โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ภัยร้าย! ก้อนเนื้อบวมเป่งลามไปทั่ว สาเหตุจากการ " เจาะหู " หลายรู

Khaosod

อัพเดต 04 ก.ย 2561 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2561 เวลา 14.25 น.
เจาะหูจนเป็นโรคคีลอยด์

ภัยร้าย! โซเชียลแชร์ว่อน เจาะหู หลายรู จนกลายเป็นโรคคีลอยด์ ก้อนเนื้อบวมลามทั่วใบหู แนะรีบเข้ารับการรักษา

ภัยร้าย! การ เจาะหู / เพจ Red Skull Z ได้โพสต์ภาพหญิงสาวคนหนึ่งที่มีก้อนเนื้อนูนขึ้นมาบริเวณใบหู โดยอธิบายรายละเอียดไว้ว่า คีลอยด์ คือ แผลเป็นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะนูนและขนาดอาจขยายใหญ่กว่ารอยแผลที่เกิดขึ้น ส่วนที่มีแนวโน้มการเกิดคีลอยด์มากกว่าบริเวณอื่น ๆ ได้แก่ หน้าอก หัวไหล่ หลัง ลำคอ และติ่งหู วิธีการรักษาที่ใช้บ่อยๆคือ การฉีดสเตียรอยด์ และการผ่าตัด”

ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัก เจาะตามร่างกาย หรือการผ่าตัดศัลยกรรมใด ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น หากเกิดแผลขึ้นตามร่างกาย ควรรีบรักษาทันที เพื่อให้แผลนั้นหายเร็วขึ้นและมีโอกาสเกิดแผลเป็นน้อยลงค่ะ รูปภาพขออนุญาตผู้ป่วยแล้วค่ะ ผู้ป่วยรายนี้เป็นหลังจากการเจาะหูหลายๆ รู คีลอยด์เกิดตามรอยเจาะทุกตำแหน่งทั้งที่ติ่งหูและใบหูค่ะ

แพทย์อธิบายเกี่ยวกับโรคคีลอยด์

โดยแพทย์หญิงปิติพร เวชอัศดร ได้กล่าวตอบคำถามผู้ป่วยโรคคีลอยด์ ไว้ในเว็บไซต์ พบแพทย์ ว่า ก้อนที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคีลอยด์ ซึ่งมักจะพบบ่อยที่ใบหู หัวไหล่ หน้า ซึ่งหลังจากการบาดเจ็บมีการสร้างเนื้อเยื่อขี้นมาเอง

วิธีรักษาโรคคีลอยด์

แต่ถ้าสร้างมากเกินไปหรือ สร้างผิดไปจะทำให้มีปัญหาเรื่องก้อนขึ้นมาได้และก้อนจะโตขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นให้เกิดจากบาดเจ็บหรือการเสียดสีบ่อยๆ อย่างไรก็ตามก็ต้องแน่ใจว่าไม่ใช่ก้อนไขมัน หรือ ก้อนที่เกิดจากตัวกระดูกเอง การรักษาถ้าเป็นคีลอยด์จะใช้การฉีดยาเข้าที่ก้อนดังกล่าว

อ่าน ความหมาย คีลอยด์ ข้อมูลจากเว็บไซต์ พบแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...