โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

4 ขั้นตอนสร้าง Smart Business (ที่ไม่ง่าย) สไตล์ Ailbaba

Marketing Oops

อัพเดต 08 ต.ค. 2561 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 04.05 น. • Oops Hardcore

พูดถึง Ailbaba คงไม่มีใครไม่รู้จักในฐานะบริษัท E-Commerce และธุรกิจที่เกี่ยวข้องจากจีนโดยมีแจ็ค หม่าเป็นผู้นำบริษัทจนประสบความสำเร็จทั้งในจีนและเอเชีย Ailbaba ทำรายได้ไปจาก 8.4 พันล้านเหรียญในปี 2014 ไปถึง 39.9 พันล้านเหรียญในปี 2018 ราวๆเกือบ 4 เท่าของปี 2014

ซึ่งปัจจัยความสำเร็จอย่างหนึ่งของ Ailbaba คงหนีไม่พ้นเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการข้อมูล Ailbaba ทำได้อย่างไร มาดู 4 ขั้นตอนไปพร้อมๆกัน

 

1478883685_58

1. มีข้อมูลรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

ความท้าทายอย่างหนึ่งของการเก็บข้อมูลของลูกค้าคือจะทำอย่างไรที่ธุรกิจจะรู้ข้อมูลของลูกค้าแบบเรียลไทม์ได้ Ailbaba เลยเอา Machine Learning มาใช้ในการเก็บข้อมูล อย่างเช่นธุรกิจให้เช่ารถจักรยาน ถ้าเป็นการทำธุรกิจให้เช่นทั่วๆไป ลูกค้าต้องเช้ามาที่ร้าน วางเงินมัดจำ มีคนมาส่งมอบจักรยานให้ลูกค้าเอาไปใช้และเอามาคืนแล้วก็จ่ายค่าเช่า

alibaba4

แต่ที่ Ailbaba พยายามเอานวัตกรรมมาปรับวิธีการทำธุรกรรมให้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าแค่ใช้สมาร์ทโฟน ค้นหาจักรยานที่ใกล้ตัวเองที่สุด สแกน QR Code ที่จักรยานเพื่อปลดล็อกจักรยาน แล้วเอาไปใช้เลย และก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าจะชักดาบ เพราะแอปฯสามารถเช็คประวัติเครดิตทางการเงินของลูกค้าได้หมดเลย พอจะคืนจักรยาน หลังจากที่ลูกค้าล็อกจักรยาน เงินของลูกค้าในบัญชีก็จะถูกหักให้กับร้านทันที ทั้งสะดวก ไม่ยุ่งยาก ตัดขั้นตอนการมัดจำและจ่ายเงินแบบเดิมๆเพราะ Ailbaba เข้าถึงข้อมูลการใช้จ่ายเงินของลูกค้าหมด

 

2. มีซอฟท์แวร์รองรับการตัดสินใจของผู้ซื้อผู้ขายสินค้า

ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าเวลาลูกค้าตัดสินใจซื้อของ ลูกค้าตัดสินใจซื้ออย่างไร แล้ว Ailbaba ถึงจะใช้ซอฟท์แวร์ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น อย่างเช่น Taobao ที่เป็นเว็บไซต์ขายของที่ Ailibaba ตอนนี้เป็นเจ้าของอยู่ ก็มีซอฟท์แวร์ส่งข้อความแชทที่ไม่ได้แค่มีฟังก์ชั่นส่งข้อความ แต่มีฟังก์ชั่นให้คนขายของสามารถเป็นฝ่ายทักลูกค้า แนะนำสินค้า และมีฟังก์ชั่นให้ลูกค้าต่อราคาได้ เสมือนว่าลูกค้ากับพ่อค้าแม่ค้าได้ซื้อขายของกันหน้าร้านจริงๆ

Images Of Alibaba Group Holding Ltd.

