วิกฤตโควิดในมิติสิ่งแวดล้อม จากมุมมอง หมอล็อต ภัทรพล
วิกฤตโควิดในมิติสิ่งแวดล้อม จากมุมมอง "หมอล็อต ภัทรพล"
"ตลอดเวลาที่มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัวทำลายธรรมชาติ เรากำลังถูกโต้กลับเพื่อควบคุมสมดุล ในสองรูปแบบ รูปแบบแรกคือภัยธรรมชาติ รูปแบบที่สองคือโรคระบาด และในบางกรณี มันมาพร้อมๆ กัน" หมอล็อต นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน ได้กล่าวเอาไว้
อ่านข่าวต่อ : ไทยติด COVID-19 เพิ่ม 53 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 42 ราย
หลังจากที่เกิดโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ "ธรรมชาติได้พัก" จากน้ำมือมนุษย์ การปิดอุทยานแห่งชาติ ปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทำให้เราได้เห็นภาพความสวยงามของธรรมชาติฟื้นกลับคืนมา
ทาง Facebook panpage TVB Nature ได้ Live พูดคุยกับ "หมอล็อต นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน" นายสัตวแพทย์ชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพสัตว์ป่่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเกี่ยวกับ สถานการณ์โควิดในมิติสิ่งแวดล้อม พร้อมกับคำถามที่ว่า " จริงหรือ ที่โควิด-19 เป็นเสมือนน้ำยาทำความ
สะอาดโลก"
ซึ่ง "หมอล็อต" ได้ให้มุมมองไว้ว่า "โควิดไม่ได้ทำอะไรกับสิ่งแวดล้อมเลยนะ โควิดไม่ได้ทำอะไรกับธรรมชาติที่มันเกิดขึ้น ณ เวลานี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความหวาดกลัว ความกลัวตาย ความกังวลชองมนุษย์ ที่กลัวโควิด แล้วมีการเรียนรู้ การปรับตัว แล้วก็ให้ความร่วมมือ นี่คือสิ่งที่เป็นตัวล้างธรรมชาติ เพราะนั้นตัวล้างธรรมชาติคือความหวาดกลัวของมนุษย์จากการโต้ตอบ จากการสั่งสอนโดยธรรมชาติ ซึ่งมันเป็นผลจากระยะเวลาที่ผ่านมาที่มนุษย์ไปทำลายธรรมชาติ
จริงๆ ผมพูดเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วว่าบทบาทของสัตวแพทย์สัตว์ป่า ที่เราเห็นว่าเข้าไปรักษาหมี รักษาช้าง แต่ภารกิจที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 คือเรื่องของโรคระบาด โรคติดต่อ หรือโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นจากสัตว์ป่าจนวันนี้เราก็พบแล้วว่าจากสิ่งที่เราศึกษาว่าโรคอุบัติใหม่ที่จะเกิดขึ้นจากสัตว์ป่ามันเกิดขึ้นแล้ว และก่อนหน้านี้ก็เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเมอร์ ซาร์ โอโบล่า แต่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วหน้าก็คือในเรื่องของโควิด
สรุปง่ายๆ อุบัติการในการเกิดโรคอุบัติใหม่ในมนุษย์มี 2 ทาง คือ 1 มนุษย์เข้าไปหาเชื้อโรค คือมนุษย์ไปล่าสัตว์ป่า บริโภคสัตว์ป่า แล้วสัตว์ป่าคือแหล่งรังโรคอยู่แล้ว แล้วสัตว์แต่ละชนิดก็มีไวรัสที่หลากหลายชนิดกัน 2 คือเชื้อโรคมาหาคน อันนี้แหละน่ากลัว แล้วเชื้อโรคมาหาคนได้อย่างไร ก็จากการทำลายระบบนิเวทน์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องของภาวะโลกร้อน การที่สัตว์อพยพที่มีโอกาสนำเชื้อโรคไปสู่ทุกพื้นที่ได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในการทำงานในเชิงเฝ้าระวังนอกจากการเฝ้าระวังเชื้อโรคในสัตย์ที่มีอยู่ประจำถิ่นอยู่แล้ว
นักวิจัยสัตว์ป่าของกรมอุทยานต่อไปงานจะหนักมากเพราะจะต้องไปสำรวจเลยว่านกอพยพที่มาจากต่างทวีปแล้วมาในบ้านเรามันนำเชื้อโรคอะไรมาด้วยบ้าง
จากการที่ไวรัสโควิดเข้ามา ทำให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ทำให้สัตว์ได้ออกมาแสดงพฤกรรมทางธรรมชาติโดยปราศจากความหวาดระแวง กับธรรมชาติที่ไม่มีการรบกวน เป็นเหมือนการให้วันหยุดกับธรรมชาติ ธรรมชาติได้พักตัวเอง เพราะมนุษย์เป็นผู้ทำลาย ในเมื่อมนุษย์หยุดทำลายมันก็จะเห็นผลที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นพอมันผ่านพ้นช่วงโควิดไปได้ อยากให้มนุษย์ทุกคนจำภาพตอนที่เราหยุดอยู่บ้าน เราพักผ่อนอยู่บ้านแล้วธรรมชาติมันเกิดการฟื้นตัว อยากให้จำภาพเหล่านี้เอาไว้ เพราะมันอยู่ที่เรา ทั้งสิ้น ขอให้เราหยุด
ขอให้เราเข้าใจแล้วให้ธรรมชาติได้พัก มันจะฟื้นฟูด้วยตัวมันเองขึ้นมา"
ขอบคุณ TVB Nature