โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

Thaiware

อัพเดต 01 เม.ย. 2563 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2563 เวลา 05.30 น. • l3uch
โดยเป็นไดโนเสาร์สายพันธุ์เดิมที่เคยพบในทวีปอื่น 2 สายพันธุ์ และไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่อีก 1 สายพันธุ์

หลังจากที่ได้มีการค้นพบ ไดโนเสาร์บินได้ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ที่ประเทศพม่าไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีการตีพิมพ์ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Baylor ในวารสารวิชาการ Cretaceous (Cretaceous Research Journal) ว่ามีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ ค้นพบหลักฐานของการมีอยู่ของไดโนเสาร์จำพวก Pterosaurs (ไดโนเสาร์ประเภทสัตว์เลื้อยคลานชนิดบินได้) ที่อาศัยอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณทะเลทรายซาฮาร่า ในช่วง 100 ล้านปีก่อนถึง 3 สายพันธุ์ ด้วยกัน

โดยศาสตราจารย์Megan L. Jacobs นักธรณีชีววิทยา จากมหาวิทยาลัย Baylor ได้นำทีมร่วมกับDavid Martill นักบรรพชีวินวิทยาประจำมหาวิทยาลัย Portsmouth และคนอื่นๆ ในทีมทั้งจากประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา และ Morocco ในการขุดค้นหาหลักฐานของการมีอยู่ของไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์ทั้งสามสายพันธุ์นี้ที่ หมู่บ้าน Beggaa เมือง Erfoud ทางตอนใต้ของประเทศ Morocco

“การค้นพบพวก Pterosaurs นี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะปกติแล้วเราจะพบเห็นพวกมันในแถบยุโรป, อเมริกาใต้ และบางส่วนของเอเชียเท่านั้น แต่การค้นพบในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าไดโนเสาร์บินได้ในยุค Cretaceous นั้นอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกันด้วยเช่นกัน” Jacobs กล่าว

ซึ่งฟอซซิลของไดโนเสาร์ที่ค้นพบในครั้งนี้แบ่งออกเป็น ไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ 1 สายพันธุ์ และไดโนเสาร์สายพันธุ์เดิม ที่เคยมีการค้นพบในทวีปอื่นอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ฟอซซิลของ Anhanguera ที่ก่อนหน้านี้เคยพบแค่ในแผ่นดินบราซิล และฟอซซิลของ Ornithocheirus ที่พบในประเทศอังกฤษและในทวีปเอเชียตะวันออก

Anhanguera

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

ภาพจาก : https://www.nature.com/articles/d41586-019-01781-8

Ornithocheirus

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

ภาพจาก : https://www.newdinosaurs.com/ornithocheirus/

ส่วน ไดโนเสาร์บินได้สายพันธุ์ใหม่ ที่เพิ่งค้นพบนี้ได้รับการตรวจสอบหาอายุจากกระดูกบริเวณขากรรไกรและฟันของมันเป็นที่เรียบร้อยว่ามันน่าจะเป็นไดโนเสาร์ที่มีชีวิตอยู่ในช่วง Cretaceous ตอนกลาง และอาศัยอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า Kem Kem Beds (ประเทศ Morocco และ Algeria ในปัจจุบัน) เช่นเดียวกับไดโนเสาร์ประเภทอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในยุคเดียวกันนี้

และเมื่อพิจารณาจากกระดูกของมันก็คาดว่าน่าจะ มีปีกที่สยายได้กว้างราว 3-4 เมตร ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร แต่น้ำหนักของมันน่าจะน้อยกว่าที่หลายคนจินตนาการไว้ เพราะกระดูกส่วนปีกของมันมีลักษณะค่อนข้างบางและกลวงคล้ายกับสิ่งมีชีวิตบินได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวได้มากนัก

ชิ้นส่วนของฟอซซิลไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งมีการค้นพบ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

ภาพจาก : https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0195667119303258?via%3Dihub

โดยจากหลักฐานต่างๆ ที่ได้ค้นพบในครั้งนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าพวก Pterosaurs ที่อาศัยอยู่ในแถบแอฟริกันนั้นมีความ คล้ายคลึงกันกับญาติๆ ของมันที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินอื่น ค่อนข้างมาก เพราะฟันของมันนั้นมีลักษณะคล้ายกับจระเข้และไดโนเสาร์กินเนื้อชนิดอื่นๆ และด้วยลักษณะฟันที่ค่อนข้างแหลมคล้ายเข็มก็คาดว่ามันน่าจะล่าปลาเป็นอาหารโดยใช้การโฉบเหยื่อขึ้นมาจากในน้ำในขณะที่ยังบินอยู่

นอกจากนี้ ยังสันนิษฐานว่าด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ของมันแล้วนั้น มันน่าจะสามารถหาอาหารได้ในระยะบริเวณที่กว้าง คาดว่าอาจ มีระยะการล่าอาหารถึงราว 100 ไมล์ เลยทีเดียวที่สามารถบินไป-กลับระหว่างทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาได้

ซึ่งการค้นพบฟอซซิลของไดโนเสาร์บินได้ 3 สายพันธุ์นี้ทำให้จำนวนของไดโนเสาร์บินได้ประเภทมีฟันในบริเวณ Kem Kem Beds มีถึง 5 สายพันธุ์ ด้วยกัน สายพันธุ์แรก (Coloborhynchus Moroccensis) ถูกค้นพบในช่วงปี 1990 และมีการค้นพบสายพันธุ์ที่สอง (Xericeps Curvirostris) ในปี 2018

Coloborhynchus Moroccensis

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

ภาพจาก : https://www.pteros.com/pterosaurs/coloborhynchus.html

Xericeps Curvirostris

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอซซิลไดโนเสาร์บินได้ในทวีปแอฟริกาถึง 3 สายพันธุ์!

ภาพจาก : https://a-dinosaur-a-day.com/post/176307129085/xericeps-curvirostris

“เราอยู่ในยุคทองของการค้นพบไดโนเสาร์ประเภทบินได้ ภายในปีนี้เราค้นพบพวกมันไปราว 3 สายพันธุ์แล้ว และในปีนี้มันก็เพิ่งถึงแค่เดือนมีนาคมเท่านั้นเอง” Martrill ทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...