ที่เหนือกว่านั้นคือซอฟท์แวร์ที่ให้ลูกค้าสามารถออกแบบหน้าร้านออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง คนขายของก็สามารถเข้าถึงซอฟท์แวร์ตัวอื่นๆเพื่อออกโปรโมชั่นลดราคาได้ ที่ต้องมีซอฟท์แวร์รองรับทุกการกระทำของผู้ซื้อและพ่อค้าแม่ค้าเพราะ Ailbaba ต้องการเก็บข้อมูลไปพัฒนาเทคโลโลยีต่อนั่นเอง

 

3. วางระบบให้ข้อมูลไปถึงทุกคนที่ทำธุรกิจ

ระบบการแนะนำสินค้าของ Ailbaba ไม่ได้แนะนำแค่จากพฤติกรรมการซื้อของของลูกค้าที่ผ่านๆมาเท่านั้น เพราะระบบการแนะนำสินค้าที่ว่ามันเชื่อมต่อระหว่างข้อมูลโปรไฟล์บนสื่อสังคมออนไลน์ของลูกค้าทั้งหมด กับระบบการจัดการคงคลังของพ่อค้าแม่ค้า

ฟังเผินๆอาจจะไม่ได้ว้าวอะไรมาก แต่ถ้าลองคิดดูแล้ว การจัดการข้อมูลแบบนี้ทำให้ระบบไม่ได้แนะนำสินค้าแบบลอยๆ แต่จะแนะนำสินค้าที่นอกจากจะตรงกับความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังแนะนำสินค้าที่ยังอยู่ในโกดังด้วย (คือเช่นถ้าของหมดจากคลัง ระบบก็จะไม่แนะนำ)

ซึ่งระบบจะทำเรื่องใหญ่แบบนี้ได้ดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลจากผู้ซื้อและคลังของผู้ขายผ่านเข้าระบบได้ดีแค่ไหนด้วย

Untitled design

 

4. วางอัลกอริธึ่ม กำหนดไปเลยว่า Machine Learning มีหน้าที่อะไร

ชัดเจนว่าหน้าที่ไหนถึงจะเหมาะสมกับธุรกิจ เช่นแต่ก่อนคงเป็นไปไม่ได้ที่ธุรกิจจะรู้ใจรู้ความต้องการของลูกค้าแต่ละคนที่แตกต่างกัน แต่เดี๋ยวนี้ Machine Learning ทำให้ลูกค้าสามารถเปิดเว็บไซต์ที่ถูกจัดเรียงและออกแบบสำหรับแต่ละคนได้

แต่ทำไมต้องทำขนาดนี้? คำตอบคือเพราะต้องการดึงความสนใจให้ลูกค้าซื้อของมากที่สุด เว็บฯจะพยายามโชว์เน้นสินค้าและฟังก์ชั่นที่ลูกค้าใช้บ่อยๆไว้หน้าๆใหญ่ๆ เป็นต้น

ส่วน Chatbot ของ Taobao ที่ Ailbaba เป็นเจ้าของก็ถูกฝึกจากพ่อค้าแม่ค้าที่รู้เรื่องสินค้าที่ตัวเองขายเป็นอย่างดี ให้ Chatbot เรียนรู้และตอบคำถามลูกค้าได้แม่นตรงกับที่ลูกค้าถามมากที่สุด ฟังดูเป็นเรื่องปรกติสำหรับ Chatbot ทั่วๆไป แต่ Chatbot ของ Ailbaba ทำได้มากกว่าแค่ตอบคำถาม แต่ไปจัดการแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ด้วย ไม่ต้องรอคนมาแก้ แถมคอนเฟิร์มให้ลูกค้าด้วยนะว่า ปัญหาของลูกค้าได้รับการแก้ไขแล้ว เราได้เห็นความสามรถของ Chatbot ของ Ailbaba ในปีที่แล้วที่คอยตอบคำถามลูกค้ากว่า 95% จากลูกกค้ากว่า 3.5 ล้านคนในวันช็อปกระหน่ำของ Ailbaba

ผลคือยอดขายที่ Chatbot ทำได้นั้นมากกว่ายอดขายจากคนธรรมดาถึง 26 เท่า! นี่แค่เฉพาะ Senna (ยี่ห้อชาของ Ailbaba) เท่านั้น

4

 

จะว่าไปแล้ว Ailbaba เริ่มธุรกิจจากธุรกิจอินเตอร์เน็ตและข้อมูบมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ทำให้ Ailbaba ตั้งต้นพัฒนาเทคโลยีได้เร็วกว่าบริษัทอื่นที่แต่ก่อนไม่ได้ใช้เทคโนโลยี ธุรกิจไหนที่ได้ปรับตัวเอง ไม่นานก็คงอยู่ยาก ปรับตัวไม่ทันคู่แข่งแล้วครับ

 

แหล่งอ้างอิง

Ailbaba and the Future of Business โดย Harry Campbell จาก Harvard Business Review ฉบับเดือนกันยายน – ตุลาคม 2018

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...