โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวราชบุรี วัย 22 ปี เลี้ยงปูนาแบบครบวงจร ทำตลาดออนไลน์ส่งขายทั่วประเทศ สร้างกำไรงาม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 17 ม.ค. 2563 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2563 เวลา 01.54 น.

*หากเอ่ยถึงทุ่งนาแล้วละก็ สัตว์ที่อยู่ในทุ่งรวงทองที่ทุกคนนึกถึง จะต้องมีหนูนา ปูนา มาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งสัตว์ทั้ง 2 ชนิดนี้ เรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายผลผลิตอย่างข้าว คือ หนูนา คอยกัดกินข้าวที่ตั้งรวงให้เกิดความเสียหาย ส่วนปูนาก็ทำลายต้นอ่อนข้าวที่ปลูกใหม่ๆ จนเกิดความเสียหาย แต่กระนั้นไม่มีข้อเสียเพียงอย่างเดียว ยังพอมีคุณประโยชน์อยู่บ้าง โดยสัตว์เหล่านี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่จับมาประกอบอาหารและสามารถขายเกิดเป็นรายได้อีกหนึ่งช่องทาง *

ซึ่ง หนูนา ปูนา ในธรรมชาติเริ่มมีจำนวนที่ลดน้อยลง อันเกิดจากทั้งโดนกำจัดและจับมาบริโภค ทำให้ปัจจุบันมีผู้มองเห็นถึงความต้องการของตลาดที่ยังนิยมอยู่ จึงนำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ให้มีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่หาซื้อรับประทานได้ง่าย อย่างเช่น ปูนา หลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงยาก แต่ก็มีผู้นำมาเพาะเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จเกิดเป็นรายได้ เหมือนเช่น คุณสุธิดา สุขวิเศษ อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 13 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ได้นำปูนาที่เห็นอยู่บริเวณทุ่งนามาเลี้ยงปล่อยในสวนที่บ้าน และเรียนรู้การเพาะพันธุ์ ทำให้ปัจจุบันเธอมีปูนาจำนวนมาก ผลิตขายแบบครบวงจร เกิดเป็นรายได้ให้กับเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

เริ่มเลี้ยงปูนา

เพราะเดินมาอยู่บริเวณบ้าน

คุณสุธิดา เกษตรกรคลื่นรุ่นใหม่ไฟแรงเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้มาเลี้ยงปูนาเหมือนเช่นทุกวันนี้ เกิดจากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้เห็นปูนาเดินหนีการถูกกำจัดด้วยยาในบริเวณชุมชน ทำให้เห็นและเกิดความสงสารจึงจับปูนาเหล่านั้นใส่ลงในสวนบริเวณบ้านของเธอ เพราะมีทั้งพื้นบกและร่องสวนที่ขุดไว้ ทำให้ปูนาสามารถอาศัยอยู่ได้ ต่อมาเมื่อวิดน้ำออกจากสวนเพื่อจับปลาได้เห็นปูนาที่นำมาปล่อย ขยายพันธุ์ออกลูกเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เป็นจุดเริ่มต้นให้เธอได้เลี้ยงปูนาในเวลาต่อมา

“ช่วงที่วิดน้ำออกจากสวน ก็เพื่อจะจับปลาขาย แต่เห็นปูนาที่ปล่อยไว้มีเยอะ มันขยายพันธุ์กันเองตามธรรมชาติ ทีนี้เมื่อประมาณ ปี 2559 กระแสเรื่องการเลี้ยงปูนากำลังมา ก็เลยจับมาขังไว้บริเวณบ้าน เพื่อทดลองเลี้ยงตามแบบที่ได้ยินมา ช่วงแรกๆ ปูนาที่จับมาเลี้ยง ตายไปค่อนข้างเยอะ เพราะเรายังไม่รู้วิธีการเลี้ยง พอได้ศึกษาหาข้อมูลเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองบ้าง ก็มีประสบการณ์จากการเลี้ยงและได้ผลดี ทำให้การเลี้ยงปูนาสำเร็จมาได้ด้วยดี จนเป็นงานสร้างรายได้ให้ถึงทุกวันนี้” คุณสุธิดา เล่าถึงที่มา

เมื่อการเลี้ยงปูนาสามารถทำได้จนชำนาญแล้ว คุณสุธิดา บอกว่า เริ่มมองเห็นช่องทางการตลาดขยายพันธุ์ขาย พร้อมทั้งเรียนรู้การแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า ส่งขายแบบครบวงจรให้ลูกค้าได้สั่งซื้อแม้อยู่ไกลก็สามารถส่งไปขายได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว

