โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไร่องุ่นศรีสุรัตน์-ไร่อารีย์หนองคาย พลิกขายออนไลฟน์แทนเปิดสวนท่องเที่ยว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 เม.ย. 2563 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2563 เวลา 05.49 น.

องุ่นเป็นไม้ผลชนิดเถาเลื้อยที่มีอายุยาวนานหลายปี นอกจากเก็บผลขายแล้วยังเปิดไร่สร้างรายได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ปัจจุบันการปลูกองุ่นเริ่มแพร่หลายอยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสายพันธุ์หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกสาขาอาชีพได้รับผลกระทบถ้วนหน้า รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกองุ่นจาก ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย “ไร่ศรีสุรัตน์” และ “ไร่อารีย์” เช่นกัน

ไร่ศรีสุรัตน์ปรับตัวขายออนไลน์

“พิทักษ์ ศรีสุรัตน์” เจ้าของไร่ศรีสุรัตน์เล่าว่า เดิมทีอาชีพหลักของตนรับราชการและปลูกสับปะรดเป็นรายได้เสริม แต่เกิดปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำจึงรื้อแปลงทิ้งหาพืชชนิดใหม่ จึงมองเห็นองุ่นและสตรอว์เบอรี่เป็นผลไม้ทางเลือก นอกจากขายผลผลิตได้แล้ว ยังสามารถเปิดสวนให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวได้ด้วย เริ่มแรกเลือกปลูกองุ่นก่อนในพื้นที่ 1 ไร่ จำนวน 200 ต้นในปี 2560 ปัจจุบันผ่านมา 3 ปี สามารถปลูกองุ่นได้ 4 แปลง จนมาเจอการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เล่นงาน ต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนแนวทางใหม่ การหารายได้ใหม่ โดยหันมาขายผ่านตลาดออนไลน์แทนการเปิดสวนสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รอสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายค่อยเดินหน้าใหม่

“เราเลือกปลูกองุ่นโดยวางเป้าหมายใช้การท่องเที่ยวนำการตลาดสร้างรายได้ โดยให้คนเข้ามาท่องเที่ยวและซื้อผลผลิตในสวนเอง ตอนแรกเลือกพันธุ์องุ่นที่ปลูกง่ายก่อนและมาหัดลองผิดลองถูกอยู่ 1 ปีก็เริ่มได้ผลผลิต จากช่วงแรก ๆ เราก็ลำบาก จึงได้ปรับโครงสร้างและประสบความสำเร็จได้ด้วยเงินลงทุน 1.5 แสนบาทต่อไร่ หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวให้การตอบรับดี ผลผลิตองุ่นที่ได้ราคาขายเริ่มต้นประมาณ 100-200 บาทต่อกิโลกรัม สร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 1 แสนบาทต่อปี ซึ่งมุมมองจากข้าราชการมาทำเกษตรผมว่าดีนะ เพราะผมก็อยากพัฒนาพื้นที่ด้วยให้สามารถต่อยอดได้ในอนาคต”

“พิทักษ์” เล่าว่า ตอนนี้ปลูกองุ่น 6 สายพันธุ์ บนพื้นที่ 5 ไร่ มีพันธุ์ไวต์มะละกา, แบล็กโอปอล, คาร์ดินัล, ป๊อกดำ,ฟิลิป และแบล็กโอเปิล โดยองุ่นนั้นให้ผลผลิตทุก 4 เดือน องุ่นที่ปลูกมีผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ผลสวย รสชาติหวาน ได้ผลผลิตรวมปีละประมาณ 1 ตัน แต่ในปี 2563 นี้ผลพวงจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 และตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคภาครัฐ ประชาชนหยุดเดินทางท่องเที่ยว และหยุดทำงานที่บ้าน ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ไร่ ซึ่งผมก็เข้าใจสถานการณ์จึงต้องหาวิธีการกระจายผลผลิตองุ่นที่ออกมา ไม่เช่นนั้นจะเน่าเสียและขาดทุน ดังนั้น จึงได้ปรับรูปแบบด้วยการนำองุ่นแพ็กส่งขายตามตลาดและขายผ่านตลาดออนไลน์ มีการเปิดเพจไร่องุ่นศรีสุรัตน์ให้ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อองุ่น แล้วจัดส่งให้ทางไปรษณีย์หรือบริษัทขนส่งเอกชน

ไร่อารีย์แนะการปลูกองุ่นคุ้มค่า

“นางสาวอารีย์ อุตมะ” เจ้าของสวนองุ่น “ไร่อารีย์” บอกว่า สมัยก่อนทำอาชีพค้าขายอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วหันกลับมาทำการเกษตรที่บ้าน โดยได้คำแนะนำจากเจ้าของไร่ศรีสุรัตน์ จึงได้ตัดสินใจเริ่มปลูกองุ่นในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 6 สายพันธุ์ในปี 2562 จนถึงขณะนี้องุ่นยังไม่ถึง 1 ปีดีนัก แต่เริ่มเก็บผลผลิตได้แล้วเกือบร้อยละ 80 ของพื้นที่ปลูก

แนวคิดของไร่องุ่นทั้งสองแห่งล้วนต้องการเปิดไร่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ร้านกาแฟ ร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยว ต้องรอให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ผ่านพ้นไปก่อนจึงจะสามารถกลับมาเปิดไร่ให้ท่องเที่ยวได้ตามที่ตั้งใจไว้

สำหรับการปลูกองุ่นนั้น เป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัด ไม่ชอบน้ำฝนและไม่ชอบอากาศหนาว การดูแลแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 2 เดือนแรกเป็นช่วงที่ต้องหมั่นรดน้ำพรวนดิน ส่วน 2 เดือนหลังให้น้ำน้อยลงเพราะเป็นช่วงที่องุ่นกำลังจะให้ผลผลิต หากให้น้ำมากไปจะทำให้องุ่นรสจืด ต้องจำกัดปริมาณน้ำให้พอเหมาะจึงจะทำให้องุ่นมีรสชาติหวานกำลังดี

ส่วนศัตรูพืชที่ต้องระวังมักจะเป็นเชื้อราและแมลง เกษตรกรต้องหมั่นดูแลตัดแต่งกิ่งองุ่นเป็นประจำ หากดูแลดีต้นองุ่นจะมีอายุยืนยาวได้ 10-20 ปี และสามารถคืนเงินลงทุนได้ตั้งแต่ปีแรกที่ให้ผลผลิต

นอกจากนี้ บทความงานวิจัยจากสถาบันวิจัยพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.ระบุไว้ว่า องุ่นเป็นไม้ผลทางเลือกสำหรับส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกเป็นอาชีพ เพราะเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง สามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น

รวมถึงองุ่นยังเป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการตลาด เนื่องจากราคาและความต้องการของตลาดมีสูง และสามารถใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การปลูกองุ่นนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพของเกษตรกร และหากมีเงินทุนยังสามารถแปรรูปผลผลิตทำน้ำองุ่น และหมักทำไวน์องุ่นได้ ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน จึงนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...