โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จองคิวร้านตัดผม “วิถีใหม่” ต้องปฏิบัติ 7 ข้อ สุ่มตรวจผิด-ปิดทันที

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ค. 2563 เวลา 07.04 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2563 เวลา 07.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 3 พฤษภาคม 2563 เป็นวันแรกที่มีการผ่อนปรน กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต 6 กิจการ ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมาก ไปใช้บริการ-รอคิว ร้านเสริมสวย แต่งผม หรือตัดผม สำหรับบุรุษหรือสตรี ซึ่งให้เปิดเฉพาะบริการตัดผม สระผม แต่งหรือไดร์ผม โดยจัดร้านให้มีการระบายอากาศเพียงพอ

แต่ต้องงดเว้นบริการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสัมผัสถูกสารคัดหลั่งหรือเลือด เช่น แคะหู ตัดขนจมูก ทำเล็บ งดเว้นบริการที่มีระยะเวลานาน เช่น ทำสีผม ยืดผม จัดให้มีระบบนัดคิวล่วงหน้า และให้มารับบริการตามเวลานัด โดยไม่มีการนั่งรอคิวภายในร้าน

งดเว้นบริการที่ต้องใช้อุปกรณ์ร่วมกันที่ไม่สามารถทำความสะอาดทันทีหลังการใช้งานของลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น อุปกรณ์แต่งหน้า

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วย

  1. การเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ป้องกันโรค
    1.1 ให้ทำความสะอาดโดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของร้าน อุปกรณ์ก่อนและหลังการ ให้บริการ และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
    1.2 ให้เว้นระยะห่างระหว่างเก้าอี้ตัดผม อย่างน้อย 1.5 เมตร
    1.3 ควรให้มีฉากกั้นในการให้บริการ และลดการพูดคุยที่ไม่จำเป็นระหว่างให้บริการ
    1.4 ให้พิจารณาควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด ด้วยการลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลง เท่าที่จำเป็น และงดรอรับบริการภายในร้าน โดยถือหลักหลีกเลี่ยงการติดต่อสัมผัสระหว่างกัน
    1.5 ให้มีการเปลี่ยนผ้าคลุมตัดผมทุกครั้งที่ให้บริการ
    1.6 จัดการให้มีการระบายอากาศภายในร้านที่ดี
    1.7 อาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ตามความเหมาะสม และความจำเป็น หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ก็ได้

การเตรียมความพร้อมในการให้บริการ ต้องมีมาตรการคัดกรองอาการป่วย ต้องดำเนินการตาม “คู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19” สำหรับประเภทกิจการและกิจกรรม กลุ่มที่ 1 (สีขาว)

โดยก่อนเปิดให้บริการทุกวัน ให้มีการตรวจคัดกรองอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด สำหรับพนักงานทุกคน โดยอาจตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงานทุก ครั้ง และให้มีแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในการดูแล หรือส่งต่อผู้ที่มีอาการป่วยไป สถานพยาบาล เช่น กรณีพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ให้หยุดงาน และสังเกต อาการตนเองที่บ้าน

กรณีที่พบพนักงานบริการป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ ให้งดปฏิบัติงานจนกว่าอาการดีขึ้น จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งมาตรการป้องกันควบคุมโรคภายในร้าน ให้ผู้ใช้บริการ ทราบ

อาจพิจารณาจัดทำทะเบียนบันทึกผู้มีอาการป่วย ประกอบมาตรการฯ สำหรับพนักงาน และลูกค้า และอาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ได้ ตามความเหมาะสม หรือใช้มาตรการควบคุมด้วยการบันทึกข้อมูลและรายงานในบางพื้นที่ ได้ เช่น การใช้ Application สำหรับการลงทะเบียนและเป็นคู่มือการปฏิบัติ ได้แก่ App Thai.care

และต้องมีมาตรการในการป้องกันโรค สวมหน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัยทั้งผู้ให้บริการและผู้มารับบริการ ตลอดเวลาที่อยู่ใน ร้าน งดให้บริการผู้ที่มีอาการดังนี้ มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ เหนื่อยหอบ เปิดให้บริการได้ เฉพาะการตัดหรือซอย และไดร์ผม เท่านั้น กำหนดให้ใช้เวลาให้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมง ต่อผู้รับบริการ 1 คน

ต้องจัดให้มีการบันทึก รายชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ วันที่และเวลา ของลูกค้าทุกราย ที่มาใช้บริการ เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้ กรณี ต้องมีการสอบสวนโรค หรือ จัดให้มีการ ใช้ระบบกำกับติดตามผ่าน application และควรลดการใช้เงินสด และเปิดให้มีการรับชำระเงินผ่าน e-payment

โดยให้ร้านตัดผม/เสริมสวยประเมินตนเองก่อนการเปิดให้บริการ หลังจากเปิดให้บริการไปแล้ว 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ใน 1 เดือนแรกที่เปิดให้บริการ ให้ประเมินตนเอง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยใช้ระบบประชาสังคม รวมถึงสมาคมช่างผม – เสริมสวยแห่งประเทศไทย ในการช่วยสำรวจ ตักเตือน หรือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สสอ. / สสจ. หรือ อสม. ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง และสุ่ม ตรวจทุก 2 สัปดาห์

หากประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ในเกณฑ์การให้บริการข้อใด ให้หยุดให้บริการและปรับปรุงการ บริการจนกว่าจะผ่านเกณฑ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...