ปูนา เลี้ยงได้ทุกพื้นที่

แต่น้ำใช้เลี้ยงต้องสะอาด

ในขั้นตอนของการเลี้ยงปูนานั้น คุณสุธิดา บอกว่า ไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก การเลี้ยงปูนาสามารถเลี้ยงได้หลากหลายไม่ตายตัว อย่างภาชนะที่ใช้เลี้ยง เช่น กะละมัง บ่อผ้าใบ และบ่อปูนซีเมนต์ ก็สามารถเลี้ยงได้ ซึ่งแต่ละวิธีมีความสะดวกสบายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการเลี้ยงแบบไหน ซึ่งเธอเองมีทั้งเลี้ยงในกะละมังและภาชนะอื่นๆ ตามที่จะเอื้ออำนวยของสถานที่ เพราะใช้พื้นที่รอบบ้านมาเลี้ยงปูนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“ฟาร์มเราก็เลี้ยงในภาชนะที่คละกันไป เพราะนำมาเลี้ยงรอบๆ บ้าน มีพื้นที่ตรงไหน ก็วางภาชนะเลี้ยงปูนาทั้งหมด โดยในบ่อเลี้ยง ต้องใส่ที่กำบังให้กับปูด้วย เป็นการป้องกันไม่ให้ปูกัดกัน พอเลี้ยงได้อายุที่ต้องการ ก็จะคัดตัวสวยๆ มาทำพ่อแม่พันธุ์ ต้องดูที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง สีสันสวย ใช้ปูนาที่มีอายุ 5 เดือนขึ้นไป มาสร้างเป็นพ่อแม่พันธุ์ จากนั้นนำมาปล่อยลงในที่เพาะพันธุ์ อัตราส่วนตัวเมียกับตัวผู้ 1 ต่อ 1 สมมุติว่าใส่เพาะพันธุ์ในบ่อ 20 ตัว ก็จะมีตัวผู้ 10 ตัว ต่อตัวเมีย 10 ตัว อัตราส่วนนี้จะทำให้การผสมน้ำเชื้อสมบูรณ์มากขึ้น” คุณสุธิดา บอก

โดยแม่พันธุ์ปูนาหลังจากผสมพันธุ์แล้ว ตัวจะมีลักษณะบวมและใหญ่รอบตัว แสดงว่าผ่านการผสมน้ำเชื้อจากพ่อพันธุ์เรียบร้อย ซึ่งระยะเวลาตั้งท้องจากไข่จนได้ลูกปูออกมาเป็นตัว ใช้เวลารวมแล้วอยู่ที่ 3-4 เดือน ใน 1 ปี แม่พันธุ์สามารถผสมพันธุ์ได้ 3 ครั้ง

เมื่อลูกปูนาสลัดออกจากท้องแม่แล้ว จะย้ายไปอนุบาลในบ่อที่เตรียมไว้ โดยในช่วงนี้จะให้กินอาหารตามสูตรที่เธอคิดขึ้นมาเอง วันละ 1 ครั้ง ในช่วงเย็น เลี้ยงดูแลอย่างนี้ทุกวันไปจนถึง 4 เดือน ลูกปูนาจะเจริญเติบโตเป็นไซซ์ใหญ่ที่พร้อมส่งขายได้ ส่วนพ่อแม่พันธุ์ปูนาจะเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด และเสริมด้วยผลไม้ที่มีอยู่ภายในสวน เช่น กล้วยสุก มะม่วงสุก นำมาให้กินได้ด้วยเช่นกัน

“การเลี้ยงปูนา สิ่งที่สำคัญคือ การถ่ายน้ำอยู่เสมอ อย่างที่ฟาร์มจะถ่ายน้ำให้ปูนาทุกวัน เพราะการเลี้ยงปูค่อนข้างใช้น้ำน้อย ดังนั้นสามารถถ่ายน้ำเก่าออกนำน้ำใหม่ใส่ได้ทันที ซึ่งตั้งแต่เลี้ยงมาหากถ่ายน้ำอยู่เสมอ ก็ทำให้บ่อที่เลี้ยงมีความสะอาด ไม่เกิดการสะสมของโรค ตั้งแต่เลี้ยงมาก็ยังไม่เจอโรคหรืออะไรที่ทำให้ปูนาตายและเกิดความเสียหาย ดังนั้น ในเรื่องของการเลี้ยงปูเรื่องความสะอาดของน้ำและบ่อเลี้ยงจึงค่อนข้างสำคัญ ส่วนก่อนที่ปูจะโตจนขายได้จะมีเรื่องกัดกัน หนีบกัน ก็ต้องหมั่นดูและจับแยกออก” คุณสุธิดา บอก

