเรื่อย ๆ จะทำให้คนรอ ไม่รีบซื้อ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงัก 3.ผู้ประกอบการไม่กล้าสต๊อกสินค้าล่วงหน้าเพราะกลัวขาดทุน ทำให้บรรยากาศการค้าขาย “เงียบสงัด” และ 4.ภาวะเงินฝืดจะทำให้ดอกเบี้ยต่ำมาก กระทบการออม-ลงทุน โดยเฉพาะของผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณอายุ

“ข้อเสียของเงินฝืดก็คือ คนรู้สึกว่าดูผลตอบแทนจากการใช้เงินในวันนี้แล้ว เก็บเงินไว้ดีกว่า ซึ่งตอนนี้อาจจะมองกันว่า เรายังไม่ถึงขั้นนั้น แต่หากไปดู nominal wages (ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน) เฉลี่ยในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ปรับขึ้นเลย แสดงว่าพอเงินเฟ้อไม่เพิ่ม ค่าจ้างแรงงานก็ไม่ขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยง แต่เชื่อว่าประเทศไทยยังไม่น่าเกิดเงินฝืด เนื่องจากคาดว่าโควิด-19 จะจบลง และเริ่มฟื้นเศรษฐกิจได้เพียงแต่ไทยจะต้องอยู่กับภาวะเงินเฟ้อต่ำไปอีกนานพอสมควร โดยที่ผ่านมาไทยอยู่ในโหมดเงินเฟ้อต่ำมาตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด-19 อยู่แล้ว ยิ่งล่าสุด เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงมาเหลือ 0% จากที่ไม่เคยลงมาต่ำขนาดนี้ นับตั้งแต่ปี 2552 จึงทำให้ค่อนข้างน่าตกใจ สะท้อนว่าความต้องการซื้อในประเทศ (ดีมานด์) ที่แย่ลงมาก

“อาจจะยังไม่ใช่ภาวะ deflation (เงินฝืด) แต่เป็นภาวะ low inflation (เงินเฟ้อต่ำ) ซึ่งพอเกิดโควิด ก็ทำให้แนวโน้มดูเลวร้ายลงไป เพราะราคาน้ำมันลดลงเร็วมาก และดีมานด์หายไปจริง ๆ เห็นชัดได้จากราคารถยนต์ และราคาบ้านที่ลดลง และสินค้าบางอย่างส่งไปต่างประเทศไม่ได้ ทำให้คนในประเทศซื้อได้ในราคาที่ถูกลง ตัวอย่างชัด ๆ คือ ทุเรียน สิ่งที่ต้องกังวลคือ ภาวะแบบนี้จะเป็นต่อเนื่องหลังโควิดจบ หรือแค่ช็อกชั่วคราว”

“ดร.พิพัฒน์” บอกด้วยว่า อีกปัจจัยที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดเงินฝืดก็คือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งหากกลับไปแข็งค่ามาก ๆ เหมือนที่เคยเผชิญ ก็มีโอกาสที่ไทยจะเกิดเงินฝืดตามรอยญี่ปุ่น โดยต้องจับตาว่า ธปท.จะดูแลเรื่องค่าเงินบาทอย่างไรต่อไป เพราะขณะนี้เครื่องมือก็เริ่มหมด เนื่องจากการลดดอกเบี้ยนโยบายทำได้จำกัดแล้ว

ขณะที่ “ดร.เชาว์ เก่งชน” กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สถานการณ์เงินเฟ้อที่ติดลบมา 3 เดือนต่อเนื่อง เกิดจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำเป็นตัวถ่วงหลัก ซึ่งไทยต่างจากญี่ปุ่นที่เงินฝืดกว่า 10 ปี เพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่น ไม่ใช้จ่าย กอดเงินสดไว้ ส่วนผู้ประกอบการขายสินค้าไม่ได้ ต้องตัดราคากัน ทำให้คนรอซื้อสินค้าถูก เกิดเป็นวัฏจักรที่ยืดเยื้อ

“ไทยไม่เป็นแบบญี่ปุ่น เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันเริ่มกระเตื้องแล้ว และหากโควิดไม่ระบาดหนักรอบ 2 เศรษฐกิจก็คงเริ่มฟื้นตัวได้ ซึ่งเงินเฟ้อก็คงเริ่มดีขึ้น เงินเฟ้อที่ติดลบตอนนี้น่าจะเป็นประเด็นชั่วคราว แต่ในกรณีเลวร้ายอย่างธนาคารกลางญี่ปุ่น ต้องใช้เงินจำนวนมากดูแล ดังนั้น ทางที่ดี เราก็ต้องไม่ให้เกิด ต้องควบคุมโควิดไม่ให้รุนแรงจนต้องล็อกดาวน์อีก และรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง”

“ดร.เชาว์” ชี้ว่า งบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทนั้น จะเป็นตัวช่วยประคองเศรษฐกิจไทยได้ โดยรัฐบาลควรจะทยอยใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กับการควบคุมการระบาดของโควิดรอบ 2 ไม่ให้รุนแรง

ถ้าไทยต้องเผชิญกับภาวะเงินฝืดอย่างที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญคงไม่ดีแน่ ดังนั้น รัฐบาลก็คงต้องหาทางรับมือไว้แต่เนิ่น ๆ ส่วนจะทำอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...