โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จาก "รถพุ่มพวง" สู่การเป็นร้านในอุดมคติที่ยากจะเลียนแบบของ MUJI 

Brandbuffet

อัพเดต 18 ต.ค. 2563 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 09.51 น. • Brand Move !!
ขอบคุณภาพจาก Ryohin Keikaku

เมื่อปี 2019 มีข่าวชิ้นหนึ่ง นั่นคือการจับมือกันระหว่างเมืองซาคาตะ (Sakata) ในจังหวัดยามากาตะ และ Ryohin Keikaku บริษัทเจ้าของแบรนด์ MUJI เพื่อช่วยปลุกเมืองซาคาตะให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งภายใต้ชื่อ "Sakata Project"

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle Organizing School ที่ MUJI ตั้งขึ้น โดยมีการส่งพนักงาน 17 คนเข้าไปที่เมืองซาคาตะเมื่อช่วงซัมเมอร์ของปี 2019 เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และความต้องการของผู้คนในเมือง รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ จากนั้นก็กลับมาทำแผนปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับชาวเมือง และเสนอแผนนั้นกับผู้ว่าราชการจังหวัดอีกที

สาเหตุที่ MUJI ออกตัวขอช่วยขับเคลื่อนเมืองนี้มาจากข้อมูลที่ว่า อัตราการเกิดในพื้นที่ดังกล่าวลดต่ำลงมาก และประชากรที่อาศัยอยู่ก็เริ่มเป็นผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวไม่สะดวก ทำให้ทางบริษัทอยากจะหาโซลูชันเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น จึงเกิดเป็นโปรเจ็ครถพุ่มพวงสำหรับนำสินค้า MUJI ให้เข้าถึงผู้คนได้แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล

โดยสินค้า MUJI ที่จะไปกับรถคันนี้มีตั้งแต่ เครื่องเขียน เครื่องใช้ในครัว เครื่องใช้ในห้องน้ำ ถุงผ้า ฯลฯ

แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะคุณนาโนกะ มัตสึโมโตะ หนึ่งในพนักงาน MUJI ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับโปรเจ็คนี้เปิดเผยว่า รถพุ่มพวงของบริษัทไม่เพียงเป็นจุดนัดพบของคนในหมู่บ้านที่ได้มาพูดคุยกันระหว่างซื้อของ แต่ยังทำให้แบรนด์ MUJI เป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลด้วย

คุณนาโนกะ มัตสึโมโตะ พนักงาน MUJI Truck (ขอบคุณภาพจาก Ryohin Keikaku)

โดยเธอยอมรับว่า ยังมีคนญี่ปุ่นอีกไม่น้อยที่ไม่รู้จัก MUJI และไม่ทราบว่าแบรนด์ของเธอคืออะไร ซึ่งเมื่อนำเรื่องนี้ไปบอกเล่าในบริษัท ก็นำไปสู่คำตอบจาก MUJI ว่า ในเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ทางบริษัทจะมีการ "ปรับไลน์สินค้าใหม่" เพื่อให้คนที่มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายเข้าใจในความมุ่งมั่นของแบรนด์ เผื่อว่าพวกเขาจะสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าจาก MUJI มากขึ้น

"เราหวังว่าจะได้ยินเสียงจากลูกค้าอีกมาก ๆ เพื่อที่จะได้เข้าใจปัญหา และสามารถช่วยเหลือชุมชนในชนบทได้ดียิ่งขึ้น" คุณนาโนกะกล่าว

โดยปัจจุบัน คุณนาโนกะได้ย้ายตัวเองไปอยู่ในชุมชนดังกล่าวเรียบร้อย และบอกด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้คนในชุมชนนั้นไม่ได้เป็นแค่ลูกค้ากับคนขายของของ MUJI อีกต่อไป หากแต่เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเหมือนความสัมพันธ์ในอดีตที่คนในชุมชนจะซื้อของจากคนที่พวกเขารู้จัก และเชื่อใจ โดยในระหว่างซื้อก็จะมีการพูดคุยกันไปด้วย ซึ่งเธอมองว่า การซื้อขายในแบบนี้มีความสุขมากกว่าเพราะได้เชื่อมต่อกับผู้คนนั่นเอง

"สำหรับฉัน นี่คือร้านในอุดมคติที่เราสามารถเชื่อมต่อกับผู้คนรอบข้างได้อย่างสนิทใจ และหวังว่า หากวันหนึ่ง MUJI มาเปิดร้านในเมือง Sakata ผู้คนก็จะเข้ามาและพูดคุยกันอย่างมีความสุขเหมือนกัน" คุณนาโนกะกล่าวปิดท้าย

Source

Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...