คัดปูนาสวยๆ สร้างเป็นพ่อแม่พันธุ์

ส่วนตัวที่ไม่สมบูรณ์นำไปแปรรูป

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อขายปูนานั้น คุณสุธิดา บอกว่า ในช่วงแรกที่มีปูพร้อมขายสู่ท้องตลาด ก็จะโพสต์ขายในหน้าเฟซบุ๊กของเธอเอง เมื่อมีคนสนใจมากขึ้นทำให้ขายได้เป็นระยะ พร้อมทั้งมีลูกค้าเดินทางมาดูปูนาถึงที่ฟาร์ม ทำให้ปูนาของเธอขยายฐานลูกค้าไปปากต่อปาก ส่งผลให้ขายไปได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว

“การใช้สื่อโซเชียลมีเดียในยุคนี้ถือว่าสำคัญมาก ช่วงที่ทำฟาร์มใหม่ๆ มีปูนาพร้อมขาย ช่วงนั้นก็ลงขายลงรายละเอียดการเลี้ยงของเราไปเรื่อยๆ คนที่สนใจเห็น เขาก็มองว่าเราทำจริง ทุกขั้นตอนเราทำเองทั้งหมด ทำให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดก็ติดต่อมาซื้อปูนาไปเลี้ยง ไม่ว่าจังหวัดที่อยู่เหนือสุดหรือจังหวัดที่อยู่ใต้สุด ก็ติดต่อมาสั่งซื้อปูนาจากฟาร์มของเรา เรียกง่ายๆ ว่า ลูกค้าหลากหลายทั่วประเทศไทยเลยก็ว่าได้ การส่งเราก็จะส่งไปกับรถไฟและรถโดยสารขนส่งเป็นหลัก ปูนาทั้งหมดก็ไปถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัย” คุณสุธิดา บอก

โดยราคาปูนาพ่อแม่พันธุ์ที่ผสมพันธุ์จนมีไข่แล้ว ขายอยู่ที่คู่ละ 100 บาท ส่วนปูนารุ่นหนุ่มสาวที่ยังไม่ผ่านการผสมพันธุ์ขายอยู่ที่คู่ละ 60 บาท และปูนาที่ไม่สามารถทำเป็นพ่อแม่พันธุ์ได้จะนำมาขายแบบคละไซซ์ อยู่ที่กิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่งเวลานี้เธอเองได้แปรรูปปูนาภายในฟาร์มเอง เช่น น้ำพริกจากปูนา ปูนาผงโรยบนข้าวสวย น้ำปลาหวานปูนา และอื่นๆ อีกหลายชนิด ส่งผลให้เพิ่มมูลค่าของการขายปูนาของเธอได้เป็นอย่างดีทีเดียว

จากการทำตลาดมากว่า 2 ปี คุณสุธิดา บอกว่า ตลาดปูนายังถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปเป็นสินค้าหรือพ่อแม่พันธุ์เพื่อนำไปเลี้ยงเป็นอาชีพ คนยังให้ความสนใจและมีความต้องการในสัตว์ชนิดนี้อยู่ตลอด

“เหตุที่ตลาดปูนายังไปได้ดี เพราะธรรมชาติสมัยนี้มันไม่สะอาดเหมือนสมัยก่อน ปูนาก็เลยหาได้ยากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ในเรื่องของการตลาดจึงเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค สำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงปูนา ก็อยากจะให้สำรวจดูก่อนว่ามีใจรักใจชอบที่จะเลี้ยงจริงๆ ไหม ไม่ใช่เลี้ยงเพราะตามกระแส เห็นคนอื่นเลี้ยงกัน พอนานไปไม่ให้ความสนใจมันก็ส่งผลให้การเลี้ยงปูนาไม่มีทางประสบผลสำเร็จ แต่คนที่ตั้งใจจริงๆ ที่จะเลี้ยงก็จะแนะนำว่าให้เริ่มทดลองทีละน้อยก่อน พอปูขยายพันธุ์ได้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็ค่อยขยับขยายการเลี้ยงให้มากขึ้น พอทุกอย่างประสบผลสำเร็จได้ดีปูนาที่เลี้ยงไม่ตาย ในเรื่องของการทำตลาดผู้เลี้ยงก็สามารถกำหนดได้เองว่าต้องการทำตลาดแบบไหน ถ้าปูนาในฟาร์มมีคุณภาพ ยังไงตลาดก็เข้ามาหาเราอย่างแน่นอน” คุณสุธิดา แนะนำ

ท่านใดสนใจศึกษาดูการเลี้ยงปูนาหรือวิธีการเลี้ยง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุธิดา สุขวิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ (096) 403-8061, (099) 008-3597

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...