โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือนี่จะเป็นดาวดวงใหม่? มาสคอตน้องนากขี้โวยวายจาก Otteri ที่มากกว่าความคิวต์ยังพูดได้ด้วย

Capital

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2567 เวลา 08.10 น. • Insight

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหมีเนยจากแบรนด์ Butterbear ถือเป็นเคสที่จุดกระแสให้หลายๆ แบรนด์หันมาทำมาสคอตอีกมาก ซึ่งแม้กระแสอาจจางหายไปบ้างในหมู่คนทั่วไป แต่ในด้อมมัมหมีก็ยังมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตแบรนด์เสมอๆ ดูจากกระแสที่มาแรงและไปเร็วนี้เอง ที่อาจกล่าวได้ว่าแบรนด์ที่ทำมาสคอตออกมาหลังจากนี้ไม่ได้การันตีว่าจะสำเร็จทุกแบรนด์ไป แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่จับจุดบางอย่างได้ และสินค้าต้องดีจริงด้วย

หนึ่งในนั้นคือมาสคอตของ Otteri น้องนากขี้โวยวายที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสในแพลตฟอร์ม TikTok เพราะมากกว่าเป็นมาสคอตที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนเหมือนมาสคอตตัวอื่นๆ แล้ว สิ่งที่น้องนากของ Otteri มีเหนือชั้นกว่าคนอื่น นั่นคือการที่น้องพูดได้!

ก่อนที่น้องนากจะเริ่มทำคอนเทนต์นากพูดได้ น้องนากก็ทำคอนเทนต์คล้ายๆ กับมาสคอตตัวอื่นๆ เช่น เต้นตามเพลง มีเสียงพากย์ด้วยน้ำเสียงปกติ ทำคอนเทนต์ที่ดูน่ารัก แต่หลังจากน้องนากเริ่มแผดเสียงของตัวเองออกมาซึ่งเป็นเอกลักษณ์และมีความคล้ายเสียงของสัตว์จริงๆ แม้จะฟังยากสักหน่อย แต่เสียงแสบแก้วหูของน้องที่เข้ากับหน้าตาซึ่งดูโมโหตลอดเวลา ก็เรียกความสนใจจากผู้บริโภคได้ไม่น้อย

ปัจจุบันคลิปวิดีโอของนากโวยวายมียอดวิวสูงสุดที่ 3.9 ล้าน อีกคลิปที่ยอดวิวไล่เลี่ยกันอยู่ที่ 2.5 ล้านและ 1.1 ล้านตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ตุลาคม) ลักษณะคอนเทนต์ที่นากโวยวายเน้นทำคือการพูดคุยกับผู้คนที่เดินผ่านไปมา สลับกับการแสดงที่ใส่อารมณ์ ดูเหวี่ยงวีน แต่คนที่เดินผ่านกลับรู้สึกว่าน่ารักน่าเอ็นดู

สถานที่ที่นากไปยังไม่จำกัดเพียงในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์ประชุม เพราะมีทั้งตลาดนัด ห้องน้ำ คอนเสิร์ตกลางแจ้ง เรียกว่าที่ไหนที่มีสาขาของ Otteri น้องนากก็ไปทำคอนเทนต์ได้หมด อาจด้วยข้อได้เปรียบของ Otteri ที่มีสาขามากและหลากหลายสถานที่ ทำให้น้องนากเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายกลุ่มมากกว่าใครเพื่อน

คำถามคือทำไมมาสคอตส่วนใหญ่ถึงพูดไม่ได้ หรือเลือกที่จะไม่พูด?

หัวใจหลักๆ คือเมื่อพูดไม่ได้ นั่นจะทำให้มาสคอตตัวนั้นมีความเป็นสากลและสื่อสารกับคนในวงกว้างและหลายกลุ่มมากกว่า นอกจากนั้น การที่มาสคอตพูดไม่ได้ยังทำให้ผู้คนจินตนาการและสร้างเรื่องราวของมาสคอตตัวนั้นๆ ได้ และความพูดไม่ได้นี้เองก็ยังอาจทำให้มาสคอตดูน่ารักและเป็นมิตรมากกว่าด้วย

แล้วถ้ามาสคอตพูดได้แบบนากโวยวายจะส่งผลดียังไงบ้างไหม?

ท่ามกลางมาสคอตที่ผุดขึ้นมากมาย จะมีอะไรดีไปกว่าการสร้างความแตกต่าง ดังนั้น เมื่อมาสคอตนากโวยวายพูดได้ จึงทำให้ผู้คนจดจำนากและแบรนด์ได้ว่านี่แหละคือมาสคอตตัวแรกๆ ที่เราเห็นว่านอกจากจะเต้นได้แล้ว ยังสนทนากับเราได้ด้วย สิ่งนี้เองที่สร้าง emotional connection กับผู้บริโภคจนทำให้คนเกิดความผูกพันกับมาสคอตและแบรนด์

มาสคอตมีเสียงนั้นใช้เสียงอะไรก็ได้หรือเปล่า?

น่าตั้งข้อสังเกตต่อไปว่าที่นากโวยวายนั้นได้รับความสนใจก็ไม่ใช่เพราะมันมีเสียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพราะเสียงนี้ยังถูกคิดมาแล้วภายใต้คอนเซปต์ของแบรนด์และสอดคล้องกับความเป็นนากจริงๆ ด้วยว่าหากนากร้องก็น่าจะมีเสียงแบบนี้ และเสียงของนากโวยวายยังอู้อี้ ไม่ได้ชัดถ้อยชัดคำแบบที่เราๆ พูดกัน

หากนากโวยวายพูดด้วยน้ำเสียงแบบมนุษย์ทั่วไป ผู้คนก็อาจไม่ได้รู้สึกถึงความเป็น ‘มาสคอต’ ที่จะเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่ แต่เป็นสัตว์ก็ไม่เชิง ดังนั้นความก้ำกึ่งตรงนี้เองที่ทำให้นากยังคงน่ารักแม้จะยังพูดได้เหมือนคน

ดังนั้นในยุคที่หลายคนหันมาจับการตลาดรูปแบบเดียวกันอย่างการทำมาสคอต หากผู้ประกอบการต้องการสร้างมาสคอตเป็นของตัวเอง นากโวยวายของ Otteri ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีในการสร้างความแตกต่าง แต่ยังคงความน่ารักได้ จนทำให้ brand awareness ของ Otteri ไปไกลมากขึ้น ที่สำคัญยังสะท้อนว่าการจะทำอะไรตามกระแสนั้น ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ต้องคิดมาอย่างดีให้สอดคล้องกับ brand identity จริงๆ

ส่วนใครอยากชมความน่ารักของน้องนากขี้โวยวาย ไปติดตามชมได้ที่ช่อง https://www.tiktok.com/@otteriwashdryofficial และถ้าใครอยากรู้จัก Otteri มากกว่านี้ก็เข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์ของแบรนด์ได้ที่ capitalread.co/otteri